Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


การออกตั๋วครูของคุรุสภาพัฒนาคุณภาพครู?




      

การออกตั๋วครูของคุรุสภาพัฒนาคุณภาพครู?

สายพิน  แก้วงามประเสริฐ

          คุรุสภา ตั้งขึ้นเพื่อให้ดูแลเอาใจใส่ จัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับครู โดยครูสนับสนุนด้วยการเสียค่าบำรุงสมาชิกทั้งแบบรายปี หรือตลอดชีพคุรุสภาจึงมีหน้าที่ดูแลจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับครูแต่หากถามครูจะพบว่าได้รับบริการจากคุรุสภาน้อยมาก บทบาทที่เห็นเด่นชัดคือ การออกใบประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ โดยครูที่สอนมาแต่ดั้งเดิมต้องเสียค่าต่อใบประกอบวิชาชีพคนละ 200 บาท ครูทั่วประเทศมีกว่า 500,000 คนคิดเป็นเงินเท่าไร คุรุสภาเอาเงินเหล่านี้ไปใช้ทำอะไร ?
          การออกตั๋วของคุรุสภา หรือเรียกให้โก้หรูหน่อยว่าใบประกอบวิชาชีพ คุรุสภาไม่ได้มีส่วนในการประเมินว่าครู หรือนักศึกษาที่มาขอใบประกอบวิชาชีพครูมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด แต่พิจารณาเพียงแค่ใครจบปริญญาทางการศึกษาหรือไม่
          หากไม่จบถ้ามีวุฒิ ป.บัณฑิต คุรุสภาก็ออกใบประกอบวิชาชีพให้ โดยผู้ขอต้องเสียค่าใบประกอบวิชาชีพคนละ 500 บาท
          ในขณะที่คุรุสภาไม่ได้ทำอะไรที่จะแสดงถึงการได้พัฒนาคุณภาพครู และผู้บริหารสถานศึกษาแต่อย่างใดเพราะทำหน้าที่เพียงออกใบอนุญาตโดยดูวุฒิการศึกษาเท่านั้น
          ล่าสุดพบว่ามีผู้ได้วุฒิ ป.บัณฑิตอย่างไม่ถูกต้องเพราะไม่ได้ฝึกสอนบ้าง ไม่ได้เรียนจริงบ้าง แต่กลับได้ใบประกอบวิชาชีพครูไปสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ
          การที่ผู้สมัครเหล่านี้ได้ใบประกอบวิชาชีพ แสดงว่าคุรุสภาได้ออกใบประกอบวิชาชีพให้แก่บุคคลเหล่านี้ไปแล้ว โดยไม่รู้ว่า วุฒิ ป.บัณฑิตที่นำมาแสดงนั้นได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ย่อมแสดงให้เห็นความเป็นสภาตรายาง ทำหน้าที่ประทับตราเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่คัดกรองคุณภาพแต่อย่างใด
          เมื่อมีข่าวดังไปทั่วประเทศว่ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคอีสานปลอมวุฒิ ป.บัณฑิต ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยประกาศยกเลิกการรับรองปริญญาของนักศึกษา โดยอ้างว่าสภามหาวิทยาลัยไม่รับรู้การเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จริง? ที่สภามหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่รับรู้การเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง  มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่รับรู้การเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง
          แล้วทำไมชาวบ้านร้านตลาดเขารู้ นี่เป็นการปัดความรับผิดชอบหรือเปล่า
          ไม่เห็นผู้มีอำนาจไปจัดการเรื่องนี้ให้ชัดเจน อย่างรวดเร็ว  เป็นเพราะอะไร ?
          ในขณะเดียวกัน เมื่อมหาวิทยาลัยประกาศยกเลิกปริญญา วุฒิ ป.บัณฑิต คุรุสภาก็ประกาศยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้จำนวน 794 คน การยกเลิกทั้งหมดโดยไม่แยกแยะว่าใครได้ ป.บัณฑิตมาอย่างถูกต้องหรือไม่  ใครเรียนจริงใครได้ฝึกสอนจริงบ้าง ทำไมคุรุสภาไม่พิจารณาเป็นรายๆ อีกทั้งทำไมไม่คิดว่าบุคคลเหล่านี้เป็นเหยื่อ ไม่ใช่ตัวการในการกระทำผิด จึงต้องได้รับการเยียวยา
          อีกทั้งมีบัณฑิตบางคนสอบบรรจุได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถบรรจุเข้ารับราชการได้  ขณะที่โรงเรียนต่างขาดแคลนครูเป็นเวลานาน กว่าจะได้อัตรากำลังที่รัฐจัดสรรมาให้ ได้แล้วก็ยังไม่มีครู และหากจะตัดสิทธิบุคคลเหล่านี้เพียงเพราะได้วุฒิมาจากมหาวิทยาลัยที่มีปัญหานี้ ก็ยิ่งไม่ยุติธรรมเข้าไปใหญ่ หากไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนเป็นรายๆ
