สช.ร่วมหลายฝ่ายกำหนดมาตรการดูแลร.ร.กวดวิชา
สช.ร่วมหลายฝ่ายกำหนดมาตรการดูแลร.ร.กวดวิชา
นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(ผอ.สช.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สช. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแล ร.ร.กวดวิชาว่า ครม.มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๔ เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันพิจารณากำหนดแนวทางการควบคุมดูแล ร.ร.กวดวิชาไม่ให้กการดำเนินการในลักษณะแสวงกำไรจนเกินควร ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ร.ร.กวดวิชาที่ตั้งขึ้นก่อน พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ให้เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนที่ได้รับอนุญาติ หากมีการเปลี่ยนแปลงให้ยื่นอนุญาติโดยจัดทำรายละเอียด เกี่ยวกับกิจกรรมของ รร.นอกระบบ และกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรทเนียมการศึกษา ให้ดำหนดอัตราค่าตอบแทนได้ไม่เกิน 20% ในการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ร.ร.ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูผู้สอนจะเก็บในอัตราที่สูงกว่าการเรียนการสอนโดยใช้สื่อผสม หากใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นเครื่องมือที่จะเก็บในราคาที่ต่ำสุด ซึ่ง รร.นอกระบบทุกขนาด ทุกประเภท จะต้องเสนอรายงานแสดงกิจการงบการเงินต่อผู้อนุญาติตามมาตรา ๑๒๔ เป็นประจำทุกปี และให้ติดประกาศใบอนุญาตการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา/หลักเกณฑ์การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาเพื่อให้สามารถตตรวจสอบได้ นอกจากนี้ สช.จะต้องตรวจติดตามการดำเนินการของ ร.ร.กวดวิชาให้เป็นไปตามระเบียบกฏหมายของทางราชการอย่างเคร่งครัด ผอ.ส.ช. กล่าวอีกว่า สำหรับการกำหนดมาตราการเพื่อกำกับดูแลครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนอย่างตามหลักสุตร เพื่อนักเรียนจะได้ไม่ต้องไปเรียนเพิ่มเติมใน ร.ร.สอนกวดวิชานั้น ที่ประชุมเห็นว่าหากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนไม่เป็นไปตามหลักสูตร ถือว่าเป็นความผิดวินัยตนมพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคคากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ และเป็นการกระทำที่ขวดจรรยาบรรณ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สภาครู และบุคคากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยให้สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคุรุสภา ติดตามตรวจสอบการกระทำของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐอย่างใกล้ชิดและลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฏหมาย นอกจากนี้ยังได้ให้ สพฐ. และคุรุสภาร่วมกับสถานศึกษาอื่นของรัฐและแจ้งให้ สช.ทราบเพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป ส่วนการออกระเบียบข้อบังคัยในเรื่องของการตรวจสอบและปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ก่อนการอนุมัติ อนุญาติให้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนกวดวิชา ของ รร.สอนกวดวิชา ที่ประชุมมอบให้ สช.และผอ.สพท. ในฐานะผู้อนุญาติ ตรวจติดตามสถานที่ตั้งรร.กวดวิชาให้มีมาตรการในการป้องกันอัคคีภัยและตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่พร้อมในงานได้ตลอดเวลา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากพบว่าโรงเรียนมีสภาพที่น่าจะเป็นอันตรายผู้เรียน สข.และผอ.สพท. ประสานกับเจ้าหน้าทีท้องถื่นกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเข้าทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นควรกำหนดให้อาคาร ที่จะนำมาใช้จัดตั้ง รร.นอกระบบต้องเป็นอาคารเพื่อการศึกาตามกฏหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยให้บรรจุในร่างกฏกระทรสงซึ่งออกตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักคณะกรรมการกฤษฏีกา
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |
|
โพสเมื่อ :
01 มี.ค. 54
อ่าน 12091 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |