ตั้งกก.ปฏิรูปหลักสูตรแห่งชาติแล้ว ดึง’เอกชน-หอการค้า-สภาอุตฯ-นักวิชาการ’ร่วม เตรียมตั้งธ
ตั้งกก.ปฏิรูปหลักสูตรแห่งชาติแล้ว ดึง'เอกชน-หอการค้า-สภาอุตฯ-นักวิชาการ'ร่วม เตรียมตั้งธง'วิสัยทัศน์-วางระบบการศึกษาพฐ.'
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ เพื่อการปฏิรูปหลักสูตร และการพัฒนาตำราเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคณะกรรมการการปฏิรูปหลักสูตรฯประกอบด้วย 1.คณะที่ 1 คณะกรรมการกำหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 22 คน มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เป็นรองประธานกรรมการ และมีกรรมการ 20 คน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย นายกสมาคมหลักสูตรและการสอนแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และวางแนวทางระบบการจัดศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติ และให้ความเห็นชอบระบบการจัดการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาและยกร่าง นายภาวิชกล่าวว่า และ 2.คณะที่ 2 คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 32 คน มีตนเป็นประธาน และกรรมการอีก 31 คน อาทิ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นายศิริชัย กาญจนวาสี นาย สุพจน์ หารหนองบัว นายวิชัย ริ้วตระกูล คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ นายสมพงษ์ จิตระดับ เป็นต้น โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้คือ 1.ออกแบบระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะให้ประกาศใช้เป็นระบบการศึกษาของประเทศ โดยศึกษา วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของระบบการศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับระบบการศึกษาของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่การศึกษามีคุณภาพสูง 2.ร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ทั้งระบบ ให้เป็นหลักสูตรที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการของโลก สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาสังคมไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.กำหนดรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตร รวมทั้ง เนื้อหารายวิชา รายละเอียดการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งลำดับขั้นในการเรียนรู้ของเนื้อหาในรายวิชาต่างๆ ที่เหมาะกับพัฒนาการของนักเรียนไทย โดยมุ่งให้เกิดระบบการจัดการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์สูง 4.ดำเนินโครงการ ตำราเรียนแห่งชาติ ที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยกำหนดโครงสร้างของตำราเรียนทุกรายวิชา เพื่อเป็นแนวทางการแต่งตำราเรียนของโรงเรียน ครูอาจารย์ สำนัก พิมพ์ และนักวิชาการต่างๆ ทั้งตำราเรียนแบบสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 5.พัฒนาระบบการอนุมัติต้นฉบับตำราเรียน ที่มีประสิทธิภาพ และมีหลักประกันด้านคุณภาพ 6.ดำเนินการ ทดสอบหลักสูตร และรายวิชาต่างๆ รวมทั้ง ตำราเรียนในโรงเรียนนำร่องที่มีความเหมาะสม7.วางแผนการประกาศ และใช้หลักสูตรใหม่ให้ทั่วทั้งระบบการศึกษาของประเทศ และ 8.มีอำนาจในการตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการโครงการให้บรรลุตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนนี้จะมีประชุมคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด เพื่อผลักดันเรื่องนี้ กันต่อไป นายภาวิชกล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
08 ก.พ. 56
อ่าน 1619 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |