Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


พลิกโฉมคุณภาพอาชีวศึกษาไทยด้วย...’ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง’




      

พลิกโฉมคุณภาพอาชีวศึกษาไทยด้วย...'ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง'

          อกนิษฐ์ คลังแสง
          ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

          ผลิตไม่ตรง คุณภาพไม่ถึง สถานประกอบการต้องมาสร้างเอง ต้องมาฝึกซ้ำ จึงใช้งานได้ ทำให้เสียเวลา เพิ่มต้นทุนการผลิต!
          ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาขาดทักษะในการสร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่!
          ล้วนเป็นข้อติติงสำคัญ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในสายตาของสังคม สถานประกอบการ ตลอดจนองค์กรหลักในการพัฒนากำลังคนของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทั้งผลวิจัยของคณะกรรมการการพัฒนากำลังคนของสภาการศึกษา, บทสรุปการสัมมนาภาระขาดแคลนกำลังคนขนาดกลางหรือระดับปฏิบัติของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะกรรมการแก้ปัญหากำลังคนระดับชาติ ตลอดจนผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการตรวจราชการที่ผ่านมา ซึ่งพบประเด็นหลักว่า ด้านคุณภาพผู้สำเร็จจากระบบอาชีวศึกษาส่วนใหญ่ขาดทักษะวิชาชีพเฉพาะด้านที่จะปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการขาดทักษะการเป็นผู้ประกอบการใหม่ ขาดทักษะการสื่อสารทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ทักษะด้าน IT ทักษะในการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านการทำงานเป็นทีม ความตรงต่อเวลา ความอดทน ความภักดีต่อองค์กร รวมทั้งจรรยาวิชาชีพเฉพาะแต่ละสาขา
          ในด้านปริมาณ ก็ขาดแคลนกำลังคนสาขาหลักและสาขาใหม่ที่ตลาดแรงงานต้องการ ในขณะที่มีคนเกินล้นตลาดในบางสาขา กอปรกับค่านิยมเรียนต่อปริญญาตรีสายสังคมศาสตร์เป็นส่วนมากหลังสำเร็จปวช. และ ปวส. ทำให้การสร้างคนที่จะสร้างงานและสร้างอาชีพใหม่ๆ และ/หรือการพัฒนาศักยภาพการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อแข่งขันกับตลาดโลกของประเทศมีปัญหาตลอดมา แม้ว่าองค์กรหลักของอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนจะพยายามแก้ไขกันอย่างเต็มที่แล้ว
          สาเหตุหลักที่ส่งผลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพดังกล่าว เกิดจากการขาดปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะขาดการประสานงานอย่างเป็นระบบ ภาคความร่วมมือของเครือข่ายผู้ใช้และผู้ผลิตที่ควรต้องรับผิดชอบร่วมกันอย่างมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนทุกระดับ ซึ่งสภาพดังกล่าวสะท้อนออกมาและยอมรับว่าขาดการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ขาดวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องจักร และสถานที่ฝึกงาน ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างทันสมัย ผู้บริหารและครูผู้สอนในสถานศึกษาขาดทักษะวิชาชีพที่ทันสมัย และสาขาใหม่ๆ เพราะขาดโอกาสที่จะเข้าใจและเข้าถึงสภาพจริงๆ ของการเปลี่ยนแปลงของสถานประกอบการแต่ละประเภทอย่างสม่ำเสมอ และโดยเฉพาะที่เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งคือ หน่วยงานและองค์กรการผลิตขาดการประสานงานเชิงระบบอย่างมีประสิทธิภาพกับองค์กรผู้ใช้กำลังคนทุกระดับ และขาดการตระหนักร่วมกันว่า หากผู้ใช้ร่วมคิด ผู้ผลิตร่วมกำหนด และร่วมรับผิดชอบอย่างจริงจัง จริงใจ ต่อเนื่องปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในขณะที่ทำและในอนาคตด้วย 9 กลยุทธ์ใหม่1 กลยุทธ์ เก่าพร้อมหลักการ  การแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหา สร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่าธำรงไว้ซึ่งสิ่งดีมีคุณค่า และสร้างปัจจุบันสู่
