Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชี้’คุรุทายาท’ไม่ตอบโจทย์ แก้’ครู’ทิ้งโรงเรียนเอกชน




      

ชี้'คุรุทายาท'ไม่ตอบโจทย์ แก้'ครู'ทิ้งโรงเรียนเอกชน

          แก้ปัญหาครูโรงเรียนเอกชนขาดแคลน เหตุลาออกไปบรรจุเป็นครูผู้ช่วยโรงเรียนรัฐ ทำได้แค่กำหนดเร่งสอบคัดเลือกและบรรจุก่อนเปิดเทอมใหม่
          เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายชาญวิทย์ ทับสุพรรณเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ระบุว่า การเปิดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ปีการศึกษา 2554 มีครูโรงเรียนเอกชนในระบบที่ลาออกไปบรรจุครูผู้ช่วยประมาณ 2,000 คน จนสร้างผลกระทบให้กับโรงเรียนเอกชนต้องหาครูมาทดแทนว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาต่อเนื่องทุกปี เพราะ สพฐ.ต้องเปิดสอบครูผู้ช่วยอย่างต่อเนื่อง เช่น ปีนี้เปิดสอบประมาณ 4,000 อัตรา จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนที่ครูมาสอบครูผู้ช่วย ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้า
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ศธ.ได้หารือเรื่องนี้ในที่ประชุมองค์กรหลักของ ศธ. 3 ครั้งแล้ว เพื่อจัดระยะเวลาการสอบและบรรจุครูผู้ช่วยให้เสร็จก่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 แต่ก็ติดปัญหา เพราะก่อนจะเปิดสอบบรรจุต้องขออนุมัติตำแหน่งจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ก่อน ซึ่งจะอนุมัติมาเป็นระยะๆ ทำให้กระบวนการสอบดำเนินการไปถึงใกล้ช่วงเปิดภาคเรียน ดังนั้นจะต้องหาแนวทางช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนให้มีเวลาคัดเลือกครูเข้าไปทดแทน และพัฒนาครูเอกชนทั้งระบบด้วย อีกทั้งในอนาคตจะต้องผลักดันให้มีการสอบครูผู้ช่วยในช่วงเดือนตุลาคมแทนช่วงเมษายน ส่วนที่จะให้คุรุสภาอะลุ่มอล่วยเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตฯก็สอนได้นั้น โดยปกติคุรุสภาก็อนุโลมไม่ต้องมีใบอนุญาตฯเป็นเวลา 2 ปีอยู่แล้ว
          ด้านนายเจต ประภามนตรีพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือประภามนตรี กล่าวว่า โรงเรียนในเครือประภามนตรีจำนวน 3 แห่ง ได้รับผลกระทบจากการสอบครูผู้ช่วยอย่างมาก เพราะครูที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญลาออกไปจำนวนมาก ปีนี้ครูเอกชนออกไปสอบครูผู้ช่วย 25 คนแล้ว จากทั้งหมดกว่า 200 คน และสอบติด 20 คน แม้เป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย หากเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กจะกระทบเยอะกว่านี้มาก แต่โรงเรียนตนได้เตรียมแนวทางแก้ไขไว้ล่วงหน้า โดยรับสมัครครูเผื่อไว้ 20-30 คนก่อนหน้านี้ เผื่อกรณีครูลาออกไป ทำให้หาครูมาสอนแทนได้ทัน แต่หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กคงลำบาก
          ผมเข้าใจครูเอกชนที่ต้องออกไปสอบครูผู้ช่วย เพราะคิดว่าจะมีความมั่นคงมากกว่าเอกชนแม้ในช่วงแรกจะมีเงินเดือนน้อยกว่าเอกชน ทางโรงเรียนก็เห็นใจครูที่ออกไปและคงไม่สามารถไปห้ามได้
          นายเจตกล่าวว่า อยากให้ ศธ.ช่วยดูแลเรื่องการจัดเวลาสอบ เพื่อให้โรงเรียนเอกชนหาครูมาทดแทนได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน ส่วนที่ สช.จะทำโครงการคุรุทายาทโรงเรียนเอกชนนั้น ถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรมารับประกันว่าเมื่อเด็กได้ทุนและเป็นครูโรงเรียนเอกชนแล้วจะไม่ลาออกไป เพราะน่าจะมีกรณีที่ยอมชดใช้ทุนทั้งหมด เพื่อออกไปเป็นครูในโรงเรียนรัฐ ดังนั้นเงินที่ลงทุนไปก็คงไม่คุ้ม อย่างที่โรงเรียนก็ให้ทุนครูเรียนปริญญาโท แต่สุดท้ายเมื่อมีโรงเรียนใหม่ให้เงินเดือนมากกว่า ก็ลาออกไป นอกจากนี้อยากฝากไปถึงกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้วย ที่มักเปิดสอบครูในช่วงเปิดภาคเรียน ควรกำหนดสอบในช่วงอื่น เพื่อไม่ให้กระทบกับโรงเรียนเอกชนมาก
