“ปอเนาะ” โรงเรียนแห่งแรกของมุสลิม



เมื่อนับย้อนหลังไปกว่า 400 ปี สังคมมุสลิมทางภาคใต้ของประเทศไทย ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ รวมทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นสังคมที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการศึกษามาช้านาน เริ่มต้นด้วยการจัดการศึกษาภาควิชาการศาสนา ทั้งที่เป็นฟัรดูอีน หรือข้อบังคับทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้และวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวันของมุสลิมและการศึกษาวิชาการศาสนาชั้นสูงเพื่อเป็นการสร้างผู้นำและผู้รู้ทางศาสนาอิสลาม

“ปอเนาะ” คือ รากเหง้าของการเรียนรู้เรื่องราวของศาสนาอิสลามในประเทศไทย สังคมมุสลิมจะรู้ว่า “ปอเนาะ” คือ แหล่งค้นคว้าหาวิชาความรู้ทางศาสนาอย่างแท้จริง ในอดีตที่ผ่านมา ปอเนาะจึงเป็นเป้าหมายหลักและเป้าหมายแรกที่ผู้ปกครองมักจะส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาหาความรู้ เปรียบเสมือนโรงเรียนแห่งแรกของเด็กๆมุสลิมทุกคน
จากการลงพื้นที่เมื่อเร็วๆนี้ กับทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในโครงการพัฒนาสัมพันธ์สื่อ-สื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัตตานี และ ยะลา คณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางได้มีโอกาสเยี่ยมชมปอเนาะ ซึ่งเป็นต้นแบบการศึกษาตามวิถีมุสลิม รวมทั้งดูรูปแบบการเรียนการสอน การบริหารจัดการของปอเนาะที่พร้อมก้าวสู่ความเป็นสากล โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

“ปอเนาะบ้านตาล” เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามให้แก่เยาวชนมุสลิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 โดยมีอิหม่ามตูวันฆูรูอัลมัรฮูม ฮัจยีซิดฎิก พิศสุวรรณ เป็นผู้ก่อตั้ง-ผู้อุปถัมป์ และ อัลมัรฮูม อาจารย์ ฮัจญียะโกบ พิศสุวรรณ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นโต๊ะครูคนแรก ซึ่งภาษาที่ใช้สอนในขณะนั้นเป็นภาษามลายูท้องถิ่นและภาษาอาหรับ หลังจากนั้นในปี 2512 ได้แปรสภาพจากปอเนาะ มาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ภายใต้การอำนวยการของอัลมัรฮูม อาจารย์ฮัจยี อิสมาแอล พิศสุวรรณ โดยใช้มะอัดมิสบา ฮุดดีน ซึ่งตรงกับภาษาไทยว่า โรงเรียนประทีปศาสน์ จัดการสอนวิชาสามัญ และหลักสูตรอิสลามศึกษาระดับต้น หรือ อิบตีดาอียะห์ ปีที่ 1-4 โดย อัลมัรฮูม อาจารย์เจ๊ะอะม๊ะ เจ๊ะหมัด เป็นครูใหญ่คนแรก

ฮัจยีอับดุลอากิม พิศสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ภาษาอาหรับ เล่าว่า โรงเรียนประทีปศาสน์ หรือปอเนาะบ้านตาล มุ่งสู่การเป็นองค์กรทางการศึกษา  ที่มุ่งเน้นพัฒนาศัยกภาพของผู้เรียน ให้เพียบพร้อมทั้งคุณธรรม และคุณภาพ สู่สังคมโลกขยายขอบเขตความรับผิดชอบสู่การเป็นศูนย์กลางประสานงาน การยกระดับคุณภาพการศึกษาของประชาคมมุสลิม โดยร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ ทางการศึกษาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้คัดเลือกนักเรียนที่มีผลการศึกษาดีส่งไปศึกษาต่อที่ระดับอุดมศึกษาตามโครงการนักเรียนทุนรัฐบาลอียิปต์ และนักเรียนแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยมลายา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทุนดังกล่าวจบการศึกษากลับมารับใช้สังคมมุสลิม ตามโรงเรียนต่าง ๆ  จำนวนมากมาย   “ปีการศึกษา 2556 วิสัยทัศน์ของโรงเรียนสามารถพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และ มีคุณค่า ดำรงตนตามหลักการอิสลาม ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยหลักสูตรที่เปิดสอนมีทั้งวิชาการศาสนา วิชาสามัญ  วิชาอัลกุรอาน รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพต่างๆ” ฮัจยีอับดุลอากิม กล่าว

อาจารย์ชนิตปรียา นฤบาล  ชาวจังหวัดตรัง แต่มาจบด้านครุศาสตร์ วิชาเอกภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และปัจจุบันทำหน้าที่ครูผู้สอนของรร.ประทีปศาสน์ เล่าว่า เมื่อเรียนจบใหม่ๆ ทราบว่า ทางโรงเรียนประทีปศาสน์ เปิดรับครูสอนภาษาไทยตรงกับสาขาที่เรียนจบมาจึงเข้ามาสมัคร ตอนแรกยอมรับว่ากังวลที่จะต้องมาสอนเด็กมุสลิม เพราะตนเป็นคนพุทธ กลัวว่าจะเข้ากับวิถีชีวิตของนักเรียนไม่ได้ แต่เมื่อเข้ามาสอนจริง ๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่น เด็ก ๆ ให้ความเคารพ ให้ความร่วมมือ และ คนที่นี้จะอยู่อย่างเรียบงาย ไม่ฟุ่มเฟือย ซึ่งจากที่ได้สัมผัสกับเด็กมุสลิมมากว่า 3 ปี จะพบว่าเด็กมุสลิมมีมิตรไมตรีให้กับครูผู้สอนอย่างมาก 

“ ศาสนาทุกศาสนามุ่งเน้นสอนให้ทุกคนเป็นคนดี แต่ถ้าเด็กเปลี่ยนไปก็น่าจะมาจากพื้นฐานของครอบครัว และสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เด็กเปลี่ยนไปมากกว่า อย่างเด็กที่อยู่กับครูที่โรงเรียน 24 ชั่วโมงเขาจะมีความเกรงใจ และรู้จักการปรับตัวเพื่อให้อยู่กับสังคมให้ได้ ” ครูชนิตปรียา กล่าว
อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันทื่โลกมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งปอเนาะก็หลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องได้รับกระแสของความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยมีการผสมผสานและพยายามผลักดันวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่ผู้เรียนได้ก้าวทันโลก ก้าวทันเทคโนโลยี  แต่ก็น่าชื่นชมที่ทุกวันนี้แม้จะต้องเผชิญกับกระแสของความเปลี่ยนแปลงเพียงใด แต่“ปอเนาะ”ก็ยังคงทำหน้าที่ในการเป็นสถาบันพื้นฐานสำคัญที่บ่มเพาะสร้างคุณภาพและพัฒนาศักยภาพให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามวิถีของมุสลิมอย่างเข้มแข็งต่อไป


โพสเมื่อ : 21 ก.ย. 55   อ่าน 2538 ครั้ง      คำค้นหา :