Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เตรียมพร้อมสร้างอัจฉริยะให้เด็กไทย




      

เตรียมพร้อมสร้างอัจฉริยะให้เด็กไทย
         

สามปีแรกแห่งวัยของลูกน้อย เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์แห่งพัฒนาการ อันเกิดจากการที่สมองได้รับการกระตุ้นและพัฒนาอย่างเหมาะสม หากเด็กได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและใส่ใจโดยผู้ใหญ่ไม่ได้ยึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลางแล้ว โลกในวันนี้อาจแตกต่างจากที่เห็นกันอยู่
          ศรัณย์ จุฑารัตนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นมเอนฟา เอพลัส บริษัท มี้ด จอห์นสัน นูทริชั่น จำกัด ให้รายละเอียดว่า สารอาหารสำคัญที่มีผลต่อพัฒนาการทางสมองไม่ว่าจะเป็น ดีเอชเอ, โคลีน และวิตามินบี12 ล้วนเป็นโภชนาการที่มีคุณค่าที่ช่วยเสริมสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์สมองในขวบปีแรกของทารก และสารอาหารเหล่านี้มีอยู่ในน้ำนมแม่ ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญในการกระตุ้นพ่อแม่ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยผลิตภัณฑ์นมเอนฟา จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วย ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางสมอง และให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มาโดยตลอด
          ในช่วง 1,365 วันแรกของชีวิตทารก เป็นช่วงที่สมองมีการเจริญเติบโตสูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ หากพ่อแม่พลาดโอกาสที่จะกระตุ้นพัฒนาการทางสมองที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่เด็กแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเราจึงต้องการกระตุ้นพ่อแม่ผู้ปกครองให้ตื่นตัวเพื่อเรียนรู้ว่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มพลังการเรียนรู้ของสมองสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ เพราะนี่คือการเตรียมพร้อมให้แก่พื้นฐานการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ในอนาคต และสามารถต่อยอดสู่ความเป็นอัจฉริยะในที่สุด ผู้บริหารให้ความรู้
          ด้าน ดร.พัฒนา ชัชพงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ระบุว่า การจัดสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสมทำให้เด็กมีปัญหาในเรื่องของการเรียนรู้มากขึ้น ปัจจุบันพ่อแม่มีความเร่งรีบในการใช้ชีวิตจึงรีบเร่งลูกไปด้วย แทนที่จะเสียเวลาฝึกลูกในกิจวัตรเพื่อช่วยเหลือตัวเอง เช่น การกิน การแต่งตัว และการเล่น แต่พ่อแม่ยึดถือตัวเองเป็นหลัก กลัวเลอะ กลัวรก กลัวไม่เป็นไปตามแผน จึงเข้าไปจัดการทุกเรื่องโดยไม่ยอมปล่อยให้ธรรมชาติในตัวเด็กได้เรียนรู้อย่างแท้จริง
          ในขณะที่เล่น เด็กจะเกิดสมาธิ (Concentration) เพราะต้องจดจ่อกับของเล่นตรงหน้า สมองจะเรียนรู้และจดจำ (Memory) ลักษณะของเล่น และประสบการณ์ในการเล่น เพื่อใช้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Problem solving) แม้แต่การเริ่มให้ลูกหัดกินข้าวเอง ซึ่งลูกอาจจะเอามาขยำหรือปั้นเล่น หรือทำเลอะเทอะไปบ้าง ก็ปล่อยเขา นั่นคือการเรียนรู้ เซลล์สมองกำลังเชื่อมต่อในทุกวินาทีที่ได้เล่นผ่านกิจวัตรประจำวันแต่ละอย่าง
          พ่อแม่ต้องพูดคุยกับเขา คอยสอน คอยบอก เวลากินข้าวก็เช่นเดียวกัน ควรให้เด็กเรียนรู้รสชาติ อย่างนี้หวาน อย่างนี้เปรี้ยว อย่างนี้จืด ไม่ใช่กินข้าวไปดูโทรทัศน์ไป แต่พ่อแม่ต้องพูดคุยสื่อสารกับลูกไปด้วย นั่นคือการเรียนรู้จากการเล่น และลูกจะได้ในเรื่องของภาษา แล้วจะต่อยอดมาถึงเรื่องที่เด็กสามารถเลือกได้ว่า ชอบ ไม่ชอบ อยาก ไม่อยาก ..นี่คือกระบวนการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจของเด็กที่ได้จากการเรียนรู้ผ่านการกระตุ้นที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็ก กล่าวปิดท้าย

          ที่มา: http://www.komchadluek.net



โพสเมื่อ : 17 มิ.ย. 54   อ่าน 116229 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ตั้ง 10 นายกสภาสถาบันอาชีวะ
20 มี.ค. 56 | อ่าน 399 ครั้ง
สพฐ.รับเนื้อหาในแท็บเล็ตยังไม่พอ
27 ก.พ. 55 | อ่าน 24474 ครั้ง
เทคโนฯบพิตรพิมุขเร่งเสริมภาษจีน รองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมซียน
18 มิ.ย. 55 | อ่าน 972 ครั้ง
วงเสวนา การศึกษาในศตวรรษที่ 21 หวัง‘พลิกโฉม’หลักสูตร-ตำรา-การประเมินผล
07 ธ.ค. 55 | อ่าน 1207 ครั้ง
จี้มหาลัยผลิตครูปฐมวัยรู้จริงพัฒนาเด็ก
23 เม.ย. 58 | อ่าน 682 ครั้ง
’วรวัจน์’ดึงผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพบรรจุครูร่วมส.อ.ท.ผุดหลักสูตรใหม่-สร้างร.ร.ในโรงงาน
14 ต.ค. 54 | อ่าน 55766 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.