ครูเงินเดือนต่ำได้เฮ! ศธ.เล็งใช้ระบบพอกขั้น เข้าสู่โครงสร้างเร็วขึ้น




      

ครูเงินเดือนต่ำได้เฮ! ศธ.เล็งใช้ระบบพอกขั้น เข้าสู่โครงสร้างเร็วขึ้น

          ศธ. เตรียมปรับขึ้นเงินเดือนครู 5 แสนคน อีก 8% หลังผ่านความเห็นชอบวุฒิสภาแล้ว มีผล 1 เม.ย.นี้ เฉลียว เผยกลุ่มเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำ 2 แสนรายอาจใช้วิธีพอกขั้นเพื่อให้เงินเดือนเข้าสู่โครงสร้างสูง-ต่ำได้เร็วขึ้น

          นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมวุฒิสภาได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่...) พ.ศ... ไปแล้ว 3 วาระรวด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เสนอเรื่องขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยไปแล้วนั้น ในขณะนี้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วและจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 31 มีนาคม และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายนนี้ ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้สั่งการให้มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อนัดเร่งด่วนในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตามบัญชีใน พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะฯ ประมาณ 8% โดยจะปรับเงินเดือนได้ทันในวันที่ 1 เมษายนนี้

          ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าการปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ ประมาณกว่า 500,000 คน โดยจะมีสองแนวทางคือ ปรับเงินเดือนเฉลี่ย 8% ให้ข้าราชการครูฯ ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีเงินเดือนไม่ต่ำกว่าหรือเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำตามบัญชีเงินเดือนขั้นสูงขั้นต่ำที่แนบท้าย พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะฯ ส่วนข้าราชการครูฯ ประมาณกว่า 20,000 คนที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเงินเดือนขั้นต่ำนั้น อาจจะใช้แนวทางปรับพอกขั้นเงินเดือนเพื่อให้สามารถปรับเงินเดือนให้อยู่ในระดับขั้นต่ำได้ หรือทำให้มีเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนขั้นสูงขั้นต่ำได้เร็วขึ้น จะดีกว่าที่จะปรับเงินเดือน 8% ให้ในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม จะต้องเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาว่าจะเห็นด้วยตามแนวทางที่จะเสนอหรือไม่

          นายเฉลียวกล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ แล้ว ศธ.จะเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาหลักเกณฑ์วิธีการว่าด้วยการประเมินตำแหน่งทางวิชาการที่จะให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหลักการการประเมินนั้นจะเน้นผลผลิตที่เกิดจากการปฏิบัติเป็นสิ่งที่สำคัญ เน้นการทำผลงานทางวิชาการน้อยลงกว่าเดิม ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบแล้วจะมีผลใช้บังคับ.

          ที่มา: http://www.thaipost.net



โพสเมื่อ : 31 มี.ค. 54   อ่าน 17036 ครั้ง      คำค้นหา :