          อีกทั้งหากคิดให้ดีความบกพร่องส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการออกใบประกอบวิชาชีพครู คุรุสภาเองต้องมีส่วนรับผิดชอบเยียวยา มากกว่าแค่ประกาศยกเลิกใบประกอบวิชาชีพที่ตนเองออกไปแล้ว ถ้าจบแค่นี้ คุรุสภาซึ่งเป็นสภาของครูที่ควรมีหน้าที่ดูแลเอาใจใส่ครูมากกว่านี้  ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีหรือเปล่า
          ความไม่สามารถของคุรุสภา ยังแสดงให้เห็นจากไม่สามารถไปดูแลให้การเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้วุฒิ ป.บัณฑิต มีคุณภาพจริง ทำให้คุรุสภามีมติยกเลิกวุฒิ ป. บัณฑิตกลางคันเมื่อ พ.ศ.2553 ทำให้ผู้จบการศึกษาด้านอื่นไม่สามารถเรียนเพิ่มเติม เพื่อเอาความรู้ด้านการศึกษามาเป็นครูได้
          ทั้งที่ก่อนที่ครูจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพนั้น ใครจบการศึกษาด้านใด หากมีความรู้ความสามารถ มีใจรักที่จะเป็นครู ก็สามารถสอบแข่งขันเข้าเป็นครูได้ ที่ผ่านมาผู้ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์โดยตรง แต่อาจไม่ได้เรียนวิชาครูมา แต่เมื่อเข้ามาอยู่โดยตรง แต่อาจไม่ได้เรียนวิชาครูมา แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในวิชาชีพครูแล้ว ก็สามารถเรียนรู้ สร้างเสริมประสบการณ์ จนสามารถเป็นครูได้ดี ไม่แพ้ครูที่จบด้านการศึกษาโดยตรง ก็มีไม่น้อย
          อย่างครูสมัยก่อนไม่ต้องผ่านมหาวิทยาลัยมามากมายนัก ใช้การสอบวิชาครูเป็นชุดๆ โดยไม่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยให้เหนื่อย ก็เห็นสอนเด็กให้เป็นใหญ่เป็นโตได้มากมาย หรืออาจมาเรียนต่อในภายหลังจนจบปริญญาตรี ก็สามารถเป็นครูได้ดี ไม่เห็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูแต่อย่างใด
          ใบประกอบวิชาชีพหรือตั๋วครูจึงไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดความมีคุณภาพครูแต่อย่างใด   หากพิจารณาบทบาทหน้าที่ของคุรุสภาในปัจจุบัน ไม่ใช่มีเพียงการออกใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ควรมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพของครูด้วย ซึ่งยังมองไม่ออกว่าคุรุสภาได้ทำหน้าที่นี้หรือไม่
          นอกจากกำหนดว่าคนที่ไม่ได้มีวุฒิทางครูต้องไปเรียน ป.บัณฑิตก่อน แต่วันดีคืนดีเมื่อคุรุสภาไม่สามารถจัดการเรื่องคุณภาพของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เปิดสอนป.บัณฑิตทางการศึกษาได้ ก็ประกาศยกเลิกดื้อๆ คนที่มีความพร้อมมีความรู้ความสามารถที่จะเป็นครูได้ แต่มิได้จบด้านนี้โดยตรงก็ฝันสลายไป ทำให้บางคนรวมทั้งบางมหาวิทยาลัยอาจจะทิ้งทวนปีการศึกษาสุดท้ายด้วยการรับนักศึกษา ป.บัณฑิต เข้าเรียนจำนวนมาก
          คุรุสภาก็ออกใบประกอบวิชาชีพให้ โดยไม่ฉงนฉงายว่าทำไมมีปริมาณมากเช่นนี้
          ในขณะที่นักศึกษาส่วนหนึ่งกลายเป็นเหยื่อต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน หรืออาจซื้อ วุฒิ ป.บัณฑิตปลอมถ้าคุรุสภาเปิดกว้างให้ใครก็สามารถสอบเข้ามาเป็นครูได้ โดยไม่ต้องไปจำกัดวุฒิ แต่ให้มีมาตรการด้านคุณภาพทั้งในเรื่องการสอบแข่งขัน การกำกับติดตามส่งเสริมความมีคุณภาพให้แก่ครูเหล่านี้
          หากครูมีคุณภาพก็ย่อมหมายถึงความมีคุณภาพของคุรุสภาที่สามารถทั้งกำกับ ติดตาม และส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรเหล่านี้มีคุณภาพ จะได้ไม่เป็นเพียงตรายางประทับตราใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น
          นอกจากคุรุสภาจะยังไม่ได้คิดอ่านช่วยพัฒนาคุณภาพครู เป็นกัลยาณมิตรกับครูแล้ว
          ล่าสุดเลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงการออกตั๋วให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ว่าผู้ที่จะขอใบประกอบวิชาชีพต้องจบการศึกษาอย่างต่ำปริญญาโททางการศึกษา หรือการบริหารการศึกษา โดยคุรุสภาจะเป็นผู้กำหนดวิชาทางการบริหารที่เรียน และกำหนดว่าการทำวิทยานิพนธ์ต้องมีมาตรฐานแค่ไหน ไม่ใช่แค่
          การทำสารนิพนธ์เท่านั้น และยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนทั่วประเทศ 40,000 แห่ง เมื่อคุรุสภากำหนดว่าผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีใบประกาศวิชาชีพ ซึ่งหมายถึงต้องจบปริญญาโททางการบริหารการศึกษา ก็จะทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เน้นเปิดสอนระดับปริญญาโททางการบริหารมากขึ้น
