|
"ในหลวง"
ต้นแบบองค์อัครครูภูมิปัญญาไทยที่ประชาชนควรเรียนรู้ "สกศ."
ยกย่องเปรยขอนายกฯ เห็นความสำคัญ "นักวิชาการ"แนะนำความรู้ครูเทียบระดับ
"ซี" ด้านครูหนังตะลุงเมืองคอน เผย ต่างชาติสนใจหนังตะลุงมากกว่าคนไทย
เชื่อหนังตะลุงไม่หายไปจากเมืองไทย "สวนดุสิตโพล"
ระบุเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่ให้ครูใช้ไม้เรียวทำโทษเด็กนักเรียน จากการที่ "เดลินิวส์" นำเสนอปัญหาของครูภูมิปัญญาไทยว่ากำลังจะถูกลืมไปจากสังคมไทยนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 15 ม.ค. น.ส.สุทธาสินี วัชรบูล รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 16 มกราคมนี้ เป็นวันครูแห่งชาติ ทุกภาคส่วนดำเนินการยกย่องครูที่อยู่ในระบบ แต่ครูนอกระบบอย่างครูภูมิปัญญาไทยกลับถูกลืม ไม่ได้รับการเหลียวแลจากสังคม แต่เมื่อประเทศชาติประสบปัญหา ไม่ว่าเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ครูภูมิปัญญาไทยกลับนำพาชุมชน นำพาชนบทให้อยู่รอดอย่างสุขสบาย ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนคนในเมืองหลวง ยกตัวอย่างเช่น ครูภูมิปัญญาด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ครูภูมิปัญญาใช้หลักศาสนามาส่งเสริมการออมในรูปแบบ สัจจะออมทรัพย์ จนสามารถทำให้ชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ ไม่เป็นหนี้และชาวบ้านมีเงินออมในกองทุนแต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 30-100 ล้านบาท เป็นต้น รองเลขาฯ สกศ. กล่าวต่อว่า ตนอยากให้นายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญของครูภูมิปัญญาไทย โดยรัฐบาลควรหันมาช่วยเหลือครูภูมิปัญญาไทยมากขึ้น เพราะหากประเทศชาติขาดบุคลากรด้านนี้ไป ภูมิปัญญาที่จะทำให้สังคมไทยอยู่รอดก็จะไม่เหลือสำหรับ สกศ.ได้ยกย่องครูภูมิปัญญามาตั้งแต่ปี42 ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 รุ่น 9 ประเภท รวม315 คน ในโอกาสวันครูที่จะถึงนี้ อยากให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของครูภูมิปัญญาซึ่ง สกศ.เห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ทำให้หลักสูตรภูมิปัญญาไทยเข้าไปมีบทบาทในสถานศึกษาอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันต้องแก้ระเบียบกฎเกณฑ์ของสถานศึกษาที่กำหนดว่าครูภูมิปัญญาจะ ต้องจบปริญญา เพราะครูภูมิปัญญาบางคนไม่ได้เรียนหนังสือ หรือจบแค่ ป.4 แต่มีความรู้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งสถาบันการศึกษาบางแห่งไม่ยอมรับ นอกจากนี้ สกศ.เห็นว่า ควรจะมีการเทียบความรู้ให้ "ซีครูภูมิปัญญา" คล้ายกับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติที่มีสวัสดิการต่าง ๆ เหมือนกับข้าราชการด้วย "ในเรื่องของครูภูมิปัญญาไทย อยากให้ประชาชนมองไปที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นต้นแบบ องค์อัครครูภูมิปัญญาไทย พระองค์จะสอนให้ประชาชนของพระองค์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดำรงชีพยืนด้วย ลำแข้งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหลักเศรษฐกิจพอเพียงการแก้ปัญหาหน้าดินพังทลายด้วยหญ้าแฝกระบบ เกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งคนไทยจะต้องเรียนรู้ศึกษาเรื่องของภูมิปัญญาไทยเหล่านี้ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะคนในเมืองหลวงที่นับวันไม่ค่อยได้สัมผัสกับภูมิปัญญาชาวบ้านกัน