เก็บตกการศึกษา 2554...




      

เก็บตกการศึกษา 2554...

 

          เก็บตกการศึกษา 2554...
ดี๊ด๊าแท็บเล็ต ป.1 & ฮีโร่สีชมพูสู้น้ำท่วม

ไม่มีใครตอบได้หรอกว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร แต่ตราบเท่าที่เรายังมีวันนี้ และเมื่อวานก็ยอมทำให้เราตระหนักว่า ความผิดพลาดใดๆ ที่บังเกิดขึ้นนั้นคือบทเรียน คือประสบการณ์ สำหรับวันพรุ่งนี้เสมอ!!!
 แต่กว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ 31 ธันวาคม 2554 ...1 ปีผ่าน นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนย่อมมีสุข-ทุกข์คละเคล้าไป เช่นเดียวกับ แวดวงการศึกษา ในรอบปีจะมีเหตุการณ์ใดที่พลันคิดย้อนไปแล้วจะได้ยิ้มแก้มปริ หรือเบ้หน้าใส่กันบ้าง...
---------------------
@ ต้องมา 3 ถึงเอาอยู่คร้า!
 กลายเป็นว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นแชมป์ รัฐมนตรี มากที่สุดในรัฐบาลทั้ง 2 ชุด โดยครึ่งปีแรกที่ประชาธิปัตย์ ยังรั้งอำนาจอยู่ก็ได้ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ -นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ -ไชยยศ จิรเมธากร มาขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง
 ส่วนครึ่งปีหลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขึ้นโหนอำนาจ ก็จัดทัพ ศธ.เสียใหม่ โดยมีวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล บุญรื่น ศรีธเรศ และ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
 ...จนกลายเป็นสูตรสำเร็จว่า รัฐมนตรีรั้วเสมา ต้องมา 3 ถึงเอาอยู่คร้า! (หรือเปล่า?)