          การกำหนดเกณฑ์ให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจบปริญญาโทบริหารการศึกษาแก้ปัญหาอะไร ?
          ผู้บริหารสถานศึกษาบางคนอาจมีวุฒิ ป.บัณฑิต
          ทางด้านการบริหาร บางคนก็สามารถบริหารงานได้ดี  มีทั้งความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติงานและมีคุณธรรมจริยธรรม ขณะที่ผู้บริหารบางคนมีปริญญาโทบริหารการศึกษา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรเข้มข้นก็อาจขาดภาวะผู้นำบริหารงานไม่เก่ง ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารและอาจขาดคุณธรรมจริยธรรมก็เป็นได้
          การมีปริญญาโทหรือไม่ อาจไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าใครจะดีกว่าใคร ใครทำงานเก่งกว่าใคร อีกทั้งหากยิ่งกำหนดว่าผู้ที่ขอใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาต้องจบปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษา ด้วยการทำวิทยานิพนธ์ด้วยแล้ว   การกำหนดเช่นนี้จะเป็นการสร้างปัญหาต่อไป
          แม้จะรู้ว่าการทำวิทยานิพนธ์ เป็นการศึกษาค้นคว้าที่มีความลุ่มลึก และมีประโยชน์มากกว่าการทำสารนิพนธ์ก็ตาม แต่ในภาวะที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือครูมาเรียนด้านการบริหารการศึกษา เพื่อเปลี่ยนสายงาน มีสักกี่คนที่มีเวลาเพียงพอที่จะค้นคว้าได้ลุ่มลึกขนาดเป็นวิทยานิพนธ์ได้ ในขณะเดียวกันวิทยานิพนธ์ด้านการบริหารการศึกษาที่เขียนๆ กันมา มีสักกี่เล่มที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ จนเป็นคุณูปการแก่วงการการศึกษากันอย่างจริงจังอย่างจริงจัง
          อีกทั้งหากย้อนกลับไปดู อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารโรงเรียนใดเรียนปริญญาโท  เพียงเพราะถูกกำหนดให้เรียน โดยที่ไม่ได้เกิดจากความขยันขันแข็งใฝ่หาความรู้จริงๆ ผู้บริหารโรงเรียนต้องทำวิทยานิพนธ์ อาจมีครูต้องยุ่งกันทั้งโรงเรียนก็เป็นได้
          เพราะการทำวิทยานิพนธ์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นสิ่งที่จะตามมาคือ การรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเห็นวิพากษ์วิจารณ์มานานว่ามีการประกาศรับจ้างกันอย่างโจ๋งครึ่ม   แต่ไม่เห็นจัดการอะไรได้ ทั้งที่หากไม่กำหนดกฎเกณฑ์ให้ยากมาก ในส่วนของหลักสูตรปริญญาโทบริหารการศึกษา การทำสารนิพนธ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ขี้ริ้วขี้เหร่มากนัก
          อย่างน้อยก็ได้เรื่องการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาสัก 1 เรื่อง ที่อาจเป็นประโยชน์บ้างและได้เรียนรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารการศึกษามาบ้างก็ยังดี
          ส่วนเมื่อไปเป็นผู้บริหารจริงๆ แทบไม่ได้งัดทฤษฎีการบริหารของฝรั่งมาใช้แต่อย่างใด มีแต่การใช้ประสบการณ์ในการเป็นครู ที่เคยทำงานร่วมกับผู้บริหารมาหลายคน  ได้เรียนรู้ชีวิตจริงมากกว่าในตำราเรียน
          การกำหนดให้อาชีพครูเป็นอาชีพชั้นสูง จึงจำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพนั้นเป็นสิ่งที่ดี หากใบประกอบวิชาชีพจะได้มาจากการเคี่ยวกรำการทำงานด้วยความเอาใจใส่ มากกว่าการกำหนดเพียงว่ามีปริญญาระดับนั้นระดับนี้เท่านั้น
          พอถึงที่สุดแล้วการมีปริญญาก็ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่า ใครสอนเก่งกว่าใคร ใครเชี่ยวชาญในการทำงานและใครจะทำงานได้ดีกว่ากัน
          อีกทั้งคุรุสภาไม่น่าจะมีหน้าที่เพียงแค่ออกตั๋วครูหรือมาชี้ว่าใครควรเป็นครูไม่เป็นครูเท่านั้น แต่ควรมีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพครูอย่างมิตรที่ดี มากกว่าการกำกับตรวจสอบ หรือการได้ชื่อว่าเป็นสภาของครู
          แต่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นสภาของครู แต่เคยได้มีบทบาทในการเรียกร้องสิทธิ ปกป้องครู หรือช่วยพัฒนาคุณภาพของครูและคุณภาพชีวิตของครูหรือไม่  อย่างไร
         

