Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


“อาชีวะเกษตร ซัมเมอร์แคมป์” ค่ายเกษตร เปิดโลกเด็กอาชีวะ




      

อาชีวะเกษตร ซัมเมอร์แคมป์ ค่ายเกษตร เปิดโลกเด็กอาชีวะ

                    นักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวนไม่น้อย ที่มีทักษะความสามารถในหลากหลายด้าน ทั้งด้านช่าง ศิลปกรรม เครื่องยนต์กลไก หรือการตลาด แต่ทว่าวิชาการด้านการเกษตร อาจเป็นเรื่องที่อยู่ไกลตัว ทั้งๆที่ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร และวิถีแห่งการเกษตรเป็นสิ่งใกล้ตัวคนไทยมานาน ค่ายเกษตรฯ จึงเกิดขึ้นเพื่อให้เหล่าวัยโจ๋อาชีวะ ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งเรียนรู้ในสิ่งที่นอกเหนือจากหลักสูตรตำราเรียนในสาขาตนเอง
          ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวถึงโครงการค่ายฤดูร้อน อาชีวะเกษตรซัมเมอร์แคมป์ ว่าเป็นกิจกรรมหลักสูตรอบรมที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หวังจะพัฒนาให้นักศึกษาในสาขาวิชาต่างๆจากสถานศึกษาในสังกัด 415 แห่ง แห่งละ 8 คน รวม 3,320 คน ได้ใช้เวลาระหว่างปิดภาคการศึกษาฤดูร้อน เพื่อพัฒนาศักยภาพตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความเป็นผู้นำ รับผิดชอบ รู้จักบทบาทหน้าที่ และมีจิตอาสา โดยสอดคล้องกับวิถีไทยและวิถีธรรมชาติ ผ่านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) 5 แห่ง ในการประกอบกิจกรรม ได้แก่ วษท.กาญจนบุรี วษท.เชียงราย วษท.กระบี่ วษท.สิงห์บุรี และ วษท.แพร่
          วัตถุประสงค์สำคัญของกิจกรรม คือ การที่ทำให้นักศึกษาในสังกัดทั้ง 415 แห่ง มีโอกาสเรียนรู้ในสาขาอื่น เด็กบางคนเรียนทางด้านช่าง เรียนเทคนิค เรียนคหกรรมฯ เรียนศิลปกรรม หรือเรียนหลักสูตรสารพัดช่างในระยะสั้น ก็ไม่เคยจะทราบว่าการเรียนทางด้านเกษตรและเทคโนโลยีเป็นอย่างไร ซึ่งค่ายนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภายนอกห้องเรียนเดิม ผ่านพื้นที่วิทยาลัยเกษตรฯ ถึง 5 แห่งซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป เช่น วษท.กาญจนบุรี นักศึกษาจะได้ลงไปทำงานในไร่อ้อย วษท.กระบี่โดดเด่นเรื่องปาล์มน้ำมัน เรื่องกรีดยาง หรือ วษท.สิงห์บุรีโดดเด่นเรื่องกระบือ เป็นต้น โดยภาพรวมนักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งวิถีการเกษตร การดูแลพืชผล สัตวศาสตร์ รวมถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
          ดร.ศศิธารา กล่าวต่อไปว่า นอกจากเด็กซึ่งเป็นตัวแทนสถาบันละ 8 คนแล้ว ต้องมีอาจารย์หนุ่มสาว สถาบันละหนึ่งคน เพื่อที่จะติดตามทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษาได้ตลอดเวลา ซึ่งตัวอาจารย์เองก็จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างเช่นเดียวกันกับนักศึกษา
          เลขาธิการ กอศ. ย้ำว่า ในปี 2554 ยังเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา กิจกรรมดังกล่าวจึงเสมือนการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมเทิดพระเกียรติ ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการประกอบกิจกรรม
          ภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะ มักเป็นภาพความรุนแรง แต่สำหรับค่ายเกษตรฯ คือ การฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้ในเรื่องจิตอาสา การให้บริการผู้อื่น อยู่ร่วมกับผู้อื่น การดูแลตัวเอง เด็กหลายคนมาอยู่ร่วมกันในวันแรกๆอาจยังหมางเมินกัน แต่เมื่อวันสุดท้ายของการออกค่าย ก็ต้องเสียน้ำตาร้องไห้ด้วยความประทับใจซึ่งกันละกัน สำคัญไปจากนี้ คือ การได้น้อมนำแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นยอดของชาวเกษตร มาถ่ายทอดให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปฏิบัติจริงดร.ศศิธารา กล่าวสรุป
          สำหรับนักศึกษาผู้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ค่ายเกษตรอย่าง พิทักษ์พงษ์ สายแวว นักศึกษาสาขาโยธา จากวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ทำให้ได้เรียนรู้วิชาการเกษตรว่ามีการเรียนการสอนอย่างไร และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
          ผมได้ลองปลูกอ้อย และนำอ้อยมาแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำอ้อย ไอศกรีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน จึงเป็นความรู้ที่แตกต่างจากห้องเรียน ขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่จากต่างภาค
          พิทักษ์พงษ์ ย้ำว่า อยากชวนเพื่อนๆชาวอาชีวศึกษา ให้ลองมาสมัครร่วมค่ายกิจกรรมรูปแบบนี้ เพราะเป็นการเรียนรู้สาขาอื่น ที่นอกเหนือจากที่เรียน เป็นวิชาที่ไม่มีในหลักสูตรของตนเอง แต่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
          นักศึกษาหนุ่มจากอุบลราชธานี ยังกล่าวถึงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ในค่ายเกษตร ว่า มีกิจกรรมที่แต่ละสถาบันจะมาเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของสถาบันตนเอง ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี น้อมนำปรัชญามาใช้ในการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ภายