Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’ศึกษาทั่วไป’ สร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ให้สังคมวาทกรรมอุดมศึกษา




      

'ศึกษาทั่วไป' สร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ให้สังคมวาทกรรมอุดมศึกษา

         ประภาศ ปานเจี้ยง
          รักษาการคณบดีคณะศิลปศาสตร์
          มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

          หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียน งานเข้า อยู่กับการปรับปรุงหมวดรายวิชาศึกษาทั่วไปเพื่อใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการจัดทำหลักสูตรใหม่และการปรับปรุงหลักสูตรเก่าทุกหลักสูตรที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีของทุกคณะในมหาวิทยาลัย
          เพื่อให้การจัดทำหลักสูตรใหม่และปรับปรุงหลักสูตรเก่าเป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) ซึ่งเป็นประกาศที่ออกตามความหมวด 6 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2545 ที่ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา
          โดยเฉพาะประเด็นที่กำหนดให้คุณภาพของบัณฑิตต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลการเรียนรู้อย่างน้อย 5 ด้าน คือ (1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม (2)ด้านความรู้ (3) ด้านทักษะทางปัญญา (4) ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (5) ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
          ว่าไปแล้วศาสตร์ของศึกษาทั่วไปหรือที่เราเรียกภาษาอังกฤษกันว่า General Education เกิดขึ้นในโลกมายาวนานแล้ว ก่อนที่ประเทศไทยเราจะมีมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
          มหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ริเริ่มการบรรจุรายวิชาที่เป็นGeneral Education เข้าไปในหลักสูตรระดับปริญญาตรีคือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศอังกฤษ และกระทั่งปัจจุบันก็ยังกล่าวกันว่า ถ้าอยากจะไปดูGeneral Education ที่ดีที่สุดของโลก ก็ต้องไปดูที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพราะเขาเป็น Best Practice ในเรื่องนี้
          ในกรณีประเทศไทยของเราได้นำศาสตร์ของศึกษาทั่วไปเข้ามาบรรจุในหลักสูตรที่ผลิตบัณฑิตอย่างเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนเมื่อปี 2517 โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้นำที่สำคัญในเรื่องนี้
          ว่าไปแล้วปรัชญาและจุดประสงค์หลักของการให้บัณฑิตในมหาวิทยาลัยเรียนกลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไปตั้งแต่เริ่มต้นปี 2517 จนปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือ อาจกล่าวด้วยคำรวมๆ ว่า ให้บัณฑิตเป็น คนดีมีคุณธรรม
          หากจะกล่าวให้ตรงกับเป้าหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี 2542 ก็คือ ให้บัณฑิตเป็น คนดี มีคุณธรรม และดำรงชีพอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
          ส่วนความเป็น คนเก่ง นั้น ให้รายวิชาเฉพาะหรือรายวิชาตามศาสตร์ของสาขาวิชาหรือหลักสูตรที่ผลิตบัณฑิตนั้นๆ  เป็นหลักในการทำภารกิจ...
          นี่เป็นวาทกรรมอุดมศึกษาที่เข้าใจกันเช่นนี้
          อาจจะกล่าวได้ว่าเกือบทุกเวทีประชุม หรือสัมมนาที่มีประเด็นการปรับปรุงรายวิชาศึกษาทั่วไปมีการถกเถียงและอภิปรายถึงความจำเป็นของจำนวนหน่วยกิตรวมของกลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไปว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ 30, 32, 34 หรือ 36 หน่วยกิต
          ถกเถียงและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ว่าวิชาไหนควรจะบังคับให้เรียน วิชาไหนควรจะให้เลือก และวิชาไหนควรบังคับเลือก (ประการนี้ฟังแล้วขัดๆ)
          รวมทั้งอภิปรายกันว่าในสภาพสังคมปัจจุบันที่บุคลิกภาพของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นเช่นนี้เช่นนั้น เช่น ขาดระเบียบวินัย ขาดการพึ่งตนเอง ขาดทักษะการคิด ขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมไม่ได้ คุยโทรศัพท์มาก อ่านหนังสือน้อย รวมทั้งพาดพิงไปถึงคนที่จบจากมหาวิทยาลัยไปแล้วหลายคน ว่านำความรู้ไปใช้ในลักษณะที่ ไร้คุณธรรมฉะนั้น ควรจะบังคับให้เรียนวิชาไหน และแต่ละกลุ่มวิชาของหมวดศึกษาทั่วไปควรมีกี่หน่วยกิต เพื่อ ตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาที่กล่าวข้างต้น
          ผู้เขียนเชื่อในปรัชญาและจุดประสงค์ของศาสตร์ศึกษาทั่วไป (General Education) ว่าเป็น Road map ในการสร้างคนดีให้แก่สังคมได้อย่างแน่นอน แต่คงจะไปยึดชื่อรายวิชาที่สวยๆ หรูๆ เช่น ทักษะชีวิตบัณฑิตที่พึงประสงค์ ความงามและการดำรงชีพ เป็นต้น ยึดคำอธิบายรายวิชา และจำนวนหน่วยกิตรวมเป็น สรณะเพื่อหวังให้ศึกษาทั่วไปสร้างคนดีมีคุณธรรมให้แก่สังคมคงไม่ได้อย่างแน่นอนเช่นกัน
          เนื่องจากชื่อรายวิชา คำอธิบายรายวิชา และกลุ่มรายวิชาที่จัดให้นักศึกษาเรียนเป็นได้เพียงหลักการและความคาดหวังเท่านั้น ซึ่งเขียนและจัดทำไม่ยากเลย
          แต่การเข้าถึง (Appreciate) จิตวิญญาณที่แท้ของศาสตร์ศึกษาทั่วไปของผู้สอนกระบวนท่าในการจัดการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทั้งการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ต่างหากที่น่าจะยึดเป็นที่พึ่งและตอบโจทย์ได้
          ผู้สอนวิชาศึกษาทั่วไปต้อง จัดการ ภารกิจแห่งตนอย่างผู้เชี่ยวชาญ ทุ่มเท และมีความเป็นมืออาชีพ (Professional)
          หากเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ ผู้เขียนคิดว่ามาตรฐานผลการเรียนรู้ทั้ง 5 ด้าน ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (TQF) ที่กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะด้าน 1, 3 และ 4 น่าจะ ไม่โหวงเหวง
          และในทางกลับกัน ถ้าเรา ไม่เอาจริง กับการจัดการเรียนการสอน การคัดเลือกผู้สอนที่เหมาะสมการพัฒนาผู้สอนให้เข้าใจภารกิจแห่งตนอย่างถ่องแท้และพัฒนาตน  รวมทั้งไม่เอาจริงกับระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ก็น่าห่วงเพราะทั้งหมดที่กล่าวเป็นขั้นตอนการใช้ (Implement)หลักสูตร.... ปรัชญาและจุดประสงค์ของศึกษาทั่วไปรวมทั้ง    วาทกรรมอื่นๆ ที่สถาปนาให้ศึกษาทั่วไปทำภารกิจสร้างคนดีมีคุณธรรม สร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ให้แก่ประเทศชาติ
          ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่ายังคงเป็นวาทกรรมอุดมศึกษาที่ประเทศชาติหวังพึ่งได้ยากละกระมัง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 26 ต.ค. 53   อ่าน 24013 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: อุทาหรณ์การไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ.
12 พ.ย. 55 | อ่าน 919 ครั้ง
มรภ.ยะลาพัฒนาปฐมวัยดึงครูกลับเป็นนักผลิตสื่อสอน
19 มิ.ย. 55 | อ่าน 1157 ครั้ง
ฟื้น ’กรอ.’ ให้เฉพาะ น.ศ.มหา’ลัยกู้ กยศ.ชงครม.คลอดเกณฑ์สัปดาห์หน้าไม่ต้องทำสัญญากู
13 มี.ค. 55 | อ่าน 9823 ครั้ง
ศธ.เตรียมยกเครื่องระบบผลิตครู
06 ก.พ. 58 | อ่าน 472 ครั้ง
24 ต.ค.นี้ จับสลากครูมืออาชีพ
01 ต.ค. 55 | อ่าน 1081 ครั้ง
ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว751 หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
24 ก.พ. 58 | อ่าน 923 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.