          หากไม่จบถ้ามีวุฒิ
          ป.บัณฑิต คุรุสภาก็ออกใบประกอบวิชาชีพให้
          โดยผู้ขอต้องเสียค่าใบประกอบวิชาชีพ
          คนละ 500 บาท

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 01 มิ.ย. 54   อ่าน 29820 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติผู้ขอเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ 10 ราย ประกาศ ณ วันที่
18 ก.ย. 58 | อ่าน 614 ครั้ง
ศธ.เมืองคอนแจงปม 8 ครูผู้ช่วยส่อทุจริต เหตุทำไม่ตามระเบียบ ที่ประชุม กศจ.ไม่ผิด
20 เม.ย. 59 | อ่าน 417 ครั้ง
เผย 3 ช่องทางในการเช็คผล O-NET 2558 ม.6 (รู้ผล 21 มี.ค.นี้)
12 มี.ค. 58 | อ่าน 550 ครั้ง
ปลุก “แม่พิมพ์”... พลิกฟื้นศรัทธาฉุดการศึกษาชาติพ้นปากเหว : ถึงเวลายกเครื่อง"ครู"
13 ม.ค. 58 | อ่าน 397 ครั้ง
ด่วน! รับสมัครสอบแข่งขันทุนศึกษาต่อระดับปริญญาตรี - โท ในต่างประเทศ 6 ทุน
19 ส.ค. 56 | อ่าน 521 ครั้ง
ก.ค.ศ.ไฟเขียวสพฐ. ตัดโอนอัตราเกษียณ
23 ก.พ. 54 | อ่าน 14695 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.