Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: อาชีวะต้นแบบ: สัมผัส...วิถีเกษตรแบบยั่งยืนสไตล์ ’นาโต่ โมเดล’ วษท. เชียงราย




      

คอลัมน์: อาชีวะต้นแบบ: สัมผัส...วิถีเกษตรแบบยั่งยืนสไตล์ 'นาโต่ โมเดล' วษท. เชียงราย

อาชีวะต้นแบบอาสาพาคุณผู้อ่านไปที่จังหวัดเชียงราย ไปดูการจัดการเรียนการสอนของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ตั้งอยู่ที่ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งทราบข่าวว่าที่นี่เป็นต้นแบบความสำเร็จในการจัดการศึกษาทางด้านอาชีวะเกษตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นทุกกลุ่มเชื้อชาติ แม้แต่เยาวชนที่อยู่ห่างไกลทุรกันดารก็มีโอกาสได้เรียนรู้อาชีพอย่างเท่าเทียม อย่างเช่นที่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้
          แต่ก่อนเดินทางขึ้นนาโต่เราได้เวะทำความรู้จักกับ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ผ่านการบอกเล่าของ ผอ.เทพชัย ร่มโพธิ์ เพื่อเป็นข้อมูลก่อนเดินทาง
          ผอ.เทพชัย ร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงรายเปิดเผยว่า วิทยาลัยเกษตรฯ เชียงรายเปิดสอน 2 ระดับ ปวช. และ ปวส. โดย ปวช. รับนักเรียนที่จบชั้น ม.3 เข้ามาเรียนในสาขาเกษตรในโครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อชีวิต เป็นเวลา 3 ปี มีทุนให้เรียนฟรี อยู่ประจำ ทำโครงการ โดยวิทยาลัยจะมีทุนให้นักเรียนสำหรับทำโครงการเกษตรเพื่อยังชีพ เช่น ปลูกพืช  เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่  ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้ฝึกวิชาชีพแล้ว ยังมีอาหารรับประทานและมีรายได้ระหว่างเรียนจากการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทั้งเด็กไทยและเด็กชนเผ่าอยู่ประมาณ 700 คน ส่วนระดับ ปวส.รับนักเรียนที่จบ ปวช.หรือ ม.6 เข้ามาเรียน 2 ปีในสาขางานเกษตรศาสตร์ พืชศาสตร์ สัตวศาสตร์  อุตสาหกรรมเกษตร ธุรกิจเกษตร เทคโนโลยีภูมิทัศน์  เกษตรสหกรณ์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งทุกสาขาจะต้องฝึกงานฟาร์มในวิทยาลัยและฟาร์มเอกชน 1 ภาคเรียน และส่งเสริมให้นักศึกษาทำงานระหว่างเรียน เช่น งานในฟาร์มของวิทยาลัย  เลี้ยงหมู  โคนม เพาะเห็ด หรือทำงานฟาร์มข้างนอก ซึ่งนอกจากจะมีรายได้แล้วยังได้ประสบการณ์อาชีพอีกด้วย
          ผอ.เทพชัย กล่าวว่า วิทยาลัยยังจัดการศึกษาที่เรียกว่าโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท (อศ.กช.) รับเกษตรกรและบุตรหลานที่ไม่มีโอกาสเรียนในระบบมาเรียนเพิ่มเติมความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ในสาขาที่เป็นความต้องการของผู้เรียน และยังเปิด ศูนย์การเรียนโครงการอาชีวศึกษาเพื่อมวลชน (อศ.มช.) รับผู้ที่จบ ปวช.ที่ประกอบอาชีพเกษตรอยู่แล้วมาเรียนต่อในระดับ ปวส.สาขางานเกษตรศาสตร์ทั่วไปเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดอาชีพและธุรกิจของตนเอง นอกจากนี้ยังเปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้นแก่เกษตรกรและผู้ขาดโอกาสให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองอีกด้วย