 ส่วนใครจะทำงานมากน้อย และเป็นที่จดจำของสังคมได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่า บิ๊ก ศธ.มักติดโผ รมต.ที่โลกลืม ทุกครั้งสิน่า...ไม่ต้องอะไรมากล่าสุดกับกระแสปรับ ครม. ปู/2 ที่จะวัดผลงานบรรดารัฐมนตรี ในไตรมาสแรก ใคร ไม่เข้าตากรรมการเป็นต้องปิ๋ว! แถมลือกันแซดว่า วรวัจน์ + บุญรื่น+สุรพงษ์ ก็ติดโผนี้ด้วย! สืบไปสืบมาก็ถึงบางอ้อ! ว่า 3 เสมาธิการ ครม.ปู/1 ทั่นชอบซดเกาเหลา ชามโตเสียด้วย ก็กรณีการรวบอำนาจไว้แต่ผู้เดียวของ เสมา 1 อีกทั้งการแบ่งงานตามภาค (เพิ่งปรากฎสมัยนี้)
 วรวัจน์ (ส.ส.แพร่) ดูแลภาคเหนือ+ใต้ , บุญรื่น (ส.ส.กาฬสินธุ์) ดูแลภาคอีสาน และ สุรพงษ์ (ส.ส.ปทุมธานี) ดูแลภาคกลาง
 ทำงานกันแบบอีลักอีเหลื่อ ครั้นปัญหาหนักเข้า เดือดร้อนกระจอกข่าว ศธ.เป็นโทรโขงบอกผ่านทีละคน ท้ายสุด วรวัจน์ ทนแรงกดดันไม่ไหว...ต้องจัดทั้งอำนาจบริหาร บุคลากร และงบประมาณ ...ประเคนให้ บุญรื่น+สุรพงษ์ เกือบไม่ทัน...!!
@ วลีเด็ด สู้หัวชนฝา
 แต่อย่าดูแคลน แม้เป็นแค่ เสมา 2+3 เอาเข้าจริง เสมา1 นั้นแลที่จะอยู่ยาก วัดผลสัมฤทธิ์กันชั่วข้ามคืน 14 ธันวาคม 2554 บุญรื่น สอนมวย วรวัจน์ อย่าเสียเวลารื้อโครงสร้าง ศธ. มีแต่ถอยหลังลงคลอง ชี้ปฏิรูปการศึกษามาไกลกว่าทศวรรษ ควรแก้จุดอ่อน-เสริมจุดแข็ง
 ผลจากกรณี ปรับโครงสร้าง ศธ. ที่นายโสภณ เพชรสว่าง ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ นั่งแท่นประธานคณะกรรมการปรับปรุงกฎหมาย ศธ. แต่คิดการณ์ไกลไปหน่อย ถ้าเป็นชาวบ้านพูดกัน ก็ประมาณว่า ทำอะไรไม่ปรึกษา ตั้งแต่จะให้ปลัด ศธ. เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด รองจาก เสมา 1 และจะให้มีหน่วยงานระดับจังหวัด และอำเภอเชื่อมโยงจากส่วนกลางลง ภูมิภาค ส่วนหน่วยงานใน ศธ. ที่เป็นสำนักงาน 5 ส. นั้นจะให้มีฐานะเป็นกรม แบบซอยย่อย เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกเป็นกรมวิชาการ กรมการประถมศึกษา และกรมการมัธยมศึกษา เป็นต้น
 พูดกันมันส์ปากได้ไม่เท่าไรก็ต้องเบรกตัวโก่ง พลันที่ บุญรื่น ให้สัมภาษณ์แบบ ปะ ซะ ดะ ไม่แคร์ใครว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้าง ศธ.ใหม่ การศึกษาจะต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ถอยหลังกลับมาเหมือนในอดีต และควรมุ่งเน้นการปฎิรูปการศึกษารอบ 2 มากกว่า และหากมีการปรับโครงสร้างจริงจะค้านให้ถึงที่สุด และพร้อมจะสู้หัวชนฝา เพราะขณะนี้การศึกษาเดินหน้าไปมากแล้ว และหากเห็นว่าเรื่องไหนไม่ดี ก็ควรปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นมากกว่าจะรื้อโครงสร้างใหม่

 เจอวิวาทะเด็ดดวง! เข้าไปทั้ง เสมา 1 และ โสภณ ถึงกับหงายเก๋ง ต้องมาแก้ต่างพัลวัน ว่าไม่เค๊ยไม่เคยคิดปรับโครงสร้าง ศธ. เรื่องนี้ไม่มีอยู่ในหัวสมอง คิดอยู่เรื่องเดียว
 ...ลุยนโยบายการศึกษาเพื่อการมีงานทำ หรือหลักสูตรแท่งใหม่ที่เรียกว่า มัธยมศึกษาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร 7 อาชีพ ที่จะเปิดสอนให้ได้ ในปีการศึกษา 1/2555 สำหรับนักเรียน ม.ต้น และ ม.ปลาย
@ หลักสูตร 7 อาชีพ
 ยกนิ้วให้ สพฐ.ทำงานได้รวดเร็วดังสายฟ้าแลบ ที่สนองนโยบายแบบเต็มหลักสูตร 45-45-10
 เรียนหนักไม่ธรรมดาทีเดียว ทั้งหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานที่นักเรียนต้องเรียนรู้ 45% พวงอีก 45% หลักสูตรศักยภาพ (เลือกเสรี) ตามศักยภาพผู้เรียนมีให้เลือก 7 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การบริหารจัดการและสังคม ความคิดสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต อาหารและบริการ และการวิจัยนวัตกรรมและการถ่ายทอดองค์ความรู้… เหลือให้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแค่ 10%


