Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


กพฐ.จัดโครงการรณรงค์ลดความรุนแรงเด็ก




      

กพฐ.จัดโครงการรณรงค์ลดความรุนแรงเด็ก

          ถอดแบบนครศรีธรรมราชโมเดล เชื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเข้มข้น

          วานนี้ (4 ต.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการดำเนินกลุ่มการแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท ซึ่งที่ประชุมได้สรุปจัดเป็นโครงการรณรงค์ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน โดยถอดรูปแบบจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 2 หรือที่เรียกว่า นครศรีธรรมราชโมเดล มาดำเนินการ ซึ่งถือว่าในวิธีการทำงานจะใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเข้มข้น จะมีการใช้กลุ่มโรงเรียนผสมเครือข่าย กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน มีการพัฒนาข้อมูลระบบสารสนเทศของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และมาตรการลงโทษ โดยเรื่องนี้ จะเป็นมาตรการดำเนินการทั้งหมด ทั้งนี้ ขั้นตอนของการทำงานได้มอบหมายให้สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียนเป็นเจ้าของเรื่อง โดยจะมีการบูรณาการภายใน สพฐ. เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หลายหน่วยงาน เช่น สำนักวิชาการ จะดูแลเรื่องหลักสูตรส่งเสริมความประพฤตินักเรียน หรือสำนักนวัตกรรม ดูแลการสร้างจิตสำนึกของนักเรียน เป็นต้น

          เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับกระบวนการดำเนินงานของเรื่องนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1.สัปดาห์จะลงพื้นที่ เพื่อจัดทำคู่มือในการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน โดยใช้ สพท.นครศรีธรรมราช เขต 2 เป็นจุดที่จะจัดเตรียมคู่มือ 2.บูรณาการองค์ความรู้ เครือข่ายการทำงานของทุกหน่วยงานภายใน สพฐ. มาเชื่อมโยงกับศูนย์เสมารักษ์ของสำนักงานปลัด ศธ. สำนักกิจการพิเศษ สป. และสำนักกิจกรรมลูกเสือ ร่วมกันทำงานอย่างเข้มข้น และ 3.สพฐ.จะหาโรงเรียนที่เป็นแกนนำขับเคลื่อนเรื่องความประพฤตินักเรียนให้ครบทุกจังหวัด ซึ่งโรงเรียนดังกล่าว จะต้องมีศักยภาพความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพาหนะตรวจจุดเสี่ยง มีบุคลากรตรวจสอบความประพฤตินักเรียน และมีเครื่องมือในการสื่อสาร

          ผมเชื่อว่าเราสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนมาตรการลงโทษนั้น จะมีการลงโทษตั้งแต่สถานเบาไปถึงหนัก และเรื่องมาตรการลงโทษ ต้องถือเป็นมาตรการขั้นสุดท้าย เราต้องการใช้มาตรการลงโทษเชิงบวกให้ได้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม หากกระทำผิดขั้นร้ายแรงมาก ก็จำเป็นต้องใช้บทลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ดร.ชินภัทร กล่าว.

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 05 พ.ย. 53   อ่าน 10200 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
"ยูเนสโก" ระบุประชากรทั่วโลก 774 ล้านคนไม่รู้หนังสือ
09 ก.ย. 56 | อ่าน 741 ครั้ง
กาฬสินธุ์มอบแท็บเล็ต 5 พันเครื่อง
27 ก.ค. 55 | อ่าน 1621 ครั้ง
สุราษฎร์ขอเป็นมหา’ลัยของราชา ทปอ.มรภ.ย้ำคุณภาพต้องมาก่อน
15 มี.ค. 55 | อ่าน 10170 ครั้ง
วุ่นหนักหลายจังหวัดไม่มีอกศจ.เกลี่ย-ย้ายครูไม่ได้
17 พ.ค. 59 | อ่าน 182 ครั้ง
บอร์ดกช.รับร.ร.เอกชนสะเทือนเหตุครูทิ้งโรงเรียนแห่สอบ’ครูผู้ช่วย’จี้คุรุสภาเว้นตั๋วครูสาข
30 มิ.ย. 54 | อ่าน 15703 ครั้ง
เลขาฯ สพฐ.เผยโรงเรียนภาคใต้น้ำท่วมเกือบ 1.5 พันโรง ประเมินความเสียหายเบื้องต้น 250 ล้านบ.
09 ม.ค. 60 | อ่าน 268 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.