Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


๗๐ ปี แห่งความภาคภูมิ การอาชีวศึกษาไทย




      

๗๐ ปี แห่งความภาคภูมิ การอาชีวศึกษาไทย

 

          วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ วันครบรอบ ๗๐ ปีแห่งการสถาปนาการอาชีวศึกษาของไทย (๑๙ สิงหาคมพ.ศ.๒๔๘๔)
          จากกรมอาชีวศึกษา...วิวัฒน์และพัฒนาขั้นตามลำดับกระทั่งวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๖ มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ปรับเปลี่ยนจากกรมอาชีวศึกษา เป็นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมีพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑โดยสมบูรณ์
          ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)มีสถานการศึกษาในสังกัดจำนวน ๔๑๕ แห่ง ทั้งวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนากำลังคนในระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ให้ตอบสนองและสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
          และอาจกล่าวได้ว่า การก้าวสู่ทศวรรษที่ ๗ นี้ เป็นก้าวย่างสำคัญของการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ในยุคผู้นำหญิงดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ยังถือเป็นความท้าทายในการพัฒนากำลังคนทั้งปริมาณและคุณภาพ มุ่งสู่ความเป็นเลิศและมาตรฐานสากล เสริมสร้างประสิทธิภาพ รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปลูกจิตอาสาสร้างสรรค์สังคม เพิ่มขีดความสามารถของครูยุคใหม่
          ...ทั้งหลายทั้งมวลนี้ ก็เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทย ก่อนก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ AEC ในปี ๒๕๕๘
          ในวาระนี้ดร.ศศิธารา ได้กล่าวถึงอนาคตของการอาชีวศึกษาไทย ตลอดจนนโยบายต่างๆ ที่กำลังเร่งดำเนินการให้ลุล่วง ไว้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ที่ขณะนี้ดร.ศศิธารา ยังรั้งตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการสถาบันฯเป็นการชั่วคราว เพื่อวางฐานรากและนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ รับรองสมรรถนะบุคคลให้กับผู้สำเร็จอาชีวศึกษา รวมทั้งกำลังคนในตลาดแรงงาน ให้มีความรู้ความสามารถ ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการเพื่อสร้างบรรทัดฐานค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
          ซึ่งยังเกี่ยวโยงไปถึงการเตรียมกำลังคน เข้าสู่ตลาดแรงงานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยที่การผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ จะกลายเป็นภารกิจหลักของ สอศ. ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ไว้ ดังนี้
          ๑) การปรับหลักสูตรเพื่อให้การยกระดับสมรรถนะกำลังคน ความสามารถของผู้ประกอบการและแรงงานด้านอาชีวศึกษาเป็นที่ยอมรับในกลุ่มอาเซียน มาตรฐานการอาชีวศึกษา ที่เชื่อมโยงและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มสมาชิกอาเซียน(Thai Vocational Standard Capability Building)
          ๒) การสร้างความร่วมมือในกรอบความร่วมมืออาเซียนASEAN Plus และ ASEAN Minus ระดับทวิภาคี และพหุพาคี
          ๓)การเป็นศูนย์กลางการศึกษาและฝึกอบรมอาชีวศึกษาในระดับภูมิภาคนานาชาติ (Vocational Education Hub)
          หลายเรื่องที่เราทำมีความรุดหน้าไปมาก และหลายเรื่องที่เป็นเรื่องใหม่ในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนสายวิชาชีพเช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)ซึ่งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะจัดสอบให้ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปี ๓ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปี ๒ ช่วงเดือน มกราคมปี ๒๕๕๕ ผลการทดสอบที่ได้จะกลายเป็นตัวชี้วัดคุณภาพผู้เรียน สถานศึกษาเป็นรายโรงเรียนซึ่งนั้นยังเชื่อมโยงไปสู่การประเมินคุณภาพภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพสถานศึกษา (สมศ.)เป็นการประกันคุณภาพที่เห็นผลและจับต้องได้ ที่สำคัญ ยังช่วยยกระดับความเชื่มมั่นในศักยภาพของเด็กอาชีวะในสายตาของผู้ประกอบและภาคอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ อีกด้วย ดร.ศศิธารา กล่าว
          นี่คือภาพของอนาคตข้างหน้า แต่อย่างไรเสีย หากมองย้อนไปในวันวานการอาชีวศึกษา ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการสังคม อยู่ทุกขณะ เช่นโครงการร่วมด้วยช่วยประชาชน ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โครงการ อาชีวศึกษาร่วมใจต้านภัยหนาวตัดเย็บ ซ่อมแซมเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม อุปกรณ์สร้างความอบอุ่นไปมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาวในเขตภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางพื้นที่
          โครงการบ้านน้ำใจ ดำเนินการสร้างบ้านให้นักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดีแต่มีฐานะยากจน ที่ตกอยู่ใน
          สภาวะยากลำบากให้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย หรือโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix It Center เพื่อชุมชนถาวรประจำ อบต.จำนวน๑,๒๐๐ จุด ยกระดับช่างชุมชน และการให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องจักรกลเกษตรแก่ประชาชน เป็นต้น โครงการเหล่านี้ยังเป็นการสร้างประสบการณ์แก่ผู้เรียน ทั้งในด้านการฝึกงานวิชาชีพและปลูกฝังสำนึกการบริการสังคม นอกจากนี้ได้เน้นเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมรับผิดชอบและมีบทบาทในการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกันมากขึ้น
          ผลของงานเหล่านี้ ช่วยทำให้การอาชีวศึกษาเป็นที่รู้จักกับสังคมมากขึ้น และกลุ่มเป้าหมายนักเรียนที่จบชั้นม.ต้น ต่างต้องการเข้าสู่ระบบอาชีวศึกษามากขึ้น เพราะมองเห็นการมีงานทำในอนาคต และเหนือสิ่งอื่นใด คือเราภูมิใจที่ได้ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้เป็น แรงงานฝีมือที่มีทักษะเชี่ยวชาญ ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม มีจรรยาบรรณทางวิชาชีพ รับผิดชอบต่อสังคมและพึ่งพาตนเองได้
          ... และนี่คือ ๗๐ ปีแห่งความภาคภูมิของชาวอาชีวศึกษา ดร.ศศิธารา กล่าวทิ้งท้าย

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 19 ส.ค. 54   อ่าน 83440 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มทร.ธัญบุรีรับนักศึกษาป.โท
07 พ.ค. 57 | อ่าน 395 ครั้ง
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: ’อาชีวะ’ ร่วมใจบริจาคโลหิต
27 ก.ย. 55 | อ่าน 1939 ครั้ง
จี้ มรภ.ปรับสัดส่วนผลิตบัณฑิตสายวิทย์เพิ่ม
06 ก.พ. 61 | อ่าน 416 ครั้ง
ไฟเขียวครูพันธุ์ใหม่6.2พันทุนหลักสูตร5ปี3.7พัน-ป.บัณฑิต2.5พันคลอดเกณฑ์คัด’ผู้รับทุน-สถาบันผลิต
26 พ.ค. 54 | อ่าน 18293 ครั้ง
"ชินวรณ์" เบรก รร.เอกชนผุดสาขา หวั่นกระทบคุณภาพผู้เรียน
28 ก.ย. 53 | อ่าน 12817 ครั้ง
10 ข่าวการศึกษาโดน ๆ รอบปี 58
29 ธ.ค. 58 | อ่าน 348 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.