 หลังจากนี้การเรียนในระดับชั้น ม.ต้น และม.ปลาย จะมีทางเลือกที่หลากหลาย ระดับ ม.ต้น จะเป็นช่วงที่นักเรียน ได้แสวงหาความถนัดและความชอบ ส่วน ม.ปลาย เป็นการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพที่มีการจำแนกเนื้อหาต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ดังนั้นหลักสูตรมัธยมศึกษาเชิงปฏิบัติการ จะเกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างน้อย 2 กลุ่มคือ ต้องการเรียนเพื่อความเป็นเลิศทางด้านอาชีพ และต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. ขยายความถึงความต่างและข้อดีที่จะเกิดตามมา
 พูดถึงหลักสูตรหนีไม่พ้นข่าวฮ็อต ข่าวดังของวงการศึกษา ที่สร้างความขายหน้าให้ประชาคม
@ หลักสูตรผี ปริญญาเถื่อน
 26 เมษายน 2554 ส่งฟ้องอาญา-แพ่ง อธิการบดี ม.อีสาน ขายวุฒิ ป.บัณฑิต
 ฐานปลอมแปลงเอกสาร บิ๊ก ศธ. เตรียมส่ง กรรมการควบคุมยกเครื่องระบบบริหาร- มาตรฐานการสอนใหม่ หากเกินเยียวยาสั่งปิดภายหลัง เรียกบัณฑิต 663 รายงานตัว ภายใน 30 วัน พร้อมกันเป็นพยาน ถ้าไม่มาเจอฟ้องเอาผิดร่วม
 ...ถือเป็นคดีการศึกษา แห่งปีที่สามารถ...หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ และยังกลายเป็นคดีตัวอย่าง ที่ทำให้เกิดกระแสไล่เบี้ย ถึงมาตรฐานของหลักสูตรในรั้วมหาวิทยาลัย ที่เปิดสอนกันราวดอกเห็ด ตามยุคสมัยของตลาดวิชา ประเภทที่เชื่อมั่นเปิดสอนไปก่อน ค่อยรอการรับรองที่หลัง ก็มีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย

 ย้อนหลังไปถึง 21 กุมภาพันธ์ 2554 หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ บ้านสมเด็จ ไม่ผ่านการรับรองสภาเทคนิคการแพทย์ ผู้เสียประโยชน์ คือนิสิตทุกชั้นปี หนักว่าเพื่อนก็นิสิตชั้นปี 3 ฝึกงานไม่ได้ เรียนก็ไม่จบ แม้สถาบันการศึกษา ต้นสังกัดจะไม่ดูดาย เร่งหาทางแก้ ทางเยียวยา ทั้งขอเทียบโอน และย้ายนิสิต ไปเรียนต่อในสถาบันที่ผ่านการรับรองและยินดีรับ รวมไปถึงการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกบาทสตางค์
 แต่กว่าเรื่องจะแฮปปี้ เอ็นดิ้ง...ก็เสียเวลา และความรู้สึกไปเยอะ
@ วันแท็บเล็ตเซอรไพรส์
 ไม่เกินความคาดหมาย..สำหรับโครงการ One Tablet Pc per child ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ขโมยซีนนโยบายของพี่ชายสุดเลิฟ มาสานต่อจนใกล้เห็นผล ในปีการศึกษา 2555 นี้
 แจกจริงคร้า!โดย ศธ.ได้กำหนดโรงเรียนระดับประถมศึกษา ที่จะเป็นต้นแบบการวิจัยนำร่องใช้แท็บเล็ต แล้วภูมิภาคละ 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนราชวินิตประถม โรงเรียนอนุบาลลำปาง โรงเรียนอนุบาลพังงา โรงเรียนสนามบินขอนแก่น และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)ประสานมิตร รวม 5 แห่ง ทดลองใช้ในช่วงชั้น ป.1 และ ป.4 โดยมอบให้ มศว ดำเนินการวิจัยผลดี ผลเสีย อุปสรรครอบด้าน ก่อนที่รัฐบาลจะจัดแจกจริง
 ...แม้จะมีเสียงหนุน เสียงค้าน ว่าตำราจะดีกว่าแท็บเล็ต เพราะอย่าลืมว่า ป.1 เป็นช่วงเวลาการเรียนรู้ และฝึกทักษะด้านพูด ฟัง เขียน อ่าน ถ้าอ่านเขียนไม่คล่อง ก็รังแต่จะเป็นอุปสรรคเรียนรู้

