รายงานพิเศษ: อาหารกลางวัน โรงเรียนที่บ้านมะพริกดู่โพนสิม
รายงานพิเศษ: อาหารกลางวัน โรงเรียนที่บ้านมะพริกดู่โพนสิม
สมหมาย พาลพล ยโสธร โรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิม ต.ทุ่งมน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร กับ กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงปลาและกบในบ่อซีเมนต์ เป็นอาหารกลางวันของนักเรียนพร้อมทั้งขยายผลสู่ครอบครัว ในขณะเดียวกันนักเรียนยังสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองระหว่างเรียน ซึ่งสามารถลดภาระของครัวได้เป็นอย่างดี นายธีระเดช ขอสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิมตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้วจังหวัดยโสธร กล่าวว่า โรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธรเขต 1 เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2469 ซึ่งมีนายลี ร่วมสุข เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน 125 คน แบ่งเป็นนักเรียนชาย64 คน หญิง 57 คน ซึ่งได้อาศัยศาลาวัดบ้านมะพริกเป็นสถานที่ทำการจัดเรียนจัดสอน โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่าโรงเรียนประชาบาลโซง สาขา 1และเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2501 ได้ย้ายมาปลูกสร้างใหม่ในที่ดินสวนหลวง เนื้อที่ 16 ไร่ 335 ตารางวาจนถึงปัจจุบันนี้ ในขณะเดียวกันโรงเรียนบ้านโพนสิมได้ยุบมารวมด้วยกันและเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม2534 ได้รับการอนุมัติให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกปีที่ 3 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2536 ได้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ชั้น ม.3 รวมอายุของโรงเรียน 89 ปี พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อโรงเรียนว่าโรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิมซึ่งมีนักเรียนที่เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ประกอบด้วย บ้านโพนสิม หมู่ที่ 4 บ้านมะพริก หมู่ที่ 5 และ 9 บ้านดู่หมู่ที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 340 คน บุคลากรอีก 18 คน นายธีระเดช กล่าวอีกว่า นอกจากการเรียนการสอนตามหลักวิชาแล้วนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ทางโรงเรียนยังได้จัดทำการเรียนการสอนโดยนำเอาพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าสอนและถ่ายทอดทั้งทฤษฎีและปฏิบัติแบบอยู่อย่างพอเพียงโดยให้นักเรียนรู้จักทำการประกอบอาชีพของตนเองการพึ่งพาตนเองโดยจัดโครงการขึ้นภายใต้ชื่อ กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงปลาและกบในบ่อซีเมนต์ เนื่องจากเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหนึ่งในแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานปรัชญาในการดำรงชีวิตที่ยึดหลักความพอเหมาะพอดีที่เป็นแนวทางแก้ไขให้อยู่รอดและดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดจนการรู้จักประมาณตนในการดำรงชีวิตคิดอยู่ใช้กินอยางพอเพียง ดังนั้น โรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิมจึงได้ทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการฝึกนักเรียนให้เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อจะได้นำความรู้ไปประกอบการตัดสินใจในการใช้ชีวิตประจำวันอีกทั้งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการเพื่อให้นักเรียนเข้าสู่อาชีพในท้องถิ่นของตนเองอีกทั้งเพื่อเสริมรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวตลอดจนการขยายผลสู่ชุมชนอื่นได้อีก