Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


หนังสือคือ...สมบัติ (ส.) พลายน้อยอัญมณีนักประพันธ์วรรณคดี




      

 หนังสือคือ...สมบัติ (ส.) พลายน้อยอัญมณีนักประพันธ์วรรณคดี

          ชมวง พฤกษาถิ่น
          เอ่ยถึงชื่ออาจารย์ สมบัติ พลายน้อยหรือ ส. พลายน้อย แวดวงนักประพันธ์งานเขียนย่อมเป็นที่รู้จักกันดี เป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตและพื้นฐานวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี ทั้งสร้างสรรค์ผลงานด้านคติความเชื่อ ประเพณี รวมไปถึงประเภทวรรณคดีอมนุษยนิยายซึ่งเซ็กชั่นศิลปวัฒนธรรมบ่อยครั้งนำมาหยิบยกอ้างอิงอยู่เสมอ เพราะท่านเสมือนเป็น ครู งานเขียนด้านนี้
          อาจารย์สมบัติ พลายน้อย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2553 คนในวัฒนธรรม ฉบับนี้นำเกร็ดประวัติชีวิตและผลงานของท่านมาเผยแพร่ จากข้อมูลNational Artist ศิลปินแห่งชาติ
          สมบัติ พลายน้อยหรือ ส. พลายน้อย ปัจจุบันอายุ 82 ปี (เกิด 24 พ.ค.2472) ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาการศึกษา ชั้นประถมที่โรงเรียนประชาบาลวัดประดู่ทรงธรรม ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จบการศึกษาประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษประถม (พ.ป.)และได้รับทุนให้ไปอบรมการจัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาที่ N.H.K. ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2511)
          ชีวิตครอบครัว ภรรยาชื่อ นางจงกลพลายน้อย มีบุตรชาย 1 คน ชีวิตการงานเริ่มรับราชการครั้งแรกเป็นเสมียนสรรพากรและหันมารับราชการครูที่ว่าการอำเภออุทัย เป็นเวลา 5 ปี ข้าราชการพลเรือนกองเผยแพร่การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ บรรณาธิการวารสารวิทยุศึกษาของสถานีวิทยุศึกษาและวารสารจันทรเกษมของกรมการศึกษานอกโรงเรียน
          จากนั้น รับราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กองส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม เป็นบรรณาธิการวารสารวัฒนธรรม (พ.ศ.2527) เกษียณอายุราชการเมื่ออายุ 56 ปี(พ.ศ.2528) ในตำแหน่งหัวหน้างานเลขานุการ นักวิชาการระดับ 6
          ชีวิตหลังลาออกจากราชการ ทำงานด้านการประพันธ์เต็มตัว เขียนบทความให้แก่นิตยสารต่างๆ เป็นประจำสม่ำเสมอเช่นศิลปวัฒนธรรม สารคดี เมืองโบราณต่วย' ตูนทั้งยังเป็นอนุกรรมการราชบัณฑิตยสถาน อนุกรรมการสำนักงานสร้างเสริมเอกลักษณ์ของชาติ และวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่างๆ
          ท่านเป็นนักประพันธ์ที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษและผลงานเขียนกว่า 100 เรื่องเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นความเป็นนักเขียนอาชีพซึ่งเหลือเพียงน้อยคนแล้วในปัจจุบันและแม้โลกปัจจุบันจะก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารจนผู้คนนิยมค้นคว้าหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต แต่ผลงานวรรณกรรมของ ส. พลายน้อย ยังเป็นหนังสือที่ให้สาระความรู้ ความเพลิดเพลิน จนถึงเป็นหนังสืออ้างอิงของผู้อ่านไปอีกยาวนาน
          ในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเปิดโลกแห่งความรู้ ความคิด และจินตนาการแก่ผู้อ่านมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ท่านได้รับการยกย่องจากองค์กรวรรณกรรมและองค์กรวัฒนธรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังมิได้วางมือจากการอ่านและการเขียน ชีวิตประจำวันอยู่กับการอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจอีกทั้งผลงานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
          ยกตัวอย่างหนังสืออมนุษยนิยายเป็นเรื่องหนึ่งได้รับความนิยม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2520 และพิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ.2535 รวบรวมว่าด้วยเรื่องพระคเณศ พระขันทกุมาร พระอัคนี พระวายุ พระกามเทพพระวิศวกรรม ฯลฯ จนไปถึงเรื่องพญานาคดังที่ท่านเขียนในคำนำตอนหนึ่ง
          หนังสือวรรณคดีของไทยแทบทุกสมัยมักจะมีกล่าวถึงพวกอมนุษย์ต่างๆอยู่เสมอ และเป็นอมนุษย์ที่เราอ่านแล้วมักจะรู้และเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นๆ คือ พอเดาความได้ แต่ถ้ามีใครอธิบายถึงลักษณะความเป็นอยู่อย่างละเอียดก็มักจะหยุดคิดหรืออธิบายเอาไม่ได้ทีเดียว ปัญหาเหล่านี้เคยเกิดกับผู้เขียนหลายครั้ง