 ใครว่าอย่างไรไม่แคร์ ...นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดมาคำเดียว ว่า เด็ก ป.1 นี่หละตรงเป้าหมาย เป็นเพราะสมวัยเรียนรู้ เรื่องเทคโนโลยีที่สุด และยังกระตุ้นพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์ อีกด้วย!
 แต่ทว่ามีบิ๊กเซอร์ไพรส์ จัดมาก่อนใครต้องยกให้เด็กๆ อีสาน ที่ได้สัมผัสของจริง 16 ธันวาคม 2554 บริษัท คอมพิวเตอร์จากไต้หวัน มอบแท็บเล็ต 80 เครื่อง สนับสนุนการนำร่องเด็ก ป.1 ที่โรงเรียนบ้านต้อนวิทยาคาร – โรงเรียนไคร้นุ่นวิทยาพูน จ.กาฬสินธุ์
 ด้วยความปรารถนาดี จากเสมา 2 บุญรื่น ศรีธเรศ นั้นละคร้า
 เครื่องแท็บเล็ตดังกล่าว ได้บรรจุซอฟท์แวร์การเรียนการสอน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรียบร้อยแล้ว และพร้อมใช้งานได้ทันที อีกทั้งทางบริษัทฯ ก็ได้เข้ามาอบรม การใช้เครื่องแท็บเล็ตให้กับครูแล้วเช่นกัน จึงเชื่อว่าการนำร่องใช้แท็บเล็ตครั้งนี้จะช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็ก ป.1 จะใช้แท็บเล็ตได้หรือไม่ เสมา 2 กล่าวถึงเจตนารมณ์

 ...ใช่เพียงแค่เรื่องนำร่องเท่านั้นดอก ยังต้องจับตากันต่อถึง บริษัทคอมพิวเตอร์ ที่แห่มาเสนอขาย ไม่เว้นกระทั้ง ยักษ์ใหญ่ไอที แอปเปิ้ล มาเหนือเมฆด้วย เครื่องไอแพดเพื่อการศึกษา ในชั้น ม.ปลาย งานนี้ ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. ถึงกับเปิดทางให้เชียวละ บอกผ่านแอปเปิ้ลว่าจะจัดสรรประมาณ 1-2 หมื่นเครื่อง ราคาเท่าไรไปเคาะมา ถ้าไม่เกินกำลังอาจมีข่าวดี
 ส่วนแท็บเล็ต ป.1นั้นขยับสเปกให้สูงขึ้น แถมราคายังขยับตามอีกด้วยจาก 3,400 กลายเป็น 6,000 บาทต่อเครื่องต่อคน ...งบประมาณ สพฐ.กว่า 6,000 ล้านบาท จะเอาอยู่ไหมเนี่ย!...และยังหมายรวมถึงกลุ่มอาชีวะและโรงเรียนเอกชน ก็จะได้ใช้แท็บเล็ตในปีหน้าพร้อมกันด้วยเพราะต่างเร่งเคาะสเปก เพื่อให้ทันเปิดซองประมูลในต้นเดือนมกราคม -กุมภาพันธ์ 2555
@ ฮีโร่..สีชมพู
 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายแก่ประเทศไทย และพี่น้องชาวไทย อย่างฟากอุตสาหกรรม ตีค่าความเสียหายของมหาอุทกภัย ครั้งนี้เป็นตัวเลขหลายแสนหลายล้านล้านล้าน หรือแม้แต่บรรดามหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศไทย โรงเรียนประถม มัธยมอีกหลายพันแห่ง ที่จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา
 มิหนำซ้ำยังกระทบต่อการเปิดภาคเรียน 2/2554 จำต้องเลื่อนออกไปยาว โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา คาดว่าจะเปิดทำการเรียนการสอนได้หลังปีใหม่ไปแล้ว ขณะที่ระดับขั้นพื้นฐาน เด็กๆ พึ่งได้ห้องเรียนคืนมาไม่ถึงเดือนดี ก็ต้องเครียด! กับการเรียนให้ทัน ให้ครบหลักสูตร และต้องพร้อมสอบ O-NET ประจำปี 2554 ช่วงกลางเดือน ก.พ.55
 ทว่าคงไม่มีความเสียหายใดจะมากเท่าความเสียหายทางจิตใจ ที่มิอาจประเมินค่า หรือตีราคาเยียวยาได้ ...อย่างที่พูดกันมากเรื่องหนึ่งตอนน้ำท่วมใหญ่ ก็คือ น้ำใจจิตอาสา + ความเห็นแก่ตัว ไม่ขอวัดหรือชั่งตวงหรอกว่าอย่างไหน น้ำหนัก จะมากกว่ากัน

