อาชีวศึกษางัดไม้เด็ดจีบเด็กเรียนสายอาชีพ



                                 

รายงานพิเศษ : อาชีวศึกษางัดไม้เด็ดจีบเด็กเรียนสายอาชีพ


          ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล


          ประเทศไทยกำลังต้องเตรียมระบบสาธารณูปโภคและกำลังคนเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม แต่ทว่ากำลังคนในสายปฏิบัติของไทยยังมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่นิยมเรียนสายสามัญและปริญญาตรีมากกว่า
          ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ที่รับผิดชอบดูแลโดยตรง จึงต้องพยายามงัดมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อจูงใจให้เด็กหันมาเรียนอาชีวะสายปฏิบัติมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าว่าจะปรับสัดส่วนระหว่างเด็กสายสามัญกับสายอาชีวะให้เป็น 50:50 จากปัจจุบันที่มีเด็กเรียนอาชีวะเพียง 36% ของจำนวนเด็กทั้งหมด
          ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สอศ.กำลังขะมักเขม้นกับการหากลยุทธ์ดึงเด็ก โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขการสมัครเรียนอาชีวะของเด็กในปีการศึกษานี้ที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะลดลงจากปกติมากถึง 16%
          เบื้องต้นได้พยายามปรับภาพลักษณ์การเรียนสายอาชีพให้น่าสนใจขึ้น พร้อมการรับประกันคุณภาพการเรียน การันตีเรียนจบมีงานทำ 100%
          มาตรการแรกเป็นเรื่องของการปรับภาพลักษณ์ โดยจัดงบประมาณเพิ่มเติม 150 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวิทยาลัยขนาดเล็กระดับอำเภอ และปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้มีคุณภาพและมาตรฐานซึ่งจะเริ่มทยอยเห็นในปีการศึกษา 2556
          มาตรการที่ 2 จัดสรรงบประมาณวงเงิน 100 ล้านบาท เพื่อดูแลเด็กอาชีวะที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเลิกเรียนกลางคัน ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 16% โดยจะจัดครูพี่เลี้ยงคอยดูแล
          ช่วยเหลือ นอกจากจะช่วยดึงเด็กให้อยู่ในระบบต่อได้แล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันปัญหายาเสพติดและการทะเลาะวิวาทได้ด้วย
          มาตรการถัดมาคือ เปิดโอกาสให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องการเรียนสายอาชีวะ แต่ยังติด ร.  ติดศูนย์อยู่ สามารถมาเรียนอาชีวะได้ โดยเด็กจะได้เรียนต่อเนื่องแต่ยังไม่ได้วุฒิจนกว่าจะแก้เกรดผ่าน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ กับหลักสูตรพรีดีกรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหง  คาดว่ามาตรการนี้จะดึงเด็กให้มาเรียนอาชีวะได้ประมาณ1 หมื่นคน
          อีกมาตรการคือ เปิดอาชีวะอำเภอ ซึ่งเป็นการลงไปแบบดาวกระจาย เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในระดับอำเภอมีเพียง 300 อำเภอ จากทั้งหมด 900 อำเภอ ซึ่งที่ผ่านมามีการเปิดนำร่องไปแล้ว 5 อำเภอ  และปีนี้จะทยอยเปิดเพิ่มอีก 15  อำเภอ โดยจะเน้นอำเภอในพื้นที่ห่างไกล
          การเปิดสถาบันอาชีวะให้ครอบคลุมอำเภอต่างๆ จะช่วยเกลี่ยให้เด็กที่เลือกเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาประจำอำเภอที่เต็ม มีโอกาสได้เรียนในสถาบันใกล้เคียง คาดว่าน่าจะช่วยดึงเด็กให้อยู่ในระบบได้อีกไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน
          มาตรการเหล่านี้น่าจะช่วยจูงใจให้เด็กเข้ามาเรียนสายอาชีพมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้สัดส่วนตามเป้าที่ตั้งไว้ แต่ก็น่าจะสามารถรักษาจำนวนนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ไว้ได้ที่ระดับ 1.88 แสนคน ส่วนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ถือว่าน่าห่วงกว่าระดับ ปวช. เพราะตัวเลขล่าสุดทำได้แค่ 6.64 หมื่นคนห่างจากตัวเลขเดิมที่ระดับ 1.28 แสนคนประมาณครึ่งหนึ่ง ทำให้ สอศ.เตรียมมาตรการเสริมไว้รองรับ คือ อาจจะพิจารณาเพิ่มรอบรับสมัครเด็กในช่วงวันที่ 20-30 เม.ย.อีกรอบ
          สอศ.ยังมีแผนที่จะเปิดปริญญาตรีสายเทคโนโลยีบัณฑิตใน 16 สาขาวิชา 85 วิทยาลัยที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือและการประสานงานกับสถานประกอบการเอกชนในรูปแบบทวิภาคี โดยแต่ละแห่งจะรับเพียง 20 คนเท่านั้น ซึ่งตัวเลขรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1,700 คน ที่สำคัญจะเปิดรับสมัครเฉพาะเด็กที่จบจากระดับ ปวช.มาเท่านั้น ซึ่งน่าจะช่วยปรับทัศนคติของเด็กและผู้ปกครองได้ระดับหนึ่ง
          ทั้งหมดนี้เพื่อดึงเด็กให้หันมาเรียนสายปฏิบัติมากขึ้น เพื่อผลิตบุคลากรรองรับความต้องการตลาดแรงงาน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์



โพสเมื่อ : 23 เม.ย. 56   อ่าน 1712 ครั้ง      คำค้นหา :