          กฤษณะ ผามั่ง ศิษย์เก่าแผนกเกษตรบอกว่า ผมจบ ปวช.ที่ วษท.เชียงรายแล้วก็ไปต่อ ปวส.สัตว์ศาสตร์ที่ วษท.น่าน แต่ชอบทางด้านปรับปรุงพันธุ์พืช เรียนจบก็ไปทำงานบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผมทำเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์แคนตาลูป ทำอยู่ 17 ปีก็ออกมาเปิดบริษัทของตัวองอยู่ที่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ชื่อบริษัทสามเหลี่ยมเมล็ดพันธุ์ สินค้าหลักก็คือเมล็ดพันธุ์แคนตาลูป ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆ ในตลาดส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของผม เราทำส่งออก และก็ปลูกผลสดเองด้วย ซึ่งหลักการทำธุรกิจของผมคือการซื่อสัตย์ต่อลูกค้า มีวินัยและตรงต่อเวลา ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเด็กอาชีวะยังขาด ผมอยากจะให้ปลูกฝังเรื่องนี้มากๆ และการทำธุรกิจเกษตรจะต้องดูวิธีคิดของคนอื่นด้วยว่าเขาทำยังไง คิดยังไง และการทำธุรกิจของผมยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง ผมจะปลูกทุกอย่างให้คนงานกิน มีบ่อปลาให้คนงานกินไม่ต้องซื้อ เป็นการสอนให้เขาประหยัด ผมคิดว่าทำเกษตรยังไงก็รวยเพียงแต่ให้ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ และสุจริตในอาชีพครับ
          ฟังเรื่องราวการจัดการศึกษาของวิทยาลัยเกษตรฯ เชียงรายจาก ผอ.เทพชัย และความสำเร็จของหนึ่งในศิษย์เก่าของวิทยาลัยไปแล้ว แผนต่อไปก็คือการเดินทางสู่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ งานนี้ ผอ.เทพชัย ส่งไม้ต่อให้ อาจารย์สมเดช วงศ์ชัยพาณิชย์ หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่  รับหน้าที่เป็นผู้นำชมและถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้
          บ้านนาโต่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.แม่ สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อยู่ห่างจากอำเภอแม่ฟ้าหลวงประมาณ 90 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางคดเคี้ยวไต่ไปตามภูเขาที่สูงชัน โดยมีป้ายสัญญาณบอกเตือนเป็นระยะๆ ใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมงเศษจากถนนใหญ่ขับเลียบเส้นทางเล็กๆ ผ่านลำห้วยข้ามสะพานเล็กๆ ในสภาพที่น้ำปิ่มๆ ล้อ ออกแรงขับขึ้นเนินอีกหน่อยก็ถึงด้านหน้าศูนย์ฯ ซึ่งมีน้องๆและคุณครู ซึ่งนำทีมโดย อ.สมเดช ผอ.ศูนย์ฯมาคอยต้อนรับ นั่งพักดื่มน้ำดื่มท่า ทักทายทำความรู้จักกับน้องๆ ที่มาต้อนรับพอหายเหนื่อย ก็ถึงเวลาเดินชมบรรยากาศและความเป็นอยู่ของน้องๆ ที่นี่ โดยมีอาจารย์สมเดชเป็นไกด์นำชม
          อาจารย์สมเดช เล่าว่าศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 จากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเมื่อครั้งเสด็จฯทรงเยี่ยมพื้นที่แห่งนี้ และทรงเห็นว่าหมู่บ้านนาโต่แห่งนี้มีโรงเรียนประถมและมัธยมแล้วแต่ยังไม่มีอาชีวศึกษา จึงทรงดำริให้เปิดสอนอาชีวศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ซึ่งเป็นชนเผ่าให้มีความรู้ด้านการเกษตร สามารถประกอบอาชีพอยู่ในท้องถิ่นของตนเองโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงรายจึงได้สนองพระราชดำริ จัดสร้างศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ขึ้น ภายใต้ชื่อ โครงการความร่วมมือจัดการอาชีวศึกษาเกษตรในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบ 2 เมษายน 2546  โดยรับนักเรียน นักศึกษาชนเผ่าต่างๆ 6 ชนเผ่ามาเรียนด้านการเกษตร ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งระดับ ปวช.และ ปวส.รวมจำนวน 78 คนและครู 5 คน ซึ่งทั้งนักเรียนและครูจะอยู่ประจำมีหอพักให้ฟรี ส่วนอาหารได้มาจากการปลูกพืช เลี้ยงไก่ หมู ปลา  ผลผลิตที่เหลือก็นำไปขายเป็นรายได้ระหว่างเรียน
