Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’หนังสือ 3 มิติ’ กระตุ้นรักการอ่าน จากใบลานสู่ดิจิตอล




      

'หนังสือ 3 มิติ' กระตุ้นรักการอ่าน จากใบลานสู่ดิจิตอล

          อยากฉลาดต้องอ่านหนังสือเยอะๆ คำพูดติดปากคนไทยที่ได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเป็นสมัยก่อนการอ่านอาจจำกัดอยู่เพียงในใบลาน ก่อนที่จะวิวัฒนาการมาสู่การอ่านจากกระดาษ จนมาสู่ยุคดิจิตอล มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทำให้ปัจจุบันมีทางเลือกในการอ่านมากขึ้น เราสามารถเลือกอ่านได้ทั้งจากหน้าเว็บไซต์ มือถือ หรือจะเป็นแท็บเล็ตอุปกรณ์สุดไฮเทคที่คนไทยกำลังนิยมกันอยู่ในขณะนี้
         ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวถึงบทบาทของ Social Network กับการอ่านของเด็กไทยว่า เพราะปัจจุบันการอ่านไม่ได้จำกัดแค่ตัวอักษรในแผ่นกระดาษอีกต่อไป และหากถามว่าการที่เด็กไทยสนใจใช้ Facebook หรือ Social Network กันมากขึ้นจะมีผลกระทบต่อการอ่านหรือไม่นั้น เรื่องนี้สามารถมองได้สองทาง คือ อดีตเราใช้ใบลาน และกระดาษ แต่ในยุคดิจิตอลนี้ การใช้ Social Media หรือ New Media ทั้งหลาย จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร จึงเห็นว่าการที่เด็กเล่นบีบี หรือ เฟชบุ๊ค ก็เพราะเขากำลังสื่อสารกันอยู่ ผู้ใหญ่ต้องก็ยอมรับและควรสนับสนุนในทางที่ถูกและเท่าทันมากกว่าปิดกั้น
          อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาให้ทันสมัยเพียงใด แต่สิ่งสำคัญในการอ่านก็คือ เนื้อหาสาระ เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยทำให้การอ่านกลายเป็นสิ่งใกล้ตัว มีความมหัศจรรย์น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เราสามารถเลือกซื้อหนังสือฉบับดิจิตอลหรือที่เรียกว่าอีบุ๊คได้ในทุกที่ทุกเวลา สามารถอ่านหนังสือไปพร้อมๆกับการฟังเพลงหรือเช็กอีเมล์ได้ หรือการอ่านไปพร้อมๆ กับการแชร์ประสบการณ์ เช่น เล่นบีบี หรือ เฟซบุ๊ค
          นิทรรศการ Magic@TK park มหัศจรรย์การอ่าน..จากใบลานสู่ดิจิตอล ซึ่ง TK park ได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปร่วมในงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น2554 ภายใต้คอนเซ็ปต์เรียนรู้อย่างมีความสุข สนุกอย่างมีปัญญาที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากเด็กนักเรียนและอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดย TK park ได้นำเทคโนโลยีการอ่านสมัยใหม่อย่าง โน้ตบุ๊ค 3 มิติ และเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เรียกสั้นๆว่า AR Code หรือ หนังสือ 3 มิติ ที่ทำให้การอ่านมีสีสันและสนุกสนานมากขึ้น กระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้จริง ขณะที่อาจารย์ก็ให้ความสนใจและต้องการนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีดังกล่าว ยังไม่มีผลิตและจำหน่ายในประเทศ ต้องสั่งนำเข้าและมีราคาค่อนข้างสูงนายพรชัย จันทรศุภแสง บรรณาธิการบริหาร คอมพิวเตอร์ทูเดย์ กล่าวว่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เราต้องการนำเสนอ คือ การอ่าน ดังนั้น ภายในพื้นที่การจัดกิจกรรมของ TK park จึงได้แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนอ่านสบาย ที่มีชั้นหนังสือจาก TK park มาให้น้องๆ ได้เลือกอ่าน, โซนอ่านสนุก โดยนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็น
          การอ่าน อาทิ kindle (อีบุ๊คเครื่องแรกที่อเมซอนพัฒนาขึ้นมาสำหรับการอ่านอีบุ๊คโดยเฉพาะ ), ipad และอื่นๆ แต่ที่เด่นของโซนนี้ คือ ความพิเศษของ โน้ตบุ๊ค 3 มิติ ที่นำมาจัดแสดง ทำให้การอ่านอีบุ๊คเริ่มมีสีสันและสนุกมากขึ้น แตกต่างจากการอ่านอีบุ๊คแบบธรรมดาที่ใช้อยู่
          ในส่วนของโซนเกม TK park ก็ได้รับความสนใจจากเด็กๆ แวะเวียนกันเข้ามาเล่นเกมที่ TK park ผลิตขึ้นตลอดทั้งวัน เช่น เกมอยุธยา เกม Star Seeker หรือ เกมไดโนไดโน่ ซึ่งเป็นเกมที่สร้างสรรค์ และสนุกอย่างมีสาระไม่น่าเบื่อ ที่สำคัญทำให้เห็นว่า เกมของไทยก็มีอยู่มากและเล่นสนุกได้เช่นกัน