          ด้านนางพริ้มพราย สุพโปฎก ผู้อำนวยโรงเรียนไผทอุดมศึกษา กรุงเทพฯ กล่าวว่า มีครูที่โรงเรียนถูกเรียกไปบรรจุเป็นครูผู้ช่วยรวดเดียว21 คน จากทั้งหมด 300 คน จึงอยากขอร้องให้บรรจุครูให้เสร็จก่อนเปิดเทอม เพราะเปิดเรียนมาเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังเรียกบรรจุไม่หมด ดังนั้นเวลาจะเรียกบรรจุครู ก็ต้องออกกลางคันและทิ้งเด็ก ทางโรงเรียนลำบากในการหาครูมาทดแทน เพราะต้องผ่านการอบรมและเตรียมตัวก่อนจึงจะมาสอนได้
          ผู้อำนวยการโรงเรียนไผทอุดมศึกษากล่าวต่อว่า สำหรับโครงการคุรุทายาทโรงเรียนเอกชนนั้น ไม่เห็นด้วย หากทำไปแล้วจะทำสัญญาให้เขาสอนที่โรงเรียนเอกชนได้หรือไม่ เพราะคนที่จบครูก็ย่อมอยากไปรับราชการเป็นครูมากกว่า อย่างโรงเรียนตนให้โบนัสครูตลอดก็ยังออกไป ตรงนี้น่าจะเป็นค่านิยมของการเป็นข้าราชการ เพราะจะมีสวัสดิการ เช่น เงินวิทยฐานะดีกว่าครูเอกชน
          นายชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนในเครือภาษานุสรณ์บางแค กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีครูย้ายไปสังกัดโรงเรียนรัฐบาลจำนวน 3-5% เท่านั้น
          ส่วนใหญ่เป็นครูรุ่นใหม่ อายุงานตั้งแต่ 1-5 ปี ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการของฝ่ายวิชาการ3 วิชา คือ อังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเล็งเห็นการรักษาคุณภาพวิชาการที่มีมากว่า 30 ปี จึงมีการแก้ปัญหาก่อนเปิดภาคเรียน อาทิ การว่าจ้างครูชาวต่างประเทศเข้ามาช่วยสอนเพิ่มเติมเพื่อแบ่งเบาภาระงานสอน และเพิ่มทักษะทางภาษาแก่นักเรียน การจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มาเป็นครูพิเศษนอกจากนี้โรงเรียนยังมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมการเรียนการสอน โดยนำอีเลิร์นนิ่งซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบเพื่อช่วยให้ครูถ่ายทอดข้อมูลได้ง่ายขึ้นลดเวลาการเตรียมการสอน และดึงดูดความสนใจในบทเรียน ทำให้ช่วยแบ่งเบาปัญหาการขาดแคลนครูไปได้
          ผมมองว่าการที่ภาครัฐหันมาใส่ใจปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนเอกชน ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น แต่การแก้ปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องสร้างฐานเงินเดือนและสวัสดิการให้ดึงดูดใจในการทำงาน โดยทางโรงเรียนเอกชนต่างๆ อาจต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสามารถสร้างความแตกต่างให้กับโรงเรียนของภาคเอกชน พร้อมทั้งนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ปกครอง นายชาญณรงค์กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 09 มิ.ย. 54   อ่าน 72650 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
แนะใช้คู่มือบันทึกความดีนักเรียน
05 ก.พ. 56 | อ่าน 698 ครั้ง
ผลประเมินนโยบายเรียนฟรี ร.ร.เอกชน
26 ธ.ค. 56 | อ่าน 886 ครั้ง
จัดสรรงบประมาณปี 2560 (ครั้งที่ 1) เพื่อเป็นค่าตอบแทนพนักงานราชการ(ตามกรอบรอบที่ 4)
07 ต.ค. 59 | อ่าน 449 ครั้ง
กศน.เน้นคุณภาพจบม.6 ใน 8 เดือน
05 มิ.ย. 55 | อ่าน 789 ครั้ง
"หมอธี" ปรับรูปแบบซื้อตำราเรียนฟรี ให้นักเรียนยืมเรียนแทนแจกฟรีทุกคน
08 ก.พ. 60 | อ่าน 235 ครั้ง
ยกย่องโอเน็ตร.ร.เอกชนทั่วปท. หนุนคุณภาพการศึกษา-ผู้เรียน
24 ธ.ค. 56 | อ่าน 656 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.