          เดินชมรอบๆ ศูนย์ฯ สังเกตว่ามีอาคารเรียนหลักอยู่เพียง 2 หลัง  มีอาคารสหกรณ์ โรงครัวรวม รอบๆ เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ แยก ชาย-หญิง  พักได้หลังละประมาณ 2-3 คน  ส่วนหน้าบ้านของแต่ละคนและพื้นที่ที่เหลือถูกใช้เป็นแปลงเกษตร บ่อเลี้ยงปลา เล้าหมู ไก่ นอกจากไฟฟ้า น้ำบาดาล  ที่นี่ไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ รับสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่ได้ นอกจากโทรศัพท์สาธารณะเครื่องเดียวที่ใช้ทีต้องเข้าแถวกันยาว มีจานดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตถึงจะพอใช้ได้แต่สัญญาณค่อนข้างช้า แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาที่นี่
          เสียงระฆังตีบอกเวลาตีห้า ตามด้วยเสียงเพลงตามสายที่ดังกังวานแทนนาฬิกาปลุก อาจจะรู้สึกไม่ชินสำหรับแขกเมืองผู้มาเยือนที่กำลังหลับสบายอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม  แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับน้องๆ ที่นี่เพราะตื่นเช้าจนชินเป็นนิสัยไปแล้ว พวกเขาบอกว่าการตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าทำให้สมองปลอดโปร่งพร้อมเปิดรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า
          07.00 น. ทุกคนจะมาเข้าแถวรวมกันหน้าเสาธง  เพื่อแบ่งงานกันรับผิดชอบ เช่น หน้าที่ทำอาหารในโรงครัวสำหรับมื้อเที่ยง  ดูแลทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ลงแปลงผัก ให้อาหารหมู ไก่ ปลา สมาชิกที่เหลือมีหน้าที่เตรียมอาหารเช้าสำหรับสมาชิกในบ้าน  หลังรับประทานอาหารเช้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มาเข้าแถวหน้าเสาธงเพื่อเคารพธงชาติเวลา 8.00 น. ก่อนแยกย้ายกันเข้าเรียน  ได้เวลาแดดร่มลมตกจึงจะลงแปลงผัก ให้อาหารสัตว์  4 โมงเย็นหลังเลิกเรียน หุงหาอาหาร ทำการบ้านเสร็จ ก็ได้เวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนจะเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม
          อ.สมเดช กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนของศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ วิทยาลัยเกษตรฯ เชียงราย เป็นการจัดการศึกษาภายใต้โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อชีวิตรูปแบบเดียวกันที่วิทยาลัย คือ เรียนฟรี อยู่ประจำ ทำโครงงาน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า Project Base Learning (PBL) คือการฝึกปฏิบัติวิชาชีพคู่ไปกับการทำโครงงาน โดยใช้ฐานงานฟาร์มเป็นโจทย์ เมื่อเด็กลงมือทำแล้วเจอปัญหาก็จะค้นหาสาเหตุและแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยนำการวิจัยเข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งกำหนดให้เด็กทุกคนตั้งแต่ชั้นปีหนึ่ง ถึงปีสุดท้ายต้องทำโครงการเกษตรเพื่อยังชีพ โดยเรานำรูปแบบกิจกรรมชีววิถีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของ กฟผ.มาใช้ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 กิจกรรม คือเลี้ยงปลา กิจกรรมปศุสัตว์คือ เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่เพื่อเสริมโปรตีน กิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษ และสุดท้ายคือการทำสิ่งแวดล้อมที่ดี คือไม่ว่าจะปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์จะต้องไม่ใช้สารเคมี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น กิจกรรม อกท.กิจกรรมลูกเสือ ทัศนศึกษาและเรียนรู้กับชุมชน การฝึกงานในสถานประกอบการและฝึกงานตามฐานอาชีพที่กำหนด 18 ฐาน รวมแล้ว540 ชั่งโมง
          สิ่งที่ผมอยากเห็นในฐานะที่ดูแลศูนย์ฯแห่งนี้มานานก็คือการกินดีอยู่ดีของเด็กๆ และครอบครัวของเขา รวมไปถึงชุมชนที่จะได้มีอาชีพที่มั่นคงในชุมชน ให้เขามีภูมิคุ้มกันในเรื่องของยาเสพติด และหวังว่าเด็กเหล่านี้จะกลับไปเป็นผู้นำชุมชนในการพัฒนาอาชีพ และดูแลชุมชนของเขา ตอนนี้ผมกำลังจะทำโครงการธนาคารสุกร ได้ทุนมาแล้ว จะให้ผู้ปกครองทำการเกษตรร่วมกับเด็ก ให้เด็กเขาเลี้ยงที่นี่และที่บ้านโดยเอาความรู้ทางวิชาการเข้าไปเสริม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ผู้ปกครองว่าสิ่งที่เราสอนและเด็กได้เรียนรู้มันเป็นประโยชน์กับเขาจริงๆ อาจารย์สมเดชกล่าว
          จรินญา อายิ (ครูพลอย) ครูชาวเขาเผ่า อาข่าเล่าว่า มาสอนที่นี่ได้ 4 เดือนแล้ว วิชาที่สอนก็มีภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาไทยเพื่ออาชีพ คอมพิวเตอร์เบื้องต้น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่า ก็พยายามให้ความรู้เขาเต็มที่ ในฐานะเป็นคนชนเผ่าเหมือนกันก็พยายามบอกเด็กทุกคนให้เห็นความสำคัญของการศึกษา เพราะการศึกษาเท่านั้นที่จะช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเขาเองและครอบครัวให้ดีขึ้น ผู้ปกครองบางคนพอรู้ว่าเป็นครูที่เป็นคนชนเผ่าเขาก็ภูมิใจ และคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นแบบอย่างให้พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้เห็นความสำคัญของการศึกษา
          สินอังคาร วงศ์เพ็ญ บอกว่า ผมเป็นครูที่นี่มา 3 ปีแล้วนอกจากสอนหนังสือแล้ว ก็เข้าไปส่งเสริมการเกษตรให้กับชาวบ้านด้วย ซึ่งชาวบ้านที่นี่ยังนิยมใช้สารเคมี เวลาที่เด็กกลับไปแนะนำเขาก็ไม่เชื่อ ก็เลยให้เด็กเอาความรู้ที่เรียนมาไปทำเป็นฟาร์มชุมชนเป็นต้นแบบให้เขาเห็น ต่อไปเด็กจะเป็นตัวอย่างให้กับชาวบ้าน เพราะเขาได้เรียนรู้และทดลองมาแล้ว อย่างการปลูกพืชเขาก็มีแปลงผักที่หน้าบ้านพักของเขา และก็แปลงผักรวมตามรายวิชา แล้วก็มีสรุปบทเรียนกันทั้งแปลงจากที่หน้าบ้านกับแปลงที่หอพักว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ผลผลิตที่ได้เหลือกินก็จะขายให้กับโรงครัวถ้าขยันเขาจะมีเงินใช้ตลอด บางคนก็นำกลับบ้านไปให้พ่อแม่เห็นว่านี่เขาปลูกแล้วผลมันออกมาอย่างนี้ดีกว่าที่พ่อแม่ปลูกอย่างไร ซึ่งต่อไปเด็กพวกนี้จะเป็นผู้นำในการพัฒนาอาชีพเกษตรในชุมชนเขา
          อาจี เซมื่อ ปวส.2 ผมเป็นชนเผ่า อาข่า บ้านอยู่แม่เมาะ  เป็นนักศึกษารุ่นแรกของที่นี่ครับ มาใหม่ๆ อาคารเรียนยังไม่มีก็ได้ชาวบ้านชุมชน นักเรียนช่วยกันสร้าง ผมก็เลยรู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก ที่มาเรียนสายอาชีพเพราะที่บ้านยากจน เรียนที่นี่ได้ความรู้หลายอย่าง เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ตอนนี้ผมมีหมูของตัวเองที่อยู่ในศูนย์ฯและก็เลี้ยงที่บ้านด้วยตอนนี้พอมีเงินเก็บแล้วครับ จบแล้วคิดว่าจะกลับไปทำฟาร์มหมูที่บ้านและก็ปลูกผักปลอดสารพิษ และอีกอย่างที่อยากจะทำคือกาแฟ และก็อยากทำเกษตรปลอดสารพิษเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านดูด้วย ผมคิดว่าการมีความรู้จะทำให้เรามีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องไปข้องแวะกับยาเสพติด
          หมี่จู มาเยอะ ปวส.2 บ้านอยู่อำเภอแม่ฟ้าหลวงค่ะ หนูเป็นลูกคนเล็กที่บ้านอยากจะให้เรียนสูงๆ ที่ชอบมากก็คือการทำโครงการ ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรหลายๆ อย่าง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ แรกๆ ก็กู้สหกรณ์มาเลี้ยงหมูช่วงแรกขาดทุนเป็นหนี้ แต่พอมีประสบการณ์มากขึ้นก็ค่อยๆ ขยาย พอแม่หมูตกลูกได้ลูกหมูเพิ่มมา ก็ขายใช้หนี้จนหมด ตอนนี้เอาความรู้ที่เรียนมาไปแนะนำพ่อแม่ที่บ้านด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งหมูที่บ้านไม่ท้อง หนูก็เลยบอกแม่ไปว่าจะท้องได้ยังไงมันยังไม่ถึงวัยที่ผสมพันธุ์ แล้วที่บ้านปลูกผักไม่ใช้สารเคมี เพราะเราเรียนมารู้ว่ามันอันตรายยังไง  ตอนนี้หนูได้ทุนเรียนต่อปริญญาตรี ตั้งใจว่าจบแล้วจะมาเป็นครูสอนที่นี่ค่ะ
          มะลิ เชอหมือปวส.2หนูอยู่ อ.แม่จันทน์ ที่บ้านทำไร่ข้าวโพด รายได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทีแรกพ่อแม่อยากให้ทำงาน แต่หนูอยากเรียนต่อ อยู่ที่นี่ก็สบายดี มีบ้านพักให้อยู่ฟรี  อาหารการกินก็ไม่ต้องเพราะทุกคนมีแปลงเกษตรปลูกผักกินเอง แล้วก็เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เป็นอาหารโปรตีน เหลือก็ขายให้โรงครัวเป็นรายได้เสริม ตอนนี้หนูได้ทุนเหมือนกับหมี่จู จบแล้วอยากกลับมาเป็นครูสอนที่นี่เหมือนกันค่ะ
          พูนศรี อ่วยยื่อ ปวช.3 หนูเป็นคนบ้านนาโต่ จบ ม.3 ที่โรงเรียน ตชด.การท่าอากาศยานฯแต่ก่อนเด็กที่จบม.3ในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะไปทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ แต่พอศูนย์ฯ เปิดมีเด็กมาเรียนที่นี่เยอะ เพราะเรียนแล้วสามารถนำไปประกอบอาชีพที่บ้านได้ ไม่ต้องออกจากหมู่บ้านไปทำงานที่อื่น และเราสามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพของพ่อแม่ได้  ซึ่งแต่ก่อนเวลาที่เราไปแนะนำเรื่องการปลูก เช่น ไม่ใช้สารเคมีเขาก็เชื่อ เขาบอกเขาทำมานานแล้ว อย่างบ้านไหนปลูกข้าวโพดก็จะปลูกข้าวโพดอย่างเดียว ไม่รู้จักการปลูกแบบผสมผสานหรือการทดแทน แต่พอพวกหนูมาเรียนและกลับไปทำให้เขาดู เขาเริ่มเชื่อมากขึ้น ตอนนี้จบ ปวช.3 คิดว่าจะไปทำงานที่โครงการหลวง แล้วเก็บเงินเรียนต่อค่ะ

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 18 ส.ค. 54   อ่าน 65135 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มทร.อีสานประชุมวิจัยบัณฑิตศึกษา เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
09 ม.ค. 55 | อ่าน 76389 ครั้ง
"เทศบาล-อบต."หนุนโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสพฐ.
12 ก.พ. 58 | อ่าน 357 ครั้ง
เผยงบส่งเสริมการศึกษา สพฐ.ขาดแคลนมูลนิธิบิ๊กซี สร้างอาคารเรียนเพิ่มเป็น 41 หลัง
23 มิ.ย. 57 | อ่าน 440 ครั้ง
ค้านกู้เงินจีนซื้อ’แท็บเล็ต’
07 พ.ย. 55 | อ่าน 591 ครั้ง
นักการศึกษาเมืองดอกบัวระดมสมองรับมือประชาคมอาเซียน ติงเน้นสนองแต่สังคมอาเซี่ยนอาจทำให้ผู้เรียนไม่มีค
27 ก.พ. 55 | อ่าน 8718 ครั้ง
’มติชน-ศธ.’ประเดิม12โรงเรียน’อาชีวะ’ส่งตู้หนังสือฟื้นห้องสมุด
25 ม.ค. 54 | อ่าน 9841 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.