คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กุศโลบาย...อ่านไกลโรคของกศน.อำเภอรัษฎา & รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง




      

คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กุศโลบาย...อ่านไกลโรคของกศน.อำเภอรัษฎา & รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง

          วารินทร์ พรหมคุณ
          จากการสำรวจการอ่านหนังสือของคนไทยเมื่อปี 2551 พบว่า คนไทยอ่านหนังสือ66.3% จากปี 2548 ที่อ่าน 69.1% ดังนั้น เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้นจึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม2552 กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติและกำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันรักการอ่าน รวมถึงกำหนดให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน โดยมอบหมายให้สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการส่งเสริมการอ่าน
          เมื่อได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานส่งเสริมการอ่าน หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด กศน. ย่อมต้องเดินหน้าเต็มกำลังศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอรัษฎา (ศูนย์ กศน.อำเภอรัษฎา) จ.ตรังก็เป็นสถานศึกษาหนึ่งของ กศน.ที่มีรูปแบบการส่งเสริมการอ่านที่น่าสนใจ โดยมีโครงการร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการเรียนรู้แก่ชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง หรือสถานีอนามัยเดิม ในการจัดมุมส่งเสริมการอ่านภายในโรงพยาบาล ทำให้ทุกมุมทุกตารางนิ้วไม่เว้นแม้แต่ในห้องน้ำของโรงพยาบาลก็จะเป็นมุมให้ความรู้ทุกด้าน ทั้งเรื่องสุขภาพ และการส่งเสริมการอ่าน
          นางอุมาภรณ์ มโนภิรมย์ ผอ.กศน.อำเภอรัษฎา เล่าว่าเนื่องจากห้องสมุดประชาชนอำเภอรัษฎา ตั้งอยู่ห่างไกลชุมชน ทำให้ประชาชนเดินทางมาใช้บริการไม่สะดวก มีผู้มาใช้บริการห้องสมุดจำนวนน้อย อีกทั้งบรรณรักษ์ที่ดูแลรักษาก็มีอยู่เพียงคนเดียว จึงมีความคิดร่วมกันว่าทำอย่างไร ที่จะให้กิจกรรมห้องสมุดประชาชนโดยเฉพาะกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเข้าถึงชุมชนได้ ซึ่งนางปัทมนันท์ ทองอ่อน บรรณรักษ์ห้องสมุด เป็นคนในพื้นที่มีความสนิทสนมกับชุมชน ได้มาประสานกับสาธารณสุขอำเภอ ขอความร่วมมือในการจัดมุมส่งเสริมการอ่านในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจึงเป็นที่มาของโครงการมุมส่งเสริมการอ่านในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของอำเภอรัษฎา
          นายมนัส ชูเกียรติ หรือ หมอนัส ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองปาง(รพ.สต.) บอกว่า เดิมโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นสุขศาลา ได้รับการยกฐานะเป็นสาธาณสุขตำบลจนมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในปัจจุบันสำหรับโครงการมุมส่งเสริมการอ่านในโรงพยาบาลนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากชุมชน งบประมาณในการทำกิจกรรมทั้งหมด ส่วนใหญ่ได้มาจากชุมชน ดังนั้น เมื่อเราได้แรงสนับสนุนจากชุมชนจึงอยากทำอะไรที่ดีๆ ตอบแทนชุมชนด้วย จึงได้หารือกับนางปัทมนันท์ ว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อให้คนไทยรักการอ่าน ซึ่งได้รับคำแนะนำว่า เราน่าจะทำโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯเพราะวันที่ 2 เมษายน เป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน และยังเป็นวันการอ่าน
          ดังนั้น ถ้าเราจะทำเรื่องรักการอ่าน ก็ทำเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ และการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน และจะทำอย่างไรให้คนไทยมีคุณภาพได้ด้วย
          คุณหมอนัส ยังบอกด้วยว่า จากการค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตทราบว่า เมื่อปี 2554 เด็กไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 2-4 เล่มขณะที่เด็กเวียดนาม อ่านถึงปีละ 20-40 เล่มดังนั้น หากเราไม่เริ่มจากพื้นฐานครอบครัวจะพัฒนาให้เด็กไทยให้มีคุณภาพคงเป็นไปไม่ได้ก็เลยเริ่มต้นจากอาสาสมัคร (อสม.) ตำบลคลองปาง เข้าไปรณรงค์ทำกิจกรรมในศูนย์เด็กเล็กก่อน จากนั้นจึงขยายไปโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา ซึ่งการเข้าไปในโรงเรียนมัธยมศึกษาเพราะในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงอยากให้เด็กเปลี่ยนบรรยากาศเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนมาเรียนที่โรงพยาบาลบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน
          เมื่อก่อนการบริหารงานต่างคนต่างทำแต่อำเภอรัษฎาเรามาแชร์งบประมาณเป็นกองเดียว ทั้งงบฯ เทศบาล อบต. โรงเรียนกศน.โรงพยาบาล โดยมาเขียนแผนร่วมกัน โดยเฉพาะเทศบาล อบต.ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือเรื่องสุขภาพเพราะคนจะสุขภาพดีได้ต้องขึ้นอยู่กับการศึกษาโดยการศึกษานั้นไม่ใช่แค่จบปริญญา แต่เป็นการศึกษาตลอดชีวิต หมอนัส ย้ำ

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 06 มิ.ย. 55   อ่าน 2633 ครั้ง      คำค้นหา :