แล้ว" ด้านนายสุชาติ ทรัพย์สิน ครูภูมิปัญญาไทย หนังตะลุง จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(การแสดงพื้นบ้านหนังตะลุง) ปี 2549 กล่าวว่า ปัจจุบันอาชีพหนังตะลุง และการแกะหนังตะลุง เหลือน้อยเต็มที เนื่องจากคนไทยให้ความสนใจน้อย แต่ตนก็จะพยายามถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้แก่ผู้ที่สนใจจริง ๆไว้ได้เรียนรู้ ในขณะที่ การแสดงหนังตะลุงการพากย์หนังตะลุง กลับได้รับความสนใจจากชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เข้ามาเรียนรู้วิธีการแกะหนังตะลุง การแสดงหนังตะลุง ที่สำคัญชาวต่างประเทศจะชอบการแกะสลักหนังตะลุง เพราะเขามองว่า สามารถนำไปทำเครื่องประดับบ้านเรือนได้อย่างสวยงาม และมีคุณค่าที่จะสะสมไว้ "ผมเชื่อว่า หนังตะลุงจะไม่หายไปจากภาคใต้และประเทศไทย เพียงแต่คนไทยจะสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าคนต่างบ้านต่างเมืองเขาชอบ ล่าสุดผมไปแสดงที่อินเดีย คนอินเดียชอบหนังตะลุงมาก นอกจากนี้ยังเคยได้ไปแสดงที่เยอรมนี ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศด้วย" ส่วนเรื่องเกี่ยวกับครูอีกประเด็นกรณีการเผยแพร่คลิปการกระทำความรุนแรงของ ครูด้วยการลงโทษตีลูกศิษย์อย่างรุนแรงผ่านเว็บไซต์ ขณะที่สภานักเรียนแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) แก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้นำไม้เรียวกลับมาใช้อีกครั้ง ทั้งนี้สวนดุสิตโพล ได้สำรวจความคิดเห็นจากครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปมีผลสรุปดังนี้ คือ ประชาชนคิดอย่างไร กรณีข่าวครูลงโทษเด็กด้วยไม้เรียว 48.19% มองว่าเป็นการลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ, การลงโทษเด็กด้วยไม้เรียวมีผลดี-ผลเสียอย่างไรบ้าง 52.03% มองว่าทำให้เด็กหลาบจำ ไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก 44.57% ส่งผลต่อจิตใจทำให้เด็กกลัว และอายเพื่อน, ส่วนถ้าไม่ใช้ไม้เรียวจะใช้วิธีใด 43.16 บำเพ็ญประโยชน์เก็บขยะ ทำความสะอาดห้องเรียน ส่วนเรื่องสภานักเรียนแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้แก้ไขระเบียบ ศธ.เพิ่มโทษให้ครูใช้ไม้เรียวลงโทษเด็กได้นั้น 53.84% เห็นด้วย 24.85%ไม่เห็นด้วย, สรุปประชาชนเห็นด้วยกับการลงโทษด้วยไม้เรียวหรือไม่ 65.08% เห็นด้วย18.93% ไม่เห็นด้วย อีกด้าน เชิดชูอดีตครูรักศิษย์ไม่เสื่อมคลาย วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่รร.วัดโคกงาม ต.สร่างโศก อ.บ้านหมอจ.สระบุรี หลังจากทราบข่าวว่ามีอดีตข้าราชการครู ได้อุทิศตัวเองมาสอนนักเรียนทุกวันแม้จะเกษียณอายุราชการไปนานแล้วกว่า 4 ปีและต้องขี่ จยย.จากบ้านที่ จ.ลพบุรี มาที่โรงเรียนฯ เป็นระยะทางไปกลับ 60 กิโลเมตรทุกวันโดยพบกับนางกรกมล สนธิเปรม อายุ64 ปี หรือป้าหยิบ อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโคกงาม ได้เล่าเรื่องราวให้ฟังว่าตนเองเกษียณอายุราชการมานานกว่า 4 ปีแล้วแต่ที่ยังต้องมาสอนอยู่ทุกวันก็เพราะโรงเรียนขาดแคลนครูผู้สอน โดยเฉพาะวิชาสังคมและคณิตศาสตร์ จึงได้ขอมาสอนโดยไม่ขอค่าตอบแทน และทุก ๆ วันจะบรรทุกน้ำสะอาดมาวันละ 10 ลิตร เพื่อให้นักเรียนได้ดื่มกินเนื่องจากน้ำประปาในโรงเรียน ยังไม่มีคุณภาพดีพอที่จะมาใช้บริโภคโดยไม่ผ่านการต้ม. ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
| โพสเมื่อ : 17 ม.ค. 54 อ่าน 8402 ครั้ง คำค้นหา : |