 ขอชมกันซึ่งหน้าดีกว่า กับเหล่าฮีโร่ สีชมพู พี่น้อง กศน.ที่ลงแรงมาช่วยกั้น ช่วยก่อ ก่อนน้ำจะท่วมกรุง ที่เอ่ยปากชมกันเพราะ กศน.เป็นองค์กรหนึ่งใน ศธ. ที่มักถูกลืมให้อยู่บนดอยสูง ถิ่นทุรกันดาร หรือพื้นที่แคบๆ ไม่กี่ตารางวาที่พอจะเจียดให้ กศน.ลงหลักปักฐาน ส่งเสริมความรู้แก่พลเมืองผู้พลาดโอกาส
 ในยามบ้านเมืองมีวิกฤติ ฮีโร่สีชมพู เหล่านี้ก็พร้อมจะช่วยเหลือเช่นเดียวกับเหล่าฮีโร่จิตอาสาทั้งหลาย และขาดเสียมิได้ ก็คือ หัวขบวน ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.ผู้นำที่ไม่ได้ดีแต่พูด แต่กล้าทำเป็นตัวอย่าง
 ...จงทำดี จงทำดี...แม้วันพรุ่งนี้จะไม่มีสิ่งใดเหมือนวันนี้ก็ตาม
** ** ** ** **
 ยังมีอีกหลายเรื่องราว ทั้งการทุจริตคอร์รัปชั่นในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ยังอิรุงตุงนังไม่เสร็จสิ้น ปัญหาคุณภาพนักเรียนที่เข็นกันยากขึ้นไปอีก เพราะเหตุการณน้ำท่วมหนักกระทบเปิดเทอม 2/2554 เวลาเรียนก็น้อยเต็มที จึงไม่อยากวาดหวังผล O-NET ปี 2554 สักเท่าใดนัก ปัญหาขาดแคลนครูมืออาชีพ ขณะเดียวกันการพยายามแก้ปัญหานี้ ด้วยโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ที่เริ่มต้นดีในสมัยครูชินวรณ์ อาจต้องมีอันพังพาบในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เสียก็ไม่รู้
 เพราะเปลี่ยนนาย...นโยบายก็เปลี่ยน กลายเป็นว่า เสมา 1-วรวัจน์ อยากทำเรื่อง ครูคลังสมอง มากกว่า เช่นเดียวกับ เรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบ อย่างน้อย 4 มหาวิทยาลัย ที่พร้อม 100% มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ต่าง ยกร่าง พ.ร.บ.รอท่าอยู่แล้ว
 ท้ายที่สุด ก็ยังหาความชัดเจนจากรัฐบาลไม่ได้สักเรื่องว่าจะออกหัวหรือก้อย
…แต่กระนั้นก็ยังหวังใจว่า พรุ่งนี้ฟ้าใหม่ อาจมีคำตอบดีๆ ที่ได้ยินแล้วชื่นใจขึ้นมาบ้าง
-------------------------------------------

          ที่มา: http://www.siamrath.co.th



โพสเมื่อ : 30 ธ.ค. 54   อ่าน 66666 ครั้ง      คำค้นหา :