Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เฮี้ยบเกณฑ์รับนร.แก้ปัญหาเด็กฝาก



  "ชินวรณ์" ย้ำ สพฐ.วางระบบกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนที่ชัดเจน แก้ปัญหาเด็กฝากนักการเมือง ชี้ต้องขับเคลื่อนคุณภาพโรงเรียนให้ใกล้เคียงกัน หวังล้างค่านิยมแห่เข้าโรงเรียนดัง ฝันต่อไปเด็กมาจากโรงเรียนไหนก็เข้ามหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน
     นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้านโยบายการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ได้มอบให้ สพฐ.ไปดำเนินการกำหนดสัดส่วนรวมถึงหลักเกณฑ์รายละเอียดการรับนักเรียนผ่าน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) โดย 1.ให้ยึดหลักนโยบายที่ตนได้ให้ไว้คือ จะต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจน และช่องว่างในการขยายห้องเรียนจะต้องเป็นไปตามที่ กพฐ.กำหนด ตนจะไม่ยอมให้โรงเรียนไปขยายโดยที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ สพฐ.เด็ดขาด
     รมว.สธ.กล่าวต่อว่า ประการที่สองจะต้องขับเคลื่อนเรื่องคุณภาพการศึกษา เพื่อจะให้โรงเรียนที่ไปสู่มาตรฐานสากลได้มีคุณภาพที่สูงขึ้นและจะไม่เป็น ภาระในการอ้างว่ามีผู้อุปถัมภ์ หรือเด็กฝากของนักการเมือง จะไม่ให้เป็นภาระในด้านนี้ และประการที่สาม ต้องการที่จะให้สัดส่วนการรับ นักเรียนระหว่างโรงเรียนในสังกัด สพฐ.และเอกชนมีสัดส่วนที่แน่นอนด้วย ซึ่งคิดว่าถ้าเราสามารถจะทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ในการวางระบบและรากฐานที่ถูก ต้อง 
     "ที่ผ่านมาหลายรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ และยังไม่สามารถทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าใจ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือเริ่มสร้างความเข้าใจทั้งกับ สพฐ.ที่จะต้องคุย กพฐ.ก่อน หลังจากนั้นผมจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียนให้เกิดความเข้าใจ ว่านโยบายดังกล่าวไปตอบโจทย์เรื่องคุณภาพการศึกษาอย่างไร และที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ปกครอง จากนี้ต้องร่วมมือกันในการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาให้มีความใกล้เคียงกัน ถ้าต่างคนต่างคิดเอาประโยชน์ส่วนตัวและคิดในกรอบเดิมคือ อยากให้ลูกของตนเองเรียนแต่โรงเรียนดัง ก็คงไม่สามารถที่จะทำให้คุณภาพของโรงเรียนใกล้เคียงกันได้" นายชินวรณ์กล่าว
     ส่วนกรณีที่นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ในทางปฏิบัติ นโยบายการไม่ขยายห้องเรียนทำได้ลำบาก โดยเฉพาะ กทม.เขต 2 ที่มีปัญหาว่าที่นั่งไม่พอรับนักเรียน และที่ผ่านมามีปัญหาเด็กล้นมากกว่า 5,000 คน นายชินวรณ์กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าเราสามารถจะทำนโยบายให้เป็นจริงขึ้นมา มีสัดส่วนที่แน่นอน และเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปก็น่าจะสามารถทำได้ แต่ก็จะต้องมาช่วยกันสร้างค่านิยมใหม่กันต่อไปว่าเรียนโรงเรียนไหนก็ได้ เพราะมีคุณภาพใกล้เคียงกัน และสิ่งที่จะทำต่อไปคือ ไม่ว่าจะเรียนโรงเรียนไหนก็ได้ มีโอกาสจะได้เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน
     ส่วนการยกเลิก ม.3 ต่อ ม.4 นั้น ตนยังไม่อยากพูดในรายละเอียด อยากให้ กพฐ.หารือรายละเอียดให้ดีก่อน ซึ่งจะต้องเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กพฐ.และเสนอมาให้ตนพิจารณา เพื่อจะได้ประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป ซึ่งหลังจากเดือน ธ.ค. ตนก็จะสรุปให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และนำไปสู่กระบวนการสร้างความเข้าใจให้กับทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ สพฐ. โรงเรียน และประชาชน.

โพสเมื่อ : 18 พ.ย. 53   อ่าน 10898 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
อนุมัติปฏิทินแอดมิชชั่นปีการศึกษา 58
25 ส.ค. 57 | อ่าน 442 ครั้ง
’มติชน’เปิดเสวนาการศึกษาไทย
29 ก.ย. 54 | อ่าน 119855 ครั้ง
ข้อมูลการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2
20 พ.ย. 58 | อ่าน 435 ครั้ง
ติง มรภ.โคราชอย่าใช้ นศ.บีบแจกตั๋วครู
10 ส.ค. 59 | อ่าน 1271 ครั้ง
ยกเครื่องหลักสูตรอาชีวะครั้งใหญ่สอศ.เร่งตั้ง4สถาบันสอนอาชีพถึงป.ตรี
10 ต.ค. 54 | อ่าน 63930 ครั้ง
4 ยุทธศาสตร์การศึกษาภาคใต้สร้างสันติสุขพร้อมสู่อาเซียน
23 ส.ค. 55 | อ่าน 807 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.