          แนวคิดเครือข่าย ด้วยการ ร่วมคิด ร่วมทำร่วมนำ ร่วมเปลี่ยน ร่วมเรียน ร่วมรู้ ร่วมสู้อุปสรรคซึ่งมั่นใจยิ่งว่า จะพลิกโฉมคุณภาพอาชีวศึกษาไทยได้ ดังข้อเสนอโดยสังเขปดังนี้
          1.ศิษย์อาชีวะยุคใหม่ คนพันธุ์อายุคใหม่ ต้องเป็นผู้มี คุณธรรมนำอาชีพเป็นผู้ รู้จริง ทำได้ เข้าใจชีวิตสื่อถนัดชัดเจนว่าเป็นผู้มี ทักษะเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม ล้ำเลิศวิชา ใช้เวลาให้เกิดคุณผ่านการ อบให้สุก(สุข) รมให้ หอมของคนไทยยุคใหม่อย่าง ดี สุข เก่งทั้งขณะเรียนและสำเร็จการอาชีวศึกษาแล้ว และต้องให้ ผู้ใช้ร่วมคิดผู้ผลิตร่วมกำหนด และร่วมรับผิดชอบ
          2.มาตรฐานอาชีวะยุคใหม่ คือมาตรฐานที่สถานประกอบการต้องการ จึงต้องมีหลากหลายภายใต้การผลิตแบบTailer Madeและต้องพัฒนายึดโยงกับการจ้างงานตามมาตรฐานฝีมือ เพื่อให้หลุดบ่วงข่ายค่านิยมปริญญา ด้วยภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง3.หลักสูตรและการเรียนการสอนยุคใหม่การปรับการเรียน เปลี่ยนการสอนปฏิรูปการสอบต้องเน้นให้ผู้เรียนเก่งปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีสอดคล้องกับการทำงานในขณะเรียนและจบออกไป หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Base) ที่สร้างบนฐานมาตรฐานวิชาชีพอาชีวะยุคใหม่ จะได้ศิษย์พันธุ์อาสอดคล้องกับไปใช้งานทันทีทั้งระดับ ผู้ใช้ ผู้ซ่อม ผู้สร้างและสอดประสานส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย 3 ช่วงชั้น ทั้งระดับ ปวช.ปวส. ปริญญาตรี หรือเสริมระบบด้วยหลักสูตรกลุ่มสนใจต่อยอดวิชาชีพความหลากหลายของหลักสูตร ทั้งระบบทวิภาคีพหุภาคี สหกิจศึกษา และตามอัธยาศัย ด้วยภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง
          4.ห้องเรียน/ห้องปฏิบัติการ/เครื่องจักรอุปกรณ์ยุคใหม่ แม้รัฐบาลจะลงทุนด้านอาชีวะมากมายเพียงใดก็ตาม ไม่มีทางที่จะเหมือนจริงทัดเทียมสถานประกอบการได้ดังนั้น ความร่วมมือเพื่อให้พร้อมทั้งโรงงานในสถานศึกษา สถานศึกษาในโรงงาน และโรงงานในชุมชน Social Shopคือทางออกด้วยภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง
          5.ผู้บริหาร/ครูอาชีวะยุคใหม่ ต้องการศิษย์เช่นไร ครูต้องมีคุณลักษณะเหนือกว่านั้นด้วยเทคนิคจูงใจพิเศษ จะนำพาครูผู้เลิศยุทธ์จากสถานประกอบการเข้าสู่การพลิกโฉมอาชีวะ และการพัฒนาครูในระบบเดิมด้วยการฝึกทักษะการสอน On the job trainingในสถานประกอบการจริงเป็นระยะ รวมทั้งเสาะหาบุคคลที่จะสนองนโยบาย หนึ่งครูอย่างน้อยมีหนึ่งสถานประกอบการคู่ใจและผู้บริหารชั้นเลิศต้องเกิดจากการสร้างภาคีเครือข่ายน่าจะเป็นประเด็นการพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา ซึ่งต้องกำหนดเป็น KPI ในการคัดเลือกคนและเสริมแรงสู่การเลื่อนวิทยฐานะอย่างเป็นระบบ
