ติงดึงคนนอกนั่งเก้าอี้เลขาธิการ สกศ.
ติงดึงคนนอกนั่งเก้าอี้เลขาธิการ สกศ.
ติงดึงคนนอกนั่งเก้าอี้เลขาธิการ สกศ. อัดการเมืองทำคุณค่าศึกษาไทยด้อย กระทุ้งขับเคลื่อนปฏิรูปรอบ 2... รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งนายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) แทน ศ. พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ได้โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ส่วนตัวไม่รู้จักนายเอนก จึงไม่มั่นใจว่าจะสานต่องานของ สกศ.ได้หรือไม่ เพราะงาน สกศ. ส่วนใหญ่เป็นงานนโยบายและแผน ซึ่งหากได้คนที่เป็นลูกหม้อของ สกศ. หรือคนในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกศ. ก็จะทำให้งานเดินหน้าได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ในเมื่อได้คนนอก ศธ.มานั่งในตำแหน่งนี้แล้ว ทางรองเลขาธิการ สกศ. ก็คงต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งตนเชื่อว่าเลขาธิการ สกศ.คนใหม่คงต้องใช้เวลาศึกษางาน 3-6 เดือนกว่าจะเข้าใจบริบทของแผนงานการปฏิรูปการศึกษา การดึงคนนอกมาดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ 11 ใน ศธ. สะท้อนให้เห็นว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการศึกษาเท่าใดนัก เพราะเหมือนดึงคนมารับตำแหน่งระดับสูงสุดชั่วคราวแล้วก็ออกไปจาก ศธ. จึงไม่ทราบว่า การโยกย้าย หรือแต่งตั้งใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา และคำนึงถึงการพัฒนาการศึกษามากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งเลขาธิการซึ่งถือเป็นเสนาธิการด้านการศึกษาก็มักจะถูกโยกคนมาจากที่อื่น จึงทำให้สูญเสียการให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาไป ดังนั้น ผมจึงไม่อยากให้การเมืองมาทำให้คุณค่าการศึกษาไทยด้อยลงไปมากกว่านี้ รศ.ดร.สมพงษ์กล่าว อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต่อไปว่า แม้นายเอนกจะไม่ใช่คนในแวดวงการศึกษา แต่ตนก็ขอให้กำลังใจในการที่จะเริ่มต้นเรียนรู้และเข้าใจเครือข่ายของการทำงานด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบ นอกจากนี้ จะต้องมีความแข็งแกร่ง และต้องทำให้เป็นที่ยอมรับของคนใน ศธ. ทั้งนี้ ขอฝากให้เลขาธิการ สกศ.คนใหม่ช่วยผลักดันและสานต่อในการนำแผนงานการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ไปปฏิบัติและขับเคลื่อนให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษาได้ใช้งบประมาณและบุคลากรจำนวนมากในการจัดทำแผนงาน แต่ต้องมาโดนการเมืองดองงานจนตายสนิท ดังนั้น จึงอยากให้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน โดยนำแผนงานของ ศธ. และแผนงานการปฏิรูปการศึกษา มาบูรณาการเพื่อจัดทำเป็นโรดแมปในการพัฒนาการศึกษาต่อไป.
ที่มา: http://www.thairath.co.th |
|
โพสเมื่อ :
11 พ.ย. 54
อ่าน 65750 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |