Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ความภูมิใจของนักวิจัยไทย แพทย์ มข. พัฒนา “ชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรค”




      

ความภูมิใจของนักวิจัยไทย แพทย์ มข. พัฒนา ชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรค
     

          คณะแพทย์จากศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ ม.ขอนแก่น สร้างชื่อ วิจัยและพัฒนาชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรคได้เป็นผลสำเร็จ เผยประสิทธิภาพแม่นยำ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
          คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) นำเสนอผลงานของ ศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาสุขภาพที่ดีและยั่งยืนของชาวอีสาน โดยมี คณะผู้บริหารของศูนย์ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ รศ. ดร. วีระพงษ์ ลุลิตานนท์ ผู้อำนวยการ ศ. ดร. วันชัย มาลีวงษ์ รองผู้อำนวยการ ศ. พญ. ผิวพรรณ มาลีวงษ์ นักวิจัยประจำศูนย์
          ศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2549 ด้วยเจตนารมณ์ เพื่อทำการค้นคว้าวิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ หลังจากการระบาดอย่างหนักของโรคซารส์ และโรคไข้หวัดนก ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงทั้งประเทศ ปัจจุบันศูนย์ดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ ชั้น 7 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          ถึงแม้จะเป็นหน่วยงานที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ ก็มีผลงานการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการแพทย์ คือ การพัฒนาชุดน้ำยาตรวจโรคเท้าช้าง โรคพยาธิใบไม้ตับวัวควาย โรคพยาธิใบไม้ในปอด โรคพยาธิตัวจี๊ด โรคเม็ดสาคูพยาธิตืดหมู โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิหอยโข่ง โรคพยาธิแคปิลลาเรีย ไวรัสในกลุ่มเริ่ม ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ตามฤดูกาล และสายพันธุ์ใหม่ เป็นต้น
          รศ.ดร.วีระพงษ์ ลุลิตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยฯได้ร่วมกับภาควิชาจุลชีววิทยา ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มข. ได้เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้แพทย์ผู้รักษาสามารถให้การวินิจฉัยและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
          ในส่วนของการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ ทางศูนย์วิจัยฯ ได้ดำเนินการตรวจนำร่องหาปริมาณลูกน้ำยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกและโรคชิกุนคุนยา ในเขตรอบ ๆ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคทั้งสอง นอกจากนี้ทางศูนย์วิจัยฯ ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้มีการตรวจหาไวรัสไข้หวัดนกในนกตามธรรมชาติ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไข้หวัดนกที่อาจจะติดต่อมายังสัตว์ปีกที่เลี้ยงตามบ้านหรือฟาร์ม ในกรณีตัวอย่าง เช่น โรคเท้าช้าง ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความพิการให้กับผู้ป่วย บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ หรือ ตั้งแต่ข้อศอกและเข่าลงไป มียุงเป็นพาหะนำโรค เกิดจากพยาธิฟิลาเรีย (Filaria) ซึ่งเป็นหนอนพยาธิตัวกลม อาการทางคลินิกของโรคเท้าช้างนั้น ก็มีความซับซ้อนและยากต่อการวินิจฉัย แต่เมื่อมีการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคเท้าช้าง ขึ้นมา โดยศูนย์วิจัยและบริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบาดใหม่ ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
          ด้าน ศ. พญ. ผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองหัวหน้าภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มข. และในนามนักวิจัยของศูนย์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันทางศูนย์ฯ ได้พัฒนาวิธีเรียลไทม์ พีซีอาร์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความไว ความจำเพาะ และความถูกต้องแม่นยำสูง สามารถอ่านผลได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องนำมาแยกด้วยกระแสไฟฟ้าบนแผ่นวุ้นเพื่ออ่านผลเหมือนในวิธีพีซีอาร์แบบดั้งเดิม ทำให้ลดปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อ จึงไม่เกิดผลลบหรือผลบวกปลอม สามารถตรวจหาสารพันธุกรรม (DNA) ของเชื้อทั้งชนิดวูลเชอรีเรีย แบนครอฟไต และบรูเกีย มาลาไย ที่อยู่ในยุงพาหะและในเลือดคนได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีปริมาณ DNA น้อยมาก และยังสามารถตรวจหาเชื้อได้ทั้งสองชนิดในครั้งเดียวกันได้ ทำให้ลดต้นทุน ใช้เวลาในการตรวจวินิจฉัยประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้สามารถรายงานผลได้ในเวลาอันรวดเร็ว และไม่มีปัญหาในการปนเปื้อน และยังสามารถตรวจได้ครั้งละ 30 ตัวอย่าง ใช้ตัวอย่างส่งตรวจในปริมาณน้อย ซึ่งทำให้วิธีนี้มีศักยภาพในการวินิจฉัยโรคเท้าช้าง รวมถึงโรคต่างๆ ที่ได้กล่าวมาในข้างต้น
          ศ. ดร. วันชัย มาลีวงษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรคดังกล่าวนั้น เป็นการต่อยอดจากผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติหลายฉบับ และได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร เป็นผลงานที่เกิดจากมันสมองของทีมนักวิจัยไทย เป็นการวิจัยแบบพึ่งพาตนเอง ผลงานวิจัยสามารถลงไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแห่งแรกของโลก ที่มีการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคดังกล่าว ด้วยวิธีนี้
          นอกจากภารกิจในการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ และ การศึกษาวิจัยแล้ว ทางศูนย์ฯ ยังมีกิจกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการในด้านต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาด้านวิชาการ การจัดประชุมอบรม เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการวิจัยและตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ซึ่งแน่นอนศูนย์ฯ นี้ จะสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชน อีกแห่งหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานของประเทศ

ที่มา : กรุงเทพฯ--29 พ.ย.--ASTVผู้จัดการออนไลน์



โพสเมื่อ : 29 พ.ย. 53   อ่าน 11506 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สอศ.จับมือ Accor Group เปิดศูนย์ปั้นเด็กอาชีวะป้อนธุรกิจโรงแรม
06 ต.ค. 53 | อ่าน 8534 ครั้ง
หนุ่มคนนี้ จบป.ตรีอายุ18 กำลังเรียนอีก2ใบ พร้อมปริญญาโท เขามีวิธีเรียนอย่างไร มาหาคำตอบกัน
16 พ.ย. 58 | อ่าน 411 ครั้ง
"ชัยยศ" ลอยแพมหาบัณฑิต 2,500 คน หลังหลักสูตรการศึกษาไม่ผ่านเกณฑ์
06 มิ.ย. 59 | อ่าน 503 ครั้ง
เด็กแห่เรียน ’บาฮาซา’ ภาษาที่สอง สพฐ.ชี้เกิดประโยชน์แน่ - ยันคืบหน้าโรงเรียนอาเซียน
01 ส.ค. 55 | อ่าน 2502 ครั้ง
ก.พ.อ.ชงครม.ขอ7.6หมื่นล.ยก’มาตรฐาน-บุคลากร’52มหา’ลัยใหม่ เล็งขอเพิ่ม2.3พันล.ขึ้นงด
21 ต.ค. 56 | อ่าน 675 ครั้ง
สพฐ.งงตกประเมิน 2.2 พันร.ร.
29 มิ.ย. 55 | อ่าน 930 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.