          6.การบริหารและการจัดการอาชีวะยุคใหม่ การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาในรูปสถาบันและสถานศึกษากับกลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ และ/หรือการพัฒนาวิชาชีพเฉพาะทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาขีดความสามารถของการแข่งขันของประเทศ ด้วย ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง คือการต่อยอดที่ดีที่สุด
          7.การสร้างผู้ประกอบการอาชีวะยุคใหม่บริษัทจำลอง, เถ้าแก่น้อยในวิทยาลัย, เจ้าฟาร์มน้อยในวิทยาลัย สู่เจ้าฟาร์มใหญ่ในอนาคต, สามชั่วโมง, สองปี (ปวส.), สามปี(ปวช.) เป็นแน่เถ้าแก่ไทยพลิกโฉมด้วยการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวะยุคใหม่ ด้วยภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง
          8.สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวะยุคใหม่ เรียนรู้ด้วยการฝึกหัด (Learning to do)ต้องปฏิบัติจริงเกิดทักษะ (Doing to learn)ด้วยโจทย์พัฒนาเป็นเรื่อง เป็นชิ้นงาน เป็นโครงการ เกี่ยวกับการทำมาหากินท้องถิ่นและโลกอาชีพ จนนำสู่การจดสิทธิบัตรและการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง ต้องพลิกโฉมด้วยเครือข่ายเข้มแข็ง
          9.การบริการวิชาชีพยุคใหม่ ภาพลักษณ์คนดีศรีอาชีวะ แทนการตีกัน ด้วยกิจกรรมอาชีวะอาสาพัฒนา, ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix IT Center, อาชีวะร่วมด้วยช่วยประชาชน, อาชีวะพัฒนาอาชีพแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน,อาชีวะทำดีมีอาชีพ และอื่นๆ ด้วยสุภาพบุรุษ-สุภาพสตรี R-V Star ต้องนำมาพลิกโฉมด้วยเครือข่ายเข้มแข็ง
          10.สิ่งดีเก่าของเหล่าคนเก่งของอาชีวะคลังปัญญาอาชีวศึกษาของบรรพชนคนอาชีวะ ต้องนำมาวิเคราะห์เรียงร้อยเป็นองค์ความรู้อย่างจริงจัง จริงใจ และหลากหลายรูปแบบด้วยกิจกรรมอาชีวะ กตัญญู-บูชิตาจะทำให้เกิดการ รวมพลคนรักกันเพื่อสร้างสรรค์ภาคีคนดีศรีอาชีวะอย่างยั่งยืน
          ศูนย์พัฒนาภาคีเครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษาจะต้องเป็นองค์กรเชื่อมโยงเชิงระบบทั้งระดับชาติ, กลุ่มยุทธศาสตร์จังหวัดและจังหวัด โดยมีองค์กรอาชีวศึกษาทุกระดับเป็นเจ้าภาพหลัก คือกลไกขับเคลื่อนที่ต้องการพลิกโฉมคุณภาพอาชีวศึกษา
          อันสอดคล้องกับประสิทธิผลการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 โดยแท้!!
          ...ศิษย์อาชีวะยุคใหม่'คนพันธุ์อา' ยุคใหม่ต้องเป็นผู้มี 'คุณธรรมนำอาชีพ' เป็นผู้ 'รู้จริงทำได้ เข้าใจชีวิต' สื่อถนัดชัดเจนว่า เป็นผู้มี'ทักษะเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม ล้ำเลิศวิชาใช้เวลาให้เกิดคุณ'ผ่านการ 'อบ' ให้สุก(สุข) 'รม' ให้ 'หอม'ของคนไทยยุคใหม่อย่าง 'ดี สุข เก่ง'...--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 9 พ.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 08 พ.ย. 53   อ่าน 10301 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ยุบรวม’มรภ.’ทำยาก สวนสุนันฯเคลียร์นศ.มหา’ลัยนอกระบบ
18 ธ.ค. 55 | อ่าน 1237 ครั้ง
ศธ.ยกระดับ ETV เป็นฟรีทีวีเพื่อการศึกษา
15 ก.ย. 53 | อ่าน 18560 ครั้ง
ชงสพฐ.ยก 49 ร.ร.ขนาดเล็กรณรงค์เป็นโรงเรียนชุมชน
22 พ.ค. 56 | อ่าน 817 ครั้ง
เลิกครู5ปี!! บอร์ดคุรุสภาฟื้นหลักสูตรครู 4 ปี ต้องสอบใบวิชาชีพแทนได้อัตโนมัติ เริ่มปี’61
04 ก.ค. 60 | อ่าน 4373 ครั้ง
10 คุณสมบัติครูแนะแนวสู่อาเซียน
27 ส.ค. 56 | อ่าน 940 ครั้ง
สกศ.จัดสมัชชาคุณวุฒิแห่งชาติเพื่อชี้แจง 4 ภาค
08 พ.ค. 55 | อ่าน 1117 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.