Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


แนะสารวัตรนักเรียนเปลี่ยนแนวคิด




      

แนะสารวัตรนักเรียนเปลี่ยนแนวคิด

          ชินวรณ์ เข้มสารวัตรนักเรียนควรเปลี่ยนแนวคิดแก้ปัญหาเด็กตีกันใหม่

          วานนี้ (22 พ.ย.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวระหว่างการเปิดประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษา พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติ นักเรียนและนักศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,500 คน ว่า ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน-นักศึกษา ต้องเปลี่ยนกรอบความคิดจากแบบดั้งเดิมที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุให้หันมาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ จะต้องมีความเข้าใจที่ตรงกัน ร่วมกันหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันปัญหาของเยาวชน ไม่มีเพียงการทะเลาวิวาทเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาด้านอื่น ๆ อาทิ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เด็กและเยาวชนถูกดำเนินคดีสูงขึ้น ทั้งการทะเลาะวิวาท การมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พฤติกรรมชู้สาวและปัญหาการหนีเรียน ดังนั้นจะต้องร่วมกันหาสาเหตุ วิธีการแก้ไข เพื่อจะได้นำมาบูรณาการให้สอดรับกับทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2

          รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ปัญหานักเรียน นักศึกษาเป็นปัญหาระดับชาติและที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้มีคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา ที่มีตนเป็นประธานและมีผู้แทนจากภาคส่วนอื่นเข้าร่วมด้วย โดยในระดับ ศธ.เองมีก็มีศูนย์เสมารักษ์ที่จะเข้ามาดูเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้จัดตั้งศูนย์เสมารักษ์ใน 4 มุมเมืองของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เขตมีนบุรี ดอนเมือง บางแค และ จ.สมุทรปราการ และจะจัดตั้งศูนย์เสมารักษ์ในระดับภูมิภาคประจำสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา 12 เขตทั่วประเทศ รวมทั้งจะให้มีเครือข่ายศูนย์เสมารักษ์ทุกเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอีกด้วย ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการสอดส่องดูแลและแก้ไขปัญหาของนักเรียน นักศึกษา โดยจะต้องร่วมมือกับเครือข่ายอื่น ๆ ด้วย เช่น เครือข่ายนักเรียน นักศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง เครือข่ายประชาสังคม เป็นต้น

          ทั้งนี้ปัญหาหลัก ๆ ที่จะต้องเข้าไปดูแลนั้นมี 4 ด้านคือ 1.นักเรียนทะเลาะวิวาท 2.นักเรียน นักศึกษามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แหล่งเริงรมย์ ซึ่งต่อไปพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติจะต้องสอดส่องดูแล เข้มงวด นักเรียน นักศึกษาที่เข้าไปเที่ยวตามสถานเริงรมย์ต่าง ๆ ด้วย 3.นักเรียน นักศึกษา ที่มีพฤติกรรมในเชิงชู้สาวและ4.นักเรียน นักศึกษาที่มีพฤติกรรมหนีเรียน

          แม้เราจะพยายามจัดการกับปัญหาของนักเรียน นักศึกษา แต่ปัญหาก็ยังอยู่คงไม่สามารถทำให้ปัญหาหมดไปได้ แต่สิ่งสำคัญเราจะทำอย่างไรให้ปัญหาเหล่านี้ลดลงจากเดิม นอกจากการมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาแล้ว การทำกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าแก่นักเรียน นักศึกษา ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ นายชินวรณ์ กล่าว.

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 23 พ.ย. 53   อ่าน 7609 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
"บิ๊กหนุ่ย"มั่นใจไม่ถูกปรับออก ครม.ไฟเขียว "สรนิต" ข้ามห้วย นั่งปลัดก.วิทย์
31 ส.ค. 59 | อ่าน 212 ครั้ง
สมศ.รอลุ้นรัฐบาลเคาะเกณฑ์ประเมินรอบสี่
22 ม.ค. 58 | อ่าน 214 ครั้ง
สพฐ. เตรียมตั้งกก.สอบวินัยปมข้อสอบครูผู้ช่วยอุดรฯ รั่ว
28 ก.ย. 59 | อ่าน 181 ครั้ง
กิจกรรมการเรียนรู้สองภาษา พัฒนาเด็กเล็กอย่างไร
13 ธ.ค. 56 | อ่าน 816 ครั้ง
จี้ปฏิรูปหลักสูตรทุกระดับ-แก้ร.ร.เล็ก ผู้ตรวจศธ.เร่งวิจัย 16 ข้อ-ยันไม่ก้าวก่ายสพฐ.
20 พ.ย. 55 | อ่าน 627 ครั้ง
สพฐ.ผุดศูนย์ STEM พัฒนาครูวิทย์
20 ธ.ค. 55 | อ่าน 549 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.