ก.พ.ค.ขอบอก : การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง (ตอนจบ)




      

คอลัมน์: ก.พ.ค.ขอบอก: การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง (ตอนจบ)

          คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
            สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม
            สำนักงาน ก.พ.
          ก.พ.ค. ขอบอก วันนี้ ขอเสนอเรื่องการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองต่อจากคราวที่แล้ว ในกรณีการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่เป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งต้องเป็น ไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539  ที่กำหนดให้การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะได้เพิกถอนนั้น เว้นแต่คำสั่งทางปกครองจะได้ทำขึ้นเพราะการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง หรือการข่มขู่หรือการชักจูงใจโดยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์  2544 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ประชุมลงมติให้แก้ไขประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เฉพาะรายที่ผิดพลาด ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวได้ถอนชื่อผู้ฟ้องคดีออกจากประกาศ จึงถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรู้ถึงเหตุที่จะเพิกถอนประกาศและคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีได้นับแต่วัน ดังกล่าว การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี ออกจากราชการอันมีผลเป็นการเพิกถอน คำสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 จึงเป็นการเพิกถอนคำสั่งเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงเหตุแล้ว ประกอบกับการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งนั้นเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของคณะกรรมการประมวลผลสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ในการดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยไม่ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง หรือการข่มขู่หรือการชักจูงใจ ด้วยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะนำความผิดพลาดของการดำเนินการสอบแข่งขันมาเป็นผลร้ายต่อผู้ฟ้องคดีจึงย่อมไม่ถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่อาจเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ คำสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ  และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการให้ผู้ฟ้องคดีกลับเข้ารับราชการภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
          จะเห็นได้ว่า การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากล่วงเลยระยะเวลาแล้ว กรณีก็อาจเกิดผลบิดเบือนจากหลักเกณฑ์ที่ราชการกำหนดไว้ได้  สำหรับกรณีนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับข้าราชการครูตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 แต่ก็นำมาใช้ เทียบเคียงกับข้าราชการพลเรือนสามัญได้ ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2551 บัญญัติเรื่องการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการไว้ ตามมาตรา 53 กำหนดว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจาก ผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การสอบแข่งขันการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด และสำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการไว้ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 แต่ก็ไม่ระบุชัดถึงกรณีที่เกิดขึ้นข้างต้นไว้
          เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นทำนองเดียวกับกรณีนี้  จะสมควรหรือไม่ที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อป้องกันปัญหาในเรื่องนี้ อาทิเช่น ก.พ. อาจจะกำหนดหลักเกณฑ์และแจ้งเวียนให้ทราบโดยทั่วกันว่า  หากมีกรณีเช่นเดียวกันนี้ ก็ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เป็นผู้สอบแข่งขันได้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการ อันเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. อาจกำหนดได้ตามมาตรา 53 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือในกรณีที่มีการพบข้อผิดพลาดเกิดขึ้นให้ผู้มีอำนาจสั่งยกเลิกเพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น เร่งพิจารณาดำเนินการยกเลิกเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเสียภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงข้อผิดพลาดนั้น ๆ  มิฉะนั้นผู้ที่สอบแข่งขันไม่ผ่าน แต่กลับได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการเช่นนี้แล้วจะเป็นธรรมกับผู้ที่สอบแข่งขันได้ได้อย่างไร
          หากข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในระบบราชการพลเรือน หรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อได้ที่
          คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม สำนักงาน ก.พ. เลขที่ 59 ถนนพิษณุโลก แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 0 2288 4971, 0 2288 4925-50  โทรสาร 0 2288 4972, 0 2288 4988 หรือ www.ocsc.go.th

          --มติชน ฉบับวันที่ 22 ม.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 21 ม.ค. 56   อ่าน 1881 ครั้ง      คำค้นหา :