|
|
นิตยสาร The Times Higher Educationได้ตีพิมพ์การจัดอันดับ Times Higher Education100 Under 50 ซึ่งเป็นการจัดอันดับแบบใหม่ที่นอกเหนือไปจากการจัดอันดับแบบเดิม คือ จัดอันดับ 100 มหาวิทยาลัยโลก จากมหาวิทยาลัยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี อันดับใน The THE 100 Under 50 ได้แสดงให้เห็นถึงประเทศมาท้าทายประเทศที่เคยเป็นผู้นำทางด้านนี้มาโดยตลอด อย่างอเมริกาและอังกฤษ ในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านและจุดหมายการเรียนต่อที่สำคัญแห่งใหม่สำหรับนักเรียน ที่มีจุดหมายอย่าง Harvard หรือ Cambridge โดยมีประเทศกว่า 30 ประเทศทั่วโลกที่ติดอันดับ อันดับแรกในการจัดอันดับ คือ South Korea’s Pohang University of Science and Technology ซึ่งมีอายุเพียง 26 ปี และสามารถก้าวหน้าจากการได้รับการสนับสนุนและลงทุนจากพรรคการเมืองและหน่วย งานเอกชน อันดับสอง คือ Switzerland’s Ecole Polytechnique Fédérale de Lausanne และอันดับสามคือ Hong Kong University of Science and Technology โดยมี The University of California, Irvine อยู่ในอันดับสี่ และ Korea Advanced Institute of Science and Technology รั้งในอันดับห้า ส่วน Université Pierre et Marie Curie, of France อยู่ในอันดับ 6 ตามด้วย the University of California, Santa Cruz ในอันดับ 7 มหาวิทยาลัยจากอังกฤษ ติดสามอันดับสุดท้ายใน Top 10 โดยอันดับ 8 คือ the University of York อันดับ 9 คือLancaster University และ the University of East Anglia ในอันดับ 10 ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยจากอังกฤษจากพลาดจากการติดอันดับต้นๆในการจัดอันดับแบบ ใหม่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจำนวนมหาวิทยาลัยที่ติดใน 100 อันดับมากกว่ามหาวิทยาลัยจากประเทศอื่น เช่น University of Warwick , Brunel University และ University of Surrey เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเทศที่ทำอันดับได้ดีที่สุดอีกแห่งในการจัดอันดับ คือ ออสเตรเลีย ที่มีมหาวิทยาลัยถึง 14 แห่งที่ติดอยู่ในการจัดอันดับ เช่น Macquarie University, Queensland University of Technology, Charles Darwin University และ University of South Australia “รายชื่อของมหาวิทยาลัยในการจัดอันดับแบบใหม่นี้ ถือว่าเป็นข่าวดีของออสเตรเลีย” Phil Baty, นักเขียนของ Times Higher Education Rankings กล่าว “ออสเตรเลียสามารถชนะประเทศอย่างอเมริกา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และแคนาดามาได้ และมีเพียงอังกฤษเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยติดอันดับ มากกว่าออสเตรเลีย โดยเดิมทีมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียก็สามารถทำได้ดีในการจัดอันดับแบบเดิม อยู่แล้ว แต่แบบใหม่นี้ก็ยิ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความแข่งแกร่งภายใต้ระบบการ ศึกษาของออสเตรเลีย” Phil Baty กล่าวอีกว่า “มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งในปี 1960s, 70s, 80s และ 90s ที่ติดอยู่ในการจัดอันดับ เป็นการแสดงให้เห็นว่าออสเตรเลียไม่เคยพักในการพัฒนาศักยภาพและยึดติดอยู่ใน ชื่อเสียงเดิมๆของตน” ประเทศในแถบเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะมาเลเซียก็ติดอยู่ในการจัดอันดับเช่นกัน คือ Universiti Kebangsaan Malaysia โดยมีชื่อเสียงในเรื่องของศักยภาพและตอบสนองต่อการเติบโตของวงการการศึกษาใน ระดับโลก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยจากสิงคโปร์ก็ติดอันดับเช่นกัน คือ Nanyang Technological University ในอันดับที่ 16 Phil Baty กล่าวต่ออีกว่า “การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่เน้นเอามหาวิทยาลัยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี ถือว่าเป็นการเตือนประเทศที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ในอดีตอย่างอังกฤษและอเมริกา ว่า คลื่นลูกใหม่ของวงการการศึกษาโลกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก สถาบันที่จัดการในเรื่องการลงทุน, การพัฒนานวัตกรรม, กลยุทธและทักษะต่างๆได้ดี สามารถขึ้นมาประสบความสำเร็จได้อย่างเช่นที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเก่าๆ เคยทำมาเช่นกัน” การจัดอันดับ The Times Higher Education 100 Under 50 เป็นส่วนหนึ่งของแฟ้มสะสมผลงานของระบบการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ก่อนตั้ง ขึ้นโดย Times Higher Education ที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางในฐานะผู้จัดหาข้อมูลของโลก โดยการจัดอันนี้ใช้ข้อมูลและตัววัดที่เข้มงวดแม่นยำผ่านตัวชี้วัด 13 แบบ ครอบคลุมถึงสิ่งที่เป็นปัจจัยของศักยภาพของมหาวิทยาลัย เช่น ระบบการสอน, การทำวิจัย, การส่งผ่านความรู้ และ การเป็นสากลวิวัฒน์ แต่สิ่งที่ชี้วัดศักยภาพของสถาบันรุ่นใหม่ จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดเพิ่มเติมเพื่อเปรียบได้เท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยเก่า ที่มีแต่เดิม
ที่มา : Times Higher Education 2012 |
| โพสเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 อ่าน 2240 ครั้ง คำค้นหา : 10 อันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยโลก , สุดยอดมหาวิทยาลัยโลก , มหาวิทยาลัย |