Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


รวบขายวุฒิศึกษาผ่าน’เฟซบุ๊ก’’ม.3-ป.โท’จ่ายแค่7พัน-2หมื่น




      

รวบขายวุฒิศึกษาผ่าน'เฟซบุ๊ก''ม.3-ป.โท'จ่ายแค่7พัน-2หมื่น

          กองปราบฯจับแก๊งขายวุฒิการศึกษาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก ม.3-ป.โทจ่ายแค่ 7,000-20,000 บ. ม.ดังย่านหัวหมากสุดฮิต บางคนซื้อวุฒินิติฯหวังไปสอบเนติบัณฑิต
          จากกรณีที่นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการคุรุสภา กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทำให้ไม่สามารถบรรจุครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งที่สอบติดในอันดับต้นๆ ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) บ้านสมเด็จเจ้าพระยา อ้างนักศึกษาวิ่งขอให้จัดการเรียนการสอนในสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการเองนั้น
          เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายสุมนต์ สกลไชยอธิการบดี มอส.เปิดเผยกรณีตัวแทนนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต มอส. 81 คน ที่สอบบรรจุครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ได้ แต่ไม่ได้รับการบรรจุเพราะถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ ว่า ขณะนี้มอส.กำลังเร่งตรวจสอบความครบถ้วนของคุณสมบัติของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะได้รับความช่วยเหลือ โดยส่วนใหญ่ยังขาดคุณสมบัติเรื่องฝึกปฏิบัติการสอนและเท่าที่ทราบ เมื่อวันที่ 25-26 มิถุนายนที่ผ่านมา นักศึกษาในกลุ่มนี้บางคนได้เข้าฝึกปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะความเป็นครูที่มอส.จัดขึ้น เมื่อคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว มอส.จะทำเรื่องเสนอคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส.ให้อนุมัติใบ ป.บัณฑิต เมื่อคณะกรรมการควบคุมฯอนุมัติ ก็ไปยื่นขอใบอนุญาตฯที่คุรุสภาได้ ซึ่งกว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นคงต้องใช้เวลา
          ทั้งนี้ ภายหลัง มอส.เปิดให้นักศึกษาที่ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบแจ้งข้อมูลที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่วนที่ให้ข้อมูลไปแล้ว ก็ขอให้มายืนยัน และให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะได้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการช่วยเหลือ โดย มอส.จะขยายเวลาให้นักศึกษามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมไปจนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม จากเดิมวันที่ 4 กรกฎาคม นายสุมนต์กล่าว
          นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมอส.กล่าวว่า กรณีกลุ่มนักศึกษาหลักสูตรป.บัณฑิต มอส.เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ นั้น เห็นว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวทำเพื่อปกป้องสิทธิตนเอง ซึ่งถูกต้องแล้วส่วนที่นักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต มอส.บางกลุ่มจะขอเงินค่าลงทะเบียนเรียนคืนหากการเยียวยาล่าช้านั้น ขอชี้แจงว่านักศึกษาแต่ละคนได้เรียนครบ ซึ่งหมายความว่า มอส.ไม่ได้ทำผิด หรือหลอกลวง ส่วนจะต้องคืนเงินให้นักศึกษาหรือไม่ตนไม่ขอแสดงความเห็น แต่เคยบอกแล้วว่าถ้าไม่มีกรรมการควบคุมฯ ทุกอย่างจะไม่วุ่นวายเช่นนี้
          นายนิรัตน์ กาฬพันธุ์ ประธานคณะทำงานสืบหาข้อเท็จจริงกรณีมีกรรมการคุรุสภา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ป.บัณฑิต มอส.ของคณะกรรมการคุรุสภาว่า ตนจะลงพื้นที่ในวันที่29 มิถุนายน เพื่อหาข้อมูลการที่มีผู้บริหารกรรมการ และเจ้าหน้าที่คุรุสภาเกี่ยวข้องกับมอส.โดยจะต้องประสานขอข้อมูลจากอธิการบดีและอดีตอธิการบดี รวมทั้งข้อมูลจากคณะกรรมการควบคุมฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ การทำงานของคณะทำงานฯชุดนี้ไม่ได้ลงไปตรวจสอบเอาผิดกับใคร แต่ลงไปหาข้อมูลนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น โดยจะเร่งสรุปข้อมูลเสนอในเร็วๆนี้
          นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีตประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า กรณีมีผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส.นั้น ส่วนตัวเห็นว่าโดยหลักทั่วไปแล้ว คนที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลมาตรฐานในวิชาชีพต่างๆ หากจะเข้าไปเป็นอาจารย์พิเศษเพื่อบรรยายพิเศษเป็นครั้งคราวในเชิงให้ข้อมูลทางวิชาการนั้น ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกี่ยวข้องโดยไปเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง หรือเป็นผู้อำนวยการหลักสูตร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งแล้ว ก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
          นายสุพล วุฒิเสน อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า กรณีที่คุรุสภาระบุพบสถานีบริการฯ รวม 6 แห่ง จัดตั้งโดยที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ไม่รับทราบนั้น การที่ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาเปิดสถานีบริการฯ โดยที่ สกอ.ไม่รับทราบ เพราะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งตามที่ สกอ.กำหนด ซึ่งไม่ถือว่าผิด เพราะสภามหาวิทยาลัยอนุมัติแล้ว จึงถือว่าถูกต้อง และเปิดได้ อีกทั้ง สกอ.เป็นเพียงหน่วยงานที่คอยประสานเท่านั้น ไม่มีอำนาจสั่งการมหาวิทยาลัย
          นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การจัดการศึกษาในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งต้องเป็นไปตามที่สกอ.กำหนดเท่านั้น และต้องรายงานให้ สกอ.รับทราบ กรณี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา แม้จะอ้างว่าเป็นสถานีบริการฯ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ สกอ.เพราะ สกอ.ถือเป็นหน่วยงานที่ควบคุมให้ทุกมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หากไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันถือว่าผิดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สกอ.กำลังตรวจสอบข้อมูลสถานีบริการฯ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาอยู่ แม้จะชัดเจนว่า สกอ.ไม่รับทราบ เพราะไม่ได้มาตรฐานการจัดการศึกษาตามที่กำหนด แต่ต้องตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีข้อขัดแย้ง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะทราบข้อมูล
          นักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต ในสถานีบริการฯ จ.ชุมพร มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งไม่สามารถขอใบอนุญาตฯได้ กล่าวว่า ตนเข้าเรียนที่สถานีบริการฯดังกล่าวเมื่อปีที่แล้วและเพิ่งจบเมื่อเดือนมีนาคม 2554 โดยสมัครเข้าเรียนตามปกติเพราะอยากเป็นครู โดยไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย และ สกอ.ไม่รับทราบ เพราะสถานีบริการฯนี้เปิดสอนมาหลายรุ่นและมีคนเรียนจำนวนมาก
          ขณะนี้ได้รับการประสานหาช่องทางเยียวยาแล้ว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาทำเอกสารเทียบโอนมาตรฐาน 9 วิชาของทางคุรุสภา ส่วนเรื่องประสบการณ์ฝึกงานคิดว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะระหว่างที่เรียนได้ฝึกปฏิบัติการสอนแล้ว 1 ปี ตามที่คุรุสภากำหนด คาดว่าจะทราบผลการการเทียบโอนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นักศึกษาคนเดิมกล่าว
          วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดชธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. แถลงจับกุมน.ส.สุภาวรรณ แสงชัย อายุ 22 ปี และ น.ส.สุปรียา เอนกนันท์ อายุ 22 ปี พร้อมของกลางหนังสือรับรองการจบการศึกษามหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง และใบแสดงผลการเรียน (ทรานสคริปต์) 3 ฉบับ โดยจับกุม น.ส.สุภาวรรณ ได้ที่ห้างสรรพสินค้ายูเนี่ยนมอลล์ เขตจตุจักร กทม.ส่วน น.ส.สุปรียา จับกุมได้ที่ห้างเซ็นจูรี่พลาซ่าแขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.
          พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. สืบทราบว่ามีการลักลอบซื้อขายวุฒิการศึกษาระดับต่างๆ ตั้งแต่วุฒิ ม.3 ถึงปริญญาโท โดยโฆษณาเสนอขายวุฒิดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ และเฟซบุ๊ก ราคาตั้งแต่7,000-20,000 บาท จึงวางแผนล่อซื้อกับ น.ส.สุภาวรรณ นัดหมายส่งมอบกันก่อนจับกุมตัวและขยายผลจับกุม น.ส.สุปรียา ดำเนินคดีในข้อหาปลอมเอกราชการ
          สอบสวน น.ส.สุปรียา รับสารภาพว่า ทราบข้อมูลจากนายไอ ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุลอายุประมาณ 26-30 ปี ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งได้ประกาศขายวุฒิการศึกษา ตนอยากได้วุฒิระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง จึงติดต่อขอซื้อวุฒิดังกล่าวในราคา 7,000 บาท แต่ยังไม่ได้ใช้สมัครงาน ต่อมาตนจึงเริ่มติดต่อลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ให้ซึ่งทำมานานกว่า 1 ปี แต่ทำหน้าที่เพียงติดต่อลูกค้าเท่านั้นไม่ได้เป็นคนจัดทำเอง โดยลูกค้าส่วนมากจะขอซื้อวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งย่านหัวหมาก ซึ่งสาขาบริหารเป็นที่นิยมมากที่สุด และยังมีลูกค้าที่เป็นทนายความขอซื้อวุฒิสาขานิติศาสตร์ เพื่อนำไปสมัครเรียนเนติบัณฑิตอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทำให้มีชื่อบัณฑิตอยู่ในสารบบของมหาวิทยาลัยได้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มรายละ 40,000-100,000 บาท ซึ่งมีลูกค้าสนใจเป็นจำนวนมาก
          สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคือ น.ส.สุภาวรรณชุดจับกุมได้นำตัวส่ง สน.พหลโยธิน ขณะที่ น.ส.สุปรียา นำส่ง สน.พญาไท ขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดดำเนินคดีต่อไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 29 มิ.ย. 54   อ่าน 18928 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
8 มหาวิทยาลัยร่วมจัดหลักสูตรอบรมภาษา เร่งพัฒนามัคคุเทศก์ฟรีรองรับเปิดเสรีอาเซียน
24 มิ.ย. 57 | อ่าน 737 ครั้ง
องค์การค้าฯร่วมประมูลแทบเล็ต
06 มิ.ย. 56 | อ่าน 387 ครั้ง
ศธ. ยกเว้นภาษีในการจัดซื้อหนังสือ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
31 มี.ค. 54 | อ่าน 17515 ครั้ง
กพฐ.ยอมยืดหยุ่นขยายห้องเรียน ม.3ขึ้นม.4ห้องละ40คน
23 ก.พ. 61 | อ่าน 133 ครั้ง
สพป.บุรีรัมย์เขต 1 เข้มกันทุจริตสอบครูผู้ช่วย ขู่ขรก.กระทำผิดมีโทษทั้งวินัย-อาญา
23 ก.พ. 58 | อ่าน 269 ครั้ง
ผุด’อ.ก.ค.ศ.สพฐ.’แก้ปัญหาสพท. สอศ.ไม่ห่วงทุจริตคัด’รอง-ผอ.’อาชีวะ
12 มิ.ย. 56 | อ่าน 523 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.