          แม้แต่คำว่าอมนุษย์เอง เมื่อมีคนถามถึงว่าหมายถึงอะไรบ้างก็อธิบายได้เพียงสังเขป เพราะบางพวกก็มีมีเรื่องราวอะไรที่จะอธิบายได้ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ผู้เขียนได้ใช้เวลาสอบสวนรวบรวมอยู่เป็นเวลานานปี ทั้งนี้ก็เพราะผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องวรรณคดีไทยอย่างลึกซึ้ง จึงต้องศึกษาไปวันละเล็กวันละน้อย ถึงกระนั้น เมื่อลงมือรวบรวมเข้าจริงๆ สิ่งที่ค้นไว้แล้วก็ยังหาไม่พบ อย่างในหนังสือเทวนิยายผู้เขียนหาความหมายของคำว่าเขตะกะ ซึ่งเป็นวัตถุที่พระอิศวรถืออยู่ว่าหมายถึงอะไร หาเท่าไรก็ไม่พบ เลยต้องพิมพ์ไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ จนเมื่อมาเขียนอมนุษยนิยายนี้จึงได้พบว่าจดบันทึกไว้ในสมุดเล่มหนึ่งว่า เขตะกะนั้นหมายถึงโล่นี่แสดงว่ารู้แล้วลืมเสียอย่างนั้นเอง...
          นอกจากนี้ ข้อมูลส่วนอื่นยังกล่าวถึงงานเขียนประวัติบุคคลสำคัญ อาทิ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์, พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดา, พระเจ้าตากสินมหาราชแห่งชาติไทย, เจ้าฟ้าจุฑามณี พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ชาวต่างประเทศในประวัติศาสตร์ไทย เช่น หมอปลัดเล ฯลฯ
          ประวัติศาสตร์และเรื่องน่ารู้ สารคดีน่ารู้สารพัดนึก, เล่าเรื่องบางกอก, 100 รอยอดีต, พระราชวัง, เล่าเรื่องพม่ารามัญ,กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค, เรื่องเล่าจากข้าวของเครื่องแต่งกาย, สิบสองนักษัตร, โป๊ยเซียน, พืชพรรณไม้มงคล,ลางเนื้อชอบลางยา ฯลฯ
          ด้านนิทาน นิทานไทยแสนสำราญ,นิทานวรรณคดี, นิทานมหัศจรรย์, นิทานพม่า, นิทานลาว, นิทานมาเลเซีย, นิทานมอญ ฯลฯ (http://kc.hri.tu.ac.th/index.php?)
          เกียรติคุณที่ได้รับรางวัลมากมายหนังสือเรื่อง พฤกษนิยาย จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2517)หนังสือเรื่องยาขอบ ชีวิตและงานของผู้แต่งอมตนิยายผู้ชนะสิบทิศในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (พ.ศ.2532) ถัดมาหนังสือเรื่องอัญมณีนิยาย (พ.ศ. 2535) หนังสือเรื่องสัตว์หิมพานต์ของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯ (พ.ศ. 2536) และเกร็ดย่อยร้อยเรื่อง(พ.ศ. 2537)หนังสือเรื่องเกิดในเรือ จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และหนังสือเรื่อง จันทรคตินิยายของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ (พ.ศ. 2538)
          หนังสือชุดนิทาน(พ.ศ. 2544) ได้รับการคัดเลือกจากอาจารย์วิทยากร เชียงกูลและคณะ ให้เป็น 1 ใน 100 เล่มหนังสือดีที่เยาวชนไทยควรอ่านซึ่งเป็นโครงการวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยเป็นหนังสือเหมาะสำหรับกลุ่มเด็กวัย 7-11 ปี
          ในปี พ.ศ. 2547 ได้รับประกาศเชิดชูเกียรติคุณเป็นนักเขียนสารคดีเกียรติยศ จากรายการฅนค้นฅน หนังสือเรื่องเกร็ดภาษาหนังสือไทยและ แลไปข้างหน้า ได้รับรางวัลจากเซเว่นบุ๊ค อวอร์ดส์ทั้งได้รับรางวัลนักเขียนอมตะคนที่ 4 จากมูลนิธิอมตะ (พ.ศ.2552) และได้รับประกาศยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย (พ.ศ. 2552) จากกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ.2553 ได้รับรางวัลนราธิปประจำปี พ.ศ.2552 จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
          รางวัลที่ได้รับยังมีอีกมาก จึงกล่าวได้ว่าท่านได้อุทิศตนเป็นผู้อนุรักษ์ สืบสานสร้างสรรค์ ส่งเสริม และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยด้วยผลงานสารคดีที่มีวรรณศิลป์อันมีคุณูปการยิ่งต่อสังคมไทย ดังคำพูดของท่านที่ว่า
          ชีวิตของคนเรานั้น เขาว่าพระพรหมเป็นผู้กำหนดว่าจะดำเนินไปอย่างไร ชีวิตของผมจะอยู่ในข่ายนี้ด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมามีความล้มเหลวที่น่าท้อถอยอยู่มากพอสมควร หากมีสิ่งหนึ่งซึ่งผมไม่ได้ทอดทิ้งสิ่งนั้นก็คือ...หนังสือ
          เหตุการณ์ที่ผ่านมามีความล้มเหลวที่น่าท้อถอยอยู่มากพอสมควรหากมีสิ่งหนึ่งซึ่งผมไม่ได้ทอดทิ้งสิ่งนั้นก็คือ...หนังสือ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 17 มิ.ย. 54   อ่าน 105439 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.พัฒนาระบบ ติดตามเขตพื้นที่
01 ส.ค. 56 | อ่าน 482 ครั้ง
ตั้งงบล้านดอลลาร์ดัน วทน.สู่อาเซียน
26 ก.ย. 59 | อ่าน 281 ครั้ง
ดันหลักสูตรศาสตร์แห่งแผ่นดิน
10 ม.ค. 61 | อ่าน 266 ครั้ง
ว21/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่
06 ก.ค. 60 | อ่าน 3530 ครั้ง
สสวท. กับการปรับกลยุทธ์การ"สร้างครูศักยภาพสูง"และ "สร้างคน"ทางวิทยาศาสตร์และเทคโ
06 พ.ค. 54 | อ่าน 82508 ครั้ง
ก.ค.ศ.อนุมัติย้าย ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 45 ราย บรรจุใหม่ 20 ราย
05 พ.ย. 58 | อ่าน 526 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.