          สุดท้าย โซนอ่านมหัศจรรย์ สำหรับโซนนี้ ถือเป็นไฮไลต์ นอกจากโน้ตบุ๊ค 3 มิติแล้ว ล่าสุดได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่สำหรับหนังสือที่นอกเหนือจากความเป็นดิจิตอลที่เราคุ้นเคยแล้ว ก็ยังมีการผลิตหนังสือที่แสดงภาพแบบ 3 มิติ โดยใช้เทคโนโลยีนี้เรียกว่า AR Code(Augmented Reality) เป็นเทคนิคการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติที่จะช่วยให้สามารถเห็นภาพราวกับเคลื่อนไหวนูนขึ้นมา ตัวอย่างหนังสือ 3 มิติที่ถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุด อาทิ หนังสือ 3 - D Dinosaur มีภาพกราฟิกไดโนเสาร์พุ่งออกมาแบบ 3 มิติ ด้วยความน่าตื่นเต้น พร้อมหมุนดูรอบตัวได้เหมือนจริง , หนังสือ 3-D Human Body ที่ให้สาระความรู้เกี่ยวกับอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายในรูปแบบ 3 มิติ และที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ หนังสือ 3-D Harry Potter ที่ตัวละครอย่างลอร์ดโวลเดอร์มอร์ และแฮร์รี่ พอตเตอร์ กระโจนออกจากหนังสือมาร่ายเวทมนตร์ใส่กันด้วยไม้เท้ากายสิทธิ์อาวุธคู่กายได้อย่างน่าทึ่ง สร้างความสนุกสนานและตื่นเต้นให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมากทั้งนี้ความน่าสนใจของหนังสือ 3 -D คือ เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่มีกล้องเว็บแคม ก็จะแสดงภาพในลักษณะ 3 มิติ เด็กๆ สามารถสัมผัสได้ทั้งเนื้อหาสาระและความสนุกตื่นเต้นที่ได้เห็นทั้งภาพและเสียงผ่านเทคโนโลยี AR (Augmented Reality)นายพรชัย กล่าวยอมรับว่า หนังสือ 3-D และเทคโนโลยี AR ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน ไทยยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาแพง มีการนำมาใช้บ้างในงานทางด้านโฆษณาเท่านั้น แต่ในแง่ของการศึกษายังไม่มีการนำมาใช้แต่อย่างใด เพราะการผลิตกราฟิก 3 มิติ ต้องลงทุนสูงมากจึงยังไม่มีเอกชนไทยรายใดกล้าลงทุน แต่มั่นใจว่า ในอนาคตจะได้เห็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็น 3 มิติออกมาให้เห็นมากขึ้น เพราะหนังสือ 3 มิติจะสามารถกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นให้เด็กเห็นว่าการเรียนเป็นเรื่องที่สนุกไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป ขณะนี้ทาง TK park และบริษัทฯ กำลังเตรียมจัดทำห้องสมุด 3 มิติขึ้นบนพื้นที่ ชั้น 8 TK park เพื่อเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับเด็กยุคดิจิตอล หันมารักการอ่านมากขึ้น
          ทั้งนี้ ส่วนตัวจึงเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลเรื่องการแจกแท็บเล็ตแก่เด็กนักเรียน เพราะการแจกอุปกรณ์เข้าไปเสมือนเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอนเทนท์หรือเนื้อหาดีๆ ให้เกิดขึ้น ที่จะทำให้เด็กไทยได้รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเรียนรู้ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องฝากถึงภาครัฐเกี่ยวกับการผลิตเนื้อหาที่จะใส่เข้าไปในแท็บเล็ตที่แจก ในส่วนของภาคเอกชนเองก็ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับการพัฒนาเนื้อหาเพื่อก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นกับสังคม อย่านึกถึงการค้ากำไรเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันเราก็ต้องให้ความรู้ให้คำแนะนำแก่เด็กๆถึงการใช้แท็บเล็ตด้วยว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด เพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

          ที่มา: http://www.thairath.co.th




โพสเมื่อ : 19 ส.ค. 54   อ่าน 69857 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ครม.เห็นชอบข้อเสนอครูใต้ เปิดเรียนกร่อย
15 ก.ย. 53 | อ่าน 14496 ครั้ง
ข้าราชการหนาวอีก! ล็อตสองมาแล้ว 152 ชื่อเอี่ยวทุจริต
04 มิ.ย. 58 | อ่าน 544 ครั้ง
สพฐ.เฟ้นหาสุดยอดผลงานเด็ก
29 พ.ย. 55 | อ่าน 704 ครั้ง
กำชับทุก ร.ร.ดูแลเด็ก
16 พ.ค. 60 | อ่าน 304 ครั้ง
สกอ.ร่อนหนังสือ9มหา’ลัยขอคำยืนยันออกนอกระบบ
13 ก.ย. 54 | อ่าน 82934 ครั้ง
รับเอกอะไรบ้าง เช็คที่นี่! สอศ.เปิดสมัครครูผู้ช่วย10-17ส.ค. รับ384อัตรา35วิชา-สอบ13ก.ย. เผยมีสิทธิชิ
02 ส.ค. 58 | อ่าน 522 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.