Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปลดล็อก การศึกษาไทย เยียวยาเด็กด้อยโอกาส13.8 ล้านคน




      

ปลดล็อก การศึกษาไทย เยียวยาเด็กด้อยโอกาส13.8 ล้านคน

          สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้จัดการประชุมหัวเรื่องจังหวัดและชุมชนท้องถิ่นจะปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้อย่างไรเพื่อปฏิรูปประเทศไทยด้านการศึกษา ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเซฟกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทยด้านการศึกษา 2554 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าผมเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จ ถ้าเราสามารถนำพาความร่วมมือในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นได้ก็เท่ากับว่าเราได้มีส่วนสำคัญในการขยายผลเรื่องการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ ผมมีความเชื่อหลักๆ ที่จะใช้การศึกษาปฏิรูปประเทศไทยเรื่องการศึกษาของเด็กๆในทุกกลุ่มไม่เว้นเด็กที่ต้องเข้าสู่ระบบแรงงานก่อนวัยอันควร คือ ปัญหาของเด็กคนหนึ่งไม่ได้เป็นปัญหาของครอบครัวครอบครัวหนึ่งหากแต่เป็นปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองเพราะฉะนั้นถ้าเรามีความเชื่อตรงนี้กรอบความคิดในการที่จะพัฒนาคนคนหนึ่งซึ่งเป็นปัญหา
          ของครอบครัว สังคมและประเทศเราจะต้องร่วมกันคิดในการที่จะแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ผมเชื่อว่าการศึกษาจะเป็นเครื่องมือเดียวที่จะให้โอกาสกับผู้คนได้พัฒนาอย่างหลากหลายตามศักยภาพของตัวบุคคลและทำให้คนมีความเท่าเทียมกันในสังคมเปิด
          ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงสถานการณ์เด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสทางสังคม รวมถึงกลุ่มแรงงานขั้นต่ำจำนวนถึง 13.8 ล้านคนว่า จำแนกได้ 5 กลุ่มหลัก 1) กลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษา 2) เด็กพิการทางกายและทางการเจริญทางสมอง3) เด็กชนบทห่างไกล 4) เด็กเยาวชนที่ต้องคดีและ 5) กลุ่มแรงงานขั้นต่ำ
          การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการคืนโอกาสสู่สังคมรัฐบาลจึงมอบหมายให้ สสค.ดำเนินการทำใน 4 มาตรการสำคัญ คือ 1) ป้องกัน2) แก้ไข 3) ฟื้นฟู และ 4) ประกันอนาคต ด้วยการเพิ่มศักยภาพทักษะอาชีพ ร่วมกันทั้งภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไปศ.ดร.กนก กล่าว
          ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ สสค. กล่าวถึงภาระของจังหวัดในการแบกรับภาระเด็กเยาวชนว่านับเป็นครั้งแรกที่จังหวัดและท้องถิ่นได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้านการศึกษา โดยเฉพาะการเกิดหน่วยจัดการดูแลรายกรณีทั้งในระดับโรงเรียนและชุมชน หรือที่เรียกว่าCase Management Unit (CMU) ซึ่งขับเคลื่อนโดย สสค.ในการประสานและปลดล็อกระบบที่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ
          ด้านนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และอนุกรรมการกำกับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึง โครงการส่งเสริมการพัฒนาประชากรวัยแรงงานที่ต้องการเรียนต่อและเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพว่าโครงการจะนำร่องก่อนใน 10-20 จังหวัด ภายใต้งบประมาณในการดำเนินงาน30 ล้านบาท ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องไปดำเนินการคัดเลือกพื้นที่ในจังหวัดของตนเองที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของแรงงานมาจังหวัดละ 4 พื้นที่
          จึงพอสรุปได้ว่าเมื่อเด็กๆ ทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งในเรื่องการศึกษาและเรื่องของการประกอบอาชีพอย่างเท่าเทียมแล้ว ช่องว่างระหว่างชนชั้นและความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งทางด้านรายได้และทางด้านจิตใจก็จะถูกถมจนเต็มและประโยชน์ก็จะไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กคนนั้นเพียงคนเดียวหากแต่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเด็กคนนั้นเกิดขึ้นกับท้องถิ่นของเด็กคนนั้น และเกิดขึ้นกับประเทศชาติของเด็กคนนั้นที่จะพัฒนาไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนนั่นเอง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 26 พ.ค. 54   อ่าน 73000 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.เชื่อร.ร.ส่งข้อมูลโอเน็ตทัน 30 กันยายน
14 ก.ย. 55 | อ่าน 700 ครั้ง
ชงบอร์ดคุรุสภาเปิดหลักสูตรป.บัณฑิต เลขาฯกศน.อุ้มครูไร้ใบอนุญาต-ให้โอกาสพัฒนา
23 ม.ค. 55 | อ่าน 84638 ครั้ง
ปัดยืดอายุขรก.เกษียณ แค่ให้จ้างพิเศษสาขาขาดแคลน
10 เม.ย. 61 | อ่าน 493 ครั้ง
กยศ.ลุ้นลูกหนี้รับโบนัส จ่ายคืนให้น้องได้เรียนต่อ
25 ธ.ค. 56 | อ่าน 547 ครั้ง
ก.ค.ศ.เล็งเพิ่มมาตรการจูงใจ เกลี่ยคนลงพท.ไกลหลังขาดแคลนหนัก
03 พ.ค. 56 | อ่าน 417 ครั้ง
ก.ค.ศ.จัดประกวดภาพถ่ายยกย่องเชิดชูเกียรติครู ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2.5 แสนบาท
28 ก.ย. 55 | อ่าน 952 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.