Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


แจ้งตร.เอาผิดอดีตบิ๊กม.อีสานเอี่ยวซื้อขายป.บัณฑิต26พ.ค.




      

แจ้งตร.เอาผิดอดีตบิ๊กม.อีสานเอี่ยวซื้อขายป.บัณฑิต26พ.ค.

          'เลขาฯกกอ.'ส่งนิติกรแจ้งความคดีอาญาอดีตอธิการฯ-คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย-เจ้าหน้าที่มหา'ลัยอีสาน ที่เอี่ยวซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ฐานหลอกลวงฉ้อโกงภายใน 26-27 พ.ค. ที่ สภ.เมืองขอนแก่น
          จากกรณีที่นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการซื้อขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ภายใน 7 วันขณะเดียวกัน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. สั่งการให้ปลัด ศธ.ตรวจสอบกรณีมีกระแสข่าวกล่าวหาผู้บริหารในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และกรรมการคุรุสภา เกี่ยวข้องกับการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส. และวิ่งเต้นล้มคดีนั้น
          เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายสุเมธ แย้มนุ่นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ตนได้หารือร่วมกับนิติกรในการทำสำนวนดำเนินคดี ซึ่งอาศัยฐานข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสกอ.ที่ได้รวบรวมไว้แล้ว เบื้องต้นคงจะดำเนินคดีกับนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส,อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องใน มอส. นอกจากนี้ จะรอผลการประชุมของคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของมอส.ในวันที่ 25 พฤษภาคม ที่จะพิจารณาบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตเพื่อนำมาเพิ่มเติมในสำนวนดำเนินคดีอาญา ก่อนจะมอบหมายให้นิติกรของ สกอ.ไปแจ้งความที่สภ.อ.เมืองขอนแก่น ภายในวันที่ 26-27 พฤษภาคม โดย สกอ.ดำเนินการในฐานะที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย เมื่อพบว่ามหาวิทยาลัยจัดการศึกษาเข้าข่ายหลอกลวงฉ้อโกง สกอ.ก็มีสิทธิดำเนินคดีได้ ส่วนกรณีของคุรุสภาถือว่าได้รับผลกระทบชัดเจนเช่นกัน ในฐานะเป็นหน่วยงานที่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
          เท่าที่ได้รับรายงานจากผู้บริหาร มอส.คนปัจจุบัน พบว่ามีปัญหาเรื่องระบบทะเบียนนักศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของบัณฑิตวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตร ป.บัณฑิต รวมถึงปริญญาโทและเอก ซึ่งส่วนใหญ่จัดในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งที่ไม่เป็นระบบ มีแต่บัญชีรายชื่อนักศึกษา แต่ไม่สามารถสืบค้นผลการเรียนทรานซ์ สคริปต์ หรือแม้แต่ใบสมัครเข้าเรียนได้ทำให้ไม่รู้จำนวนที่แท้จริงของนักศึกษา อีกทั้งด้านการเงินก็ไม่เป็นระบบ ส่อพฤติกรรมที่ไม่ปกติ เพราะบัญชีทรัพย์สินของ มอส.ที่อดีตอธิการบดี มอส.มอบให้ มีเพียงเงินที่เข้ามาในกระแสรายรับ 24 ล้านบาทเท่านั้น จึงไม่มั่นใจที่มาของเงิน นายสุเมธกล่าว
          นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภากล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการคุรุสภายังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย เพื่อพิจารณาเรื่องการยื่นฟ้อง มอส. ตนจึงได้หารือนักกฎหมายว่าจะแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด มอส.ได้อย่างไรบ้าง และในวันที่ 26 พฤษภาคม จะเข้าพบนายชินวรณ์เพื่อรายงานเรื่องทั้งหมดอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเสนอทิศทางที่ควรจะดำเนินการ โดยไม่ต้องรอนำเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการชุดใดๆ ในคุรุสภาอีก ขณะเดียวกันจะเสนอเรื่องทั้งหมดต่อนายอภิชาติ จิระวุฒิ ปลัด ศธ. ให้รับทราบด้วย
          จากการประชุมร่วม 4 ฝ่าย ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีมติให้ สกอ.และคุรุสภาร่วมกันแจ้งความดำเนินคดี มอส. ซึ่งในส่วนของ สกอ.จะดำเนินการภายใน 7 วัน ดังนั้น ในส่วนของคุรุสภาหากต้องรอเสนอเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายที่ขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้ง ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้ฟ้องหรือไม่ ผมจึงตัดสินใจเดินหน้าเรื่องนี้เองเพราะเป็นเรื่องใหญ่ กว่าจะมาถึงวันนี้ก็มีคนที่ไม่พอใจ มีหลายฝ่ายหลายกลุ่มเสียหาย เสียผลประโยชน์ กลัวเรื่องจะเข้าถึงตัว แต่ผมมองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิวัติการศึกษา หากมีข้อมูลแล้วไม่ตัดสินใจทำอะไรคงไม่ได้ ซึ่งผมคงต้องดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับ มอส.ไปพร้อมๆ กับทาง สกอ. เลขาธิการคุรุสภากล่าว
          นายองค์กรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส. ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไปสอบบรรจุรับราชการเป็นครูผู้ช่วยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ แต่ขาดคุณสมบัติเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จนทำให้ยังไม่สามารถบรรจุได้นั้น ตนขอยืนยันว่าบัณฑิตกลุ่มนี้ถือว่าขาดคุณสมบัติที่จะบรรจุเป็นครูผู้ช่วยจริง เนื่องจาก มอส.ได้ขอยกเลิกการรับรองใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา ได้เพิกถอนใบอนุญาตฯไปแล้ว โดยในที่ประชุม กมว.มีผู้แทนจาก สพฐ.เข้าร่วมด้วย อีกทั้งยังมีการแจ้งข่าวผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ดังนั้น หากเขตพื้นที่การศึกษาใดบรรจุบัณฑิตกลุ่มนี้เป็นครูผู้ช่วยถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีการยกเลิกใบอนุญาตฯ
          นายไชยยศกล่าวว่า ขณะนี้ขั้นตอนการหารือได้จบสิ้นไปแล้ว ตนจึงได้ย้ำให้ สกอ.เร่งดำเนินคดีกับอดีตอธิการบดี มอส.และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีใครบ้าง โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ก่อนกำหนด7 วัน
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีกระแสข่าวว่านายอัษฎางค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.ขอนแก่นพรรคภูมิใจไทย หากถูกแจ้งความดำเนินคดี จะลงสมัครได้หรือไม่ นายไชยยศกล่าวว่า นายอัษฎางค์มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะตามกฎหมายถือว่านายอัษฎางค์ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสิน ตนยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน
          นายอภิชาติกล่าวว่า ตนได้ให้เจ้าหน้าที่สรุปวาระการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม มาให้ตนดู เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอให้นายชินวรณ์พิจารณาต่อไป รวมทั้งกรณีที่อาจมีกรรมการคุรุสภาบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของมอส. และมีการวิ่งเต้นล้มคดีด้วย
          เมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มีกลุ่มสมาคมผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ประมาณ30 คน นำโดยนายสำเริง กุจิรพันธ์ เข้าพบเพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนนายองค์กรให้เดินหน้าแก้ปัญหาการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของมอส.ต่อไป
          ด้านนายอัษฎางค์กล่าวว่า กรณีที่ประชุมหารือ4 ฝ่าย มีมติให้ สกอ.และคุรุสภาเป็นเจ้าภาพฟ้องตน และอดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ใน มอส.นั้น หากยื่นฟ้องจริงก็พร้อมนำหลักฐานไปชี้แจง แต่ถึงขณะนี้ตนก็ยังยืนยันว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด การจะยื่นฟ้องควรจะดำเนินการกับคนที่กระทำความผิด ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีกรรมการคุรุสภาบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งของ มอส. และช่วยวิ่งเต้นไม่ให้ฟ้อง มอส.นั้น ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ที่ผ่านมามีหลายคนได้สอบถามตนว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการถูกรังแก และเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ตนตอบไปว่าไม่ทราบ แต่ก็แปลกใจว่า ทำไมช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการนำเสนอข่าวเรื่อง มอส.ทุกวัน ทางผู้บริหารคุรุสภา และฝ่ายต่างๆ ให้สัมภาษณ์แบบวนไปวนมา ซึ่งไม่ยุติธรรมกับ มอส.
          นายสุมนต์ สกลไชย อธิการ มอส. กล่าวว่าตามที่นายชูเกียรติ ดวงผุย บัณฑิตหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู มอส. ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อประธานกรรมการคุรุสภา และประธาน กมว. เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ กมว.มีมติเพิกถอนใบอนุญาตฯ ซึ่งส่งผลกระทบไม่ให้ได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วย ทั้งที่สอบบรรจุได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 28 ศรีสะเกษ-ยโสธร เป็นลำดับที่ 1 ในสาขาวิชาบรรณารักษ์นั้น ทาง มอส.จะช่วยแก้ปัญหา โดยขอให้คณะกรรมการควบคุม มอส. ซึ่งทำหน้าที่สภา มอส.เร่งรับรองวุฒิการศึกษาให้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องสรุปไว้ก่อนว่าไม่ใช่ความผิดของบัณฑิต ดังนั้น สพฐ.ก็น่าจะมีมาตรการเพื่อช่วยยืดหยุ่นตรงนี้ได้
          ขอย้ำให้บัณฑิต มอส.ที่ยังไม่มารายงานตัวเร่งมารายงานตัวที่ มอส.โดยด่วน เพื่อจะได้ช่วยเหลืออย่างถูกต้อง และขอให้มายื่นเอกสารโดยตรงที่ พ.ต.อ.วุฒิ ป้อมปักษา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เท่านั้น หากมีเจ้าหน้าที่คนใดในมอส.ชักชวน หรือบอกให้ยื่นเอกสารที่ห้องอื่น หรือที่บุคคลอื่น ก็อย่าหลงเชื่อ เพราะที่ผ่านมามีบัณฑิตหลายรายได้มายื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ มอส. แต่เอกสารกลับไม่ถึงมือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจริงๆซึ่งในส่วนของนายชูเกียรติก็เช่นกัน ผมยืนยันว่าไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายชูเกียรติเลย เพิ่งจะได้พูดคุยกันเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมานายสุมนต์กล่าว
          นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าได้รับรายงานว่ามีบัณฑิต มอส.บางส่วนสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยได้ แต่ไม่สามารถบรรจุได้ แม้จะยืนยันว่าเรียน และฝึกปฏิบัติการสอนจริง เพราะสพฐ.ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ดังนั้น สพฐ.จะสรุปข้อเท็จจริงและทำเรื่องหารือกับหน่วยงานที่มีอำนาจพร้อมให้ความเห็นประกอบไปด้วย
          ด้านนายนพดล รัตนเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของมอส.ว่า การสอบสวนอยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูล และสอบปากคำบัณฑิต โดยในวันที่25 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะลงพื้นที่จ.ขอนแก่น เพื่อเก็บข้อมูล และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะการสอบปากคำบัณฑิตเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในส่วนที่ ศธ.สั่งให้ สกอ.และคุรุสภายื่นฟ้องเอาผิดอดีตผู้บริหาร มอส.นั้น เป็นคนละส่วนกับการดำเนินการของดีเอสไอ โดยดีเอสไอยังคงเดินหน้าเก็บข้อมูลและหาพยานหลักฐานต่อไปเพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการคดีพิเศษ(อนุ กคพ.) และคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)พิจารณาว่า เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามีน้ำหนักเพียงพอ เพราะมูลค่าความเสียหายมีจำนวนมาก ทั้งนี้ กรณีที่เสนอให้ดีเอสไอเข้าไปช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินของ มอส.และผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตนั้นทางดีเอสไอต้องทำอยู่แล้ว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 25 พ.ค. 54   อ่าน 49522 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เผยยอดแอดมิชชั่นกลางปี 57 ลดลง
27 มิ.ย. 57 | อ่าน 358 ครั้ง
เตือนมหาลัยอย่าลักไก่เปิดหลักสูตรเถื่อน
26 ก.ค. 59 | อ่าน 226 ครั้ง
ก.ค.ศ.อนุมัติ ’วิทยฐานะ’
15 พ.ค. 57 | อ่าน 552 ครั้ง
โครงสร้างหลักสูตรใหม่ป.1เน้นเรียนภาษาไทย
07 เม.ย. 58 | อ่าน 956 ครั้ง
สพฐ.ผุดศูนย์ STEM พัฒนาครูวิทย์
20 ธ.ค. 55 | อ่าน 588 ครั้ง
สถานีก.ค.ศ. : หลักเกณฑ์ทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ครู (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 (1)
13 ก.ย. 53 | อ่าน 15801 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.