วิจัยภาษาอังกฤษในกลุ่มอาเซียน สกศ.เชิญตัวแทนนานาชาติร่วมหารือ
วิจัยภาษาอังกฤษในกลุ่มอาเซียน สกศ.เชิญตัวแทนนานาชาติร่วมหารือ
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนาระดับภูมิภาค เรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ เพื่อศึกษาถึงนโยบายของแต่ละประเทศในเรื่องการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ซึ่งเชิญผู้แทนด้านการศึกษาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ลาว และอาเซียนบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาร่วมอภิปราย โดยมีผู้บริหาร ครู คณาจารย์ ผู้แทนองค์กรทางการศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสัมมนา ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปี พ.ศ. 2558 ภูมิภาคอาเซียนจะรวมตัวเป็นชุมชนเดียวกัน เป็นที่แน่นอนว่าภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันสกศ. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวรทำการศึกษาเชิงเปรียบเทียบว่าภูมิภาคอาเซียน และอาเซียนบวกสาม ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ทำอย่างไรจะเตรียมประชาชนและเยาวชนของตน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยให้ครูและผู้แทนองค์กรการศึกษา ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมอง หาวิธีการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาของไทย เตรียมตัวสำหรับอนาคต และใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ให้ความสนใจและมีการส่งเสริมให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 หวังว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ และเป็นกรณีศึกษาที่ดีเพื่อเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป ดร.อาเด็ง เคด้า อัลวาซิลาห์ จากมหาวิทยาลัยการศึกษาแห่งอินโดนีเซีย กล่าวว่า ประชากรในอินโดนีเซียคาดว่าจะมีมากถึง 245 ล้านคน ในปี 2014 และอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาท้องถิ่นก่อน จากนั้นจึงเรียนภาษาประจำประเทศ และเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 3 ปัจจุบันมีประชากรในวัยการศึกษาถึง 52 ล้านคน มีครู 2.9 ล้านคน แต่มีครูที่สอนภาษาอังกฤษเพียงหนึ่งแสนคน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.4 จากครูทั้งหมด ซึ่งยังมีไม่เพียงพอ สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย รัฐบาลอินโดนีเซีย กำลังศึกษาถึงแนวทางการนำ Genre-based Approach (GBA) มาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศออสเตรเลียใช้ในการสอนภาษาอังกฤษ นายทองสุข แก้วมณี จากกระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาชนลาว กล่าวว่า ในลาวถือว่าการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับภาษาที่มีอิทธิพลในลาวสมัยเป็นอาณานิคม (ค.ศ.1893-1975) ได้แก่ ฝรั่งเศส จากนั้นมีการแพร่กระจายการศึกษาจากประเทศรัสเซีย (ค.ศ.1975-1990) จนกระทั่งภาษาอังกฤษเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา สำหรับนโยบายและหลักสูตรนั้นจะมาจากส่วนกลางเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องสื่อการสอนพบว่าสื่อการเรียนการสอนนั้นยังมีไม่เพียงพอและยังไปไม่ถึงเด็กที่อยู่ห่างไกลอยู่มาก ในระดับประถมศึกษาส่วนใหญ่จะใช้ตำราเรียนที่มาจากประเทศไทยเป็นหลัก และโรงเรียนของรัฐก็ไม่มีการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ มีเพียงโรงเรียนเอกชนเท่านั้นที่เปิดสอนภาษาต่างประเทศทั้ง ภาษาจีน เกาหลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ดร.ซุง เย คิม จากสถาบันด้านหลักสูตรและการวัดประเมินผลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า เกาหลีกำหนดให้วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับตั้งแต่ประถมจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเรียนภาษาอังกฤษจากข่าว จากการ์ตูน แล้วฝึกให้เด็กพูดและตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่จะพบว่าผลสัมฤทธิ์ในเรื่องภาษาอังกฤษของเด็กเกาหลีใต้อยู่ในระดับต่ำในเรื่องของการเขียนและการพูดโดยในชั้นเรียนจะเน้นหนักในเรื่องของหลักไวยากรณ์และการอ่านแต่ไม่ได้เน้นในเรื่องของการสื่อสารจึงมีการจัดหลักสูตรโดยการเพิ่มชั่วโมงเรียนในระดับประถมศึกษา เน้นให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าจะเรียนเพื่อให้สอบผ่านมีการใช้อินเตอร์เน็ตมาช่วยในการฝึกพูดและตอบคำถามโดยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์จากส่วนกลางด้วย ดร.เบ๋าว์ เทียนเอิ๋น เลขาธิการศูนย์การศึกษาค้นคว้าการสอนภาษาต่างประเทศ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ปัจจุบันสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความสำคัญกับเรียนรู้ภาษาอังกฤษมาก และกำหนดให้อังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ในด้านการประเมินผลนั้น นักเรียนที่จะต้องสอบเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย จะต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษระดับชาติ และก่อนที่จะจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา นักศึกษาจะต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การปรับปรุงระบบการทดสอบซึ่งใช้วิธีตอบแบบปรนัย ปัญหาเกี่ยวกับครูที่มีจำนวนกว่าครึ่งที่มาจากวิชาอื่นๆเพื่อมาสอนภาษาอังกฤษทำให้นักเรียนไม่ได้ความรู้ที่ดีนัก และตำราเรียนส่วนใหญ่ก็จะมาจากเจ้าของภาษาจึงทำให้เนื้อหาและกิจกรรมไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของผู้เรียนเป็นต้น รศ.ดร.ฉันทนา จันทร์บรรจง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทยยังขาดครูที่มีความชำนาญภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษา และหลักสูตรที่ใช้ยังเป็นหลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการของไทยก็มีนโยบายเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ โดยจัดให้มีโปรแกรมภาษาอังกฤษ (EP) และอิงลิชแคมป์ และจัดหาครูต่างประเทศมาช่วยสอน แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ปัจจุบันมีการพัฒนาด้านยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยการประกาศให้เป็นปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ และกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันที่พูดภาษาอังกฤษ เพื่อมุ่งเน้นด้านการสื่อสารเสริมสร้างความแข็งแกร่งภาษาต่างประเทศทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงคุณภาพครูที่สอนภาษาต่างประเทศ มีการเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วย
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง |
|
โพสเมื่อ :
13 มี.ค. 55
อ่าน 12011 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |