ตีเกราะเคาะไม้ : ปรับ กรอ.
คอลัมน์ : ตีเกราะเคาะไม้ : ปรับ กรอ.
ปัญหาการหนีหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ยังเป็นปัญหาที่คาราคาซังและหาทางออกไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องฟ้องร้องและขึ้นศาลกันมาตลอด จน ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดจะปรับร่างระเบียบและวิธีปฏิบัติของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) โดยเฉพาะจะไม่ใช้คำว่า กู้ยืม และ ไม่กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้คืนที่ตายตัวภายใน 2 ปีเหมือนกับ กยศ. เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้อง เรื่องนี้ชาวอุดมศึกษาคิดเห็นอย่างไรมาฟังกัน เริ่มกันที่ กฤษฎา ศรีกะชา หรือ กฤษ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษบอกว่า วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ กยศ. หรือ กรอ.เพื่อต้องการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนได้เรียนจบสูงสุดเท่าที่ตัวเองอยากเรียน ส่วนเรื่องการปรับสัญญาการกู้ยืม กรอ. ที่จะไม่ใช้คำว่ากู้ยืมและไม่กำหนดว่าจะต้องใช้คืนภายใน 2 ปี ก็เห็นด้วย เพราะเดิมเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว 2 ปีต้องชำระหนี้คืนทันที ทำให้ผู้กู้รู้สึกกดดันและเครียดมากที่จะต้องไปหาเงินมาชำระหนี้ให้ได้ และตนก็อยากให้ภาครัฐทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนและเกิดเป็นรูปธรรม เพราะถ้าทำได้จริงเชื่อว่านักศึกษาทุกคนเห็นด้วยแน่นอน และไม่อยากให้หลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาปรับเปลี่ยนอีกแล้ว เพราะจะทำให้เด็กสับสนมาก รวมทั้งต้องมีการประชาสัมพันธ์ถึงแนวปฏิบัติการขอกู้ยืมเงินที่ชัดเจนด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาดของผู้กู้และผู้ปล่อยกู้ น้องหนิง หรือ จิราภรณ์ อีแอม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง บอกว่า หากไม่มีการกำหนดว่าผู้กู้จะต้องคืนเงินภายหลังจากที่จบ 2 ปี เป็นเรื่องที่ดี จะได้ไม่เครียดกับการหาเงินมาคืนมากนัก ส่วนการใช้คำว่ากู้ยืมก็น่าจะดีอยู่แล้ว เพราะจะได้รู้ว่าเงินนั้นต้องคืน มิฉะนั้นเด็กจะนึกว่าเป็นเงินเรียนฟรี และจะทำให้ตัวเลขคนไม่คืนเงินสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขนาด กยศ. ที่ให้ทำสัญญากู้และมีหลักฐานมัดว่า จบแล้วจะต้องคืนเงินก็ยังมีคนหนีหนี้จนต้องถูกฟ้องร้อง และถ้าเกิดหนี้สูญมากสุดท้ายกองทุนนี้คงจะล้ม ก็ทำให้เด็กที่เรียนดีแต่ฐานะครอบครัวไม่ดีอาจจะขาดโอกาสทางการศึกษาได้ ดังนั้นควรจะให้ทำสัญญาอย่าง กยศ. ด้วย ส่วนที่ว่าจะให้เด็กแต่ละคนเกิดจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการคืนเงินเองนั้น คิดว่าเป็นเรื่องยาก หากจะทำได้คงต้องมีการปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก รวมทั้งต้องให้เด็กเห็นคุณค่าของเงินให้มากขึ้นด้วย เพราะที่ผ่านมานักศึกษาบางคนฐานะครอบครัวก็ไม่ได้ยากจนแต่มากู้ กยศ. พอได้เงินมาก็ไปใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย เพราะฉะนั้นคิดว่าแม้เราจะมีเงินน้อยก็อยากให้ทยอยคืน เพราะเราเอาเงินคนอื่นมาก็ต้องใช้คืนเค้า ด้าน อาจารย์วินัย ใจขาน อาจารย์มหาวิทยาลัยอีสาน มองว่า แนวคิดของศ.ดร.สุชาติ ที่ว่าไม่ใช้คำว่ากู้ยืมในการกู้เงิน กรอ. เพื่อจะได้ไม่เกิดการฟ้องร้องนั้น อยากให้เข้าใจกันให้ชัดก่อนว่าหลักการของการกู้ยืมจะต้องมีสัญญาเป็นหลักฐานและเมื่อกู้แล้วจะต้องใช้เงินคืน เพราะถ้าไม่มีสัญญาการกู้ยืมโอกาสเสี่ยงที่จะถูกหนีหนี้จะมีสูง แต่ถ้าจะไม่ให้ใช้คำว่ากู้ยืมน่าจะเรียกว่าแจกเงินหรือให้เงินฟรีไปเลย ซึ่งต้องพูดกันให้ชัดว่าจะให้กู้หรือให้ฟรี แต่สิ่งที่ควรจะทำเวลานี้คือ ต้องสร้างให้คนมีวินัยและความรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะถ้าคนเรามีวินัยและความรับผิดชอบแล้วคงจะไม่มีเหตุการณ์หนีหนี้หรือถูกฟ้องร้องกันเป็นแถวอย่างทุกวันนี้ รวมทั้งจะต้องทำให้เด็กทุกคนเห็นคุณค่าของเงินที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์จริง ๆ แม้เงินนั้นจะได้มาจากการกู้ยืมหรือได้มาฟรีก็ตาม และตนไม่อยากที่จะให้มีการปลูกฝังเด็กว่าของฟรีมีในโลก เพราะจะทำให้ทุกคนนั่งรอ งอมืองอเท้า คอยแต่จะรับของแจกหรือเงินฟรี อย่างไรก็ตามการให้โอกาสทุกคนได้เรียนฟรีเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรมีเงื่อนไขให้ทุกคนได้ทำงานเพื่อแลกกับเงินจะได้เห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น.
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 19 มี.ค. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
19 มี.ค. 55
อ่าน 10073 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |