อาชีวะผลิต’เด็กเกษตร’ป้อนแผนพัฒนาข้าวไทย




      

อาชีวะผลิต'เด็กเกษตร'ป้อนแผนพัฒนาข้าวไทย

          ศึกษาธิการ * อาชีวฯ จับมือมูลนิธิข้าวไทยฯ พัฒนากำลังคน เทคโนโลยีข้าวไทย หวังเพิ่มความสามารถด้านการผลิตข้าวไทย สุเมธ ชี้ในอนาคตโลกจะแย่งอาหารมากกว่าพลังงาน เลขาฯ สอศ. รับมีนักเรียนเลือกเรียนอาชีวศึกษาสายเกษตร เพียงร้อย ละ 4 เท่านั้น
          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดให้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ เรื่อง การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาชาวนาไทยรุ่นใหม่ โดยนายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะผลิตและพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีข้าว ตั้งแต่การแปรรูปไปจนถึงการค้า และให้ตอบรับการเพิ่มตัวของพลเมืองโลกที่ปัจจุบันมีจำนวน 6,700 ล้านคน ทำให้มีความต้องการบริโภคข้าวประมาณ 417.7 ล้านตัน ซึ่งมีประเทศที่บริโภคข้าวมากที่สุด ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ดังนั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการพัฒนาข้าวไทย จึงจำเป็นที่จะต้องผลิต และพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีข้าวให้มีศักยภาพ เพื่อสร้างและพัฒนาชาวนาไทยให้เป็นชาวนาไทยรุ่นใหม่ในอนาคต
          น่าเสียดายในช่วงที่ผมเป็นอดีต เลขาฯ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เกิดข้อผิดพลาดในการวาง แผนประเทศ คือ เลือกเดินทางผิด โดยไปมุ่งเน้นการอุตสาหกรรมแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่เกษตรกรรม แต่ผมคิดว่ายังไม่สายที่จะหวนกลับมายึดทุนมนุษย์และทุนทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อพัฒนา ประเทศไทยให้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำเหมือนใน ประวัติศาสตร์ได้ เพราะขณะนี้มนุษย์โลกกว่า 30% เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร และผมก็คาดว่าในอนาคตก็จะเกิดสงครามแย่งอาหารมากกว่าแย่งพลังงาน นายสุเมธกล่าว
          นางสาวศศิธารา พิชัยชาญรณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ปัจจุบันวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นเวลากว่า 20 ปี แต่น่าเสียดายที่เด็กไทยยังให้ความสำคัญกับการเรียนเกษตรน้อยมาก เพราะจะเห็นได้จากตัวเลขนักเรียนที่เรียนต่อสายอาชีวศึกษา โดยเลือกเรียนสายอุตสาหกรรมร้อยละ 63 เลือกเรียนสายพาณิชยกรรมและคหกรรมร้อยละ 33 แต่เลือกเรียนสายเกษตรเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินการระยะเวลา 5 ปี โดย สอศ.จะกำหนดแผนพัฒนาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องข้าว ตลอดจนจัดค่ายข้าวอนุชนชาวนาไทย ภาคละ 1 แห่ง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกกับเยาวชนให้มีความรู้เรื่องข้าว รู้ซึ้งถึงความสำคัญ และวิถีชีวิตของการทำนายุคใหม่ ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะ เป็นแรงจูงใจให้เด็กหันมาเรียนสายเกษตรกรรมมากขึ้น.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 20 พ.ค. 54   อ่าน 80644 ครั้ง      คำค้นหา :