ไฟเขียวแยกเขตพท.ประถมฯ 183 เขต มัธยมฯ 42 เขต




      

ไฟเขียวแยกเขตพท.ประถมฯ 183 เขต มัธยมฯ 42 เขต

          ชินวรณ์ ไฟเขียวแยกเขตพื้นที่การศึกษามัธยมฯ 42 เขต เขตพื้นที่ประถมฯ 183 เขต ยุบรวม 3 เขตพท.ใน กทม. เป็นเขตพท.ประถม 1 เขต เตรียมส่งสภาการศึกษา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อน สพฐ.ประกาศรายชื่อโรงเรียนตามเขตใหม่ พร้อมตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ พิจารณาการบริหารงานบุคคลแทน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมฯ ก่อนมีการแต่งตั้งใหม่ใน 180 วัน
          วานนี้(17 ส.ค.) ที่อาคารรัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาการศึกษา (สกศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 42 เขตพื้นที่การศึกษา และเห็นชอบการยุบรวมเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 3 เขต เป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร 1 เขต รวมทั้งเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 185 เขต เป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ 183 เขต
          นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับเขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ จ.สกลนคร ดังนี้ เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ สกลนคร เขต 1 เพิ่ม อ.กุดบาก เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ สกลนคร เขต 2 ลด อ.กุดบาก และเพิ่ม อ.เจริญศิลป์ เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ สกลนคร เขต 3 ให้ลด อ.เจริญศิลป์ จากนั้นตนจะได้ลงนามในประกาศ ศธ. เพื่อให้เลขาธิการสภาการศึกษา นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา และหลังจากมีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จะได้ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ให้ทราบต่อไป นอกจากนี้จะได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)วิสามัญทำหน้าที่พิจารณาการบริหารงานบุคคลแทนอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นการศึกษามัธยมฯ ภายใน 180 วันต่อไป
          ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การบริหารงานบุคคลของระดับมัธยมฯนั้น สพฐ.ได้วางแนวปฏิบัติดังนี้ การขอย้ายของผู้บริหาร ครู และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ตามปกติจะให้ยื่นคำขอระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค. แต่เนื่องจากขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพท.มัธยมฯ) ยังไม่เกิด ดังนั้นให้ยื่นคำร้องที่ สพท.เดิมไปก่อน เพื่อรวบรวมและส่งเรื่องให้ สพท.มัธยมฯ หลังจากที่มีการจัดตั้งแล้ว ส่วนการบรรจุครูผู้ช่วยในโรงเรียนมัธยมฯ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษามัธยมฯ ดังนั้นต้องรอให้มีการแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญทำหน้าที่แทน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมฯ ที่มีตนเป็นประธานก่อน เพื่อดูแลการเรียกบรรจุครูผู้ช่วยจากบัญชีผู้สอบได้ ซึ่งคาดว่า อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ จะทำหน้าที่ได้ภายใน 2 วันนี้
          สำหรับการสอบขึ้นบัญชีผู้บริหาร ได้แก่ รองผอ.โรงเรียน เป็นผอ.โรงเรียน และครูเป็นรองผอ.โรงเรียน ซึ่งไม่ได้มีการแยกเป็นบัญชีประถมฯและมัธยมฯไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นในช่วงนี้ให้ อ.ก.ค.ศ.ประถมฯเรียกผู้สอบขึ้นบัญชีที่เป็นบุคลากรของประถมฯได้เลย ส่วนมัธยมฯนั้น ต้องรอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ เป็นผู้ดำเนินการเรียกบรรจุเช่นกัน
          ในระยะแรกเมื่อมี สพท.มัธยมฯ สพฐ.จะขอให้ประธานศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการมัธยมศึกษา (ศกม.) ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สพท.มัธยมฯไปก่อนจนกว่าจะมีการสรรหาผอ.สพท.มัธยมฯตามหลักเกณฑ์ที่ก.ค.ศ.กำหนด สำหรับงานธุรการ การตั้งเบิกจ่ายงบประมาณในระหว่างที่ยังไม่มีสพท.มัธยมฯ ก็ขอให้ สพท.เดิมทำหน้าที่ไปพลางก่อน เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
          นายชินภัทร กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ในการกำหนดคุณสมบัติผอ.สพท.มัธยมฯ ควรเปิดโอกาสให้ผอ.สพท.เดิม แสดงความประสงค์มาเป็นผอ.สพท.มัธยมฯได้ ดังนั้นการปรับลดจำนวน สพท.ประถมฯลง ไม่ได้ทำให้ผู้บริหารประถมเสียโอกาส แต่ยังเพิ่มโอกาสให้มีตำแหน่งผอ.สพท.มัธยมฯเพิ่มอีก 42 เขต ส่วนรองผอ.สพท.มัธยมฯนั้นได้มีการกำหนดกรอบโครงการสร้างอัตรากำลังให้มีรอง ผอ.สพท.3 คน ดูแล 3 ด้านคือ ด้านวิชาการ ด้านบุคลากร และด้านงบฯและการบริหารงานทั่วไป

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

โพสเมื่อ : 18 ส.ค. 53   อ่าน 11383 ครั้ง      คำค้นหา :