วิธีดำเนินการว่าในขั้นตอนแรกนั้นทางโรงเรียนได้ก่อสร้างบ่อเลี้ยงปลาดุกและกบเป็นบ่อปูนเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้โดยทำบ่อปูนจำนวน 8 บ่อ แยกเป็นการเลี้ยงปลาดุกจำนวน 4 บ่อ เลี้ยงกบอีก 4 บ่อ ส่วนอีกสองบ่อเล็กลงมาอีกเป็นบ่อแม่พันธุ์กบและพันธุ์ปลาเพื่อขยายพันธุ์ ส่วนปลาและกบที่เลี้ยงได้ก็จะนำมาทำเป็นอาหารกลางวันของนักเรียนซึ่งจะหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ นอกจากนั้นแล้วทางโรงเรียนยังได้ให้นักเรียนไปทำบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบที่บ้านด้วยอย่างน้อยคนละ 1 บ่อโดยใช้พลาสติกปูรองพื้นทำบ่อซึ่งใครอยากทำมากกว่า 1 บ่อก็ได้ สำหรับนักเรียนที่เลี้ยงที่บ้านนั้นจะมีครูออกไปตรวจดูบ่อเลี้ยงปลาเลี้ยงกบของทุกคนและจะมีคะแนนให้ แต่เมื่อโตพอที่จะจำหน่ายทางโรงเรียนก็รับชื้อจากเด็กนักเรียนเพื่อมาทำอาหารกลางวันหรือหากเด็กนักเรียนจะจำหน่ายให้กับแม่ค้าหรือพ่อค้าหรือนำไปจำหน่ายเองที่ตลาดสดก็ได้ นายธีระเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนักเรียนที่โรงเรียนในระดับมัธยมต้นทั้ง 97 คน ทุกคนจะมีบ่อเลี้ยงปลาและกบที่บ้านของตนเองทุกคน บางคนก็ทำหลายบ่อแล้วแต่กำลังของแต่ละคน นอกจากนั้นแล้วชาวบ้านในเขตบริการของโรงเรียนก็เลี้ยงเหมือนกันอีก 425 ครัวเรือน ซึ่งบางคนก็เพื่อไว้บริโภคเองเหลือบริโภคก็ขายสร้างรายได้เข้าครอบครัวได้อีก ในส่วนของลูกปลาดุกและลูกกบที่จะเลี้ยงนั้นทางเราได้ทำการขยายพันธุ์เองทั้งปลาดุกและกบจึงทำให้เรามีพันธุ์ปลาและกบตลอดอีกทั้งนักเรียนก็ขยายเองที่บ้านเพราะทำเป็นหมดทุกคน อีกทั้งเป็นอีก 1 วิชาของการเรียนการสอนด้วย ด.ญ.สุดารัตน์ วิเศษบุตร นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า ชอบวิชาการเลี้ยงปลาดุกและกบในบ่อ เพราะนอกจากเราจะได้เรียนรู้ที่โรงเรียนแล้วเรายังนำกลับไปทำที่บ้านเราได้ด้วยซึ่งที่บ้านก็ทำ 2 บ่อ คือ บ่อเลี้ยงกบ 1 บ่อ และเลี้ยงปลาดุก 1 บ่อ เพื่อจะเลี้ยงไว้ทำอาหารกินกันที่บ้าน แต่ที่ผ่านมาที่เลี้ยงไปแล้วก็ทำอาหารและก็ขายให้เพื่อนบ้านที่เขามาขอชื้อซึ่งเป็นวิชาที่ดีเพราะเลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยากให้อาหารและคอยเปลี่ยนน้ำเท่านั้นและที่สำคัญยังเป็นรายได้เสริมระหว่างที่เราเรียนหนังสือ ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวได้อีกด้วย ส่วนด.ช.เสกสรร ยวนยีอายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 กล่าวว่า ได้เลี้ยงเฉพาะปลาดุกเท่านั้นโดยทำบ่อเลี้ยงไว้ข้างบ้าน ซึ่งทุกอย่างทำเองหมดเริ่มตั้งแต่การขุดบ่อ ซึ่งขุดลึกประมาณ 50 เซนติเมตรจากนั้นก็นำพลาสติกมาปูลงไปยังพื้นของบ่อ ส่วนด้านบนพลาสติกก็นำเอาดินที่ขุดขึ้นมาทับไว้ทำเป็นคันคู จากนั้นก็ได้ขุดหลุมเพื่อฝังเสาไม้รอบบ่อปลาเพื่อเราจะได้เอาตาข่ายมาล้อมรอบไว้เพื่อป้องกันงูเข้าไปกินลูกปลา จากนั้นก็ปล่อย น้ำลงบ่อประมาณครึ่งหนึ่งแล้วก็นำลูกปลาลงปล่อย ซึ่งบ่อปลาที่ตนเลี้ยงอยู่ที่บ้านนั้นปล่อยเพียง 300 ตัวเพราะบ่อไม่ใหญ่ ตอนนี้กำลังโต ส่วนการให้อาหารนั้นให้อาหารในตอนเช้าและก็ในตอนเย็นวันละสองครั้งเท่านั้นเมื่อปลาโตพอที่จะขายก็ไปแจ้งกับครูเมื่อครูมาดูว่าโตพอขายได้แล้วครูจะให้ขายซึ่งให้โรงเรียนก็ได้หรือขายให้ชาวบ้านก็ได้ กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงปลาและกบในบ่อซีเมนต์ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านมะพริกดู่โพนสิม และชุมชนบ้านมะพริกดู่โพนสิม ได้เป็นอย่างดี
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
24 ส.ค. 54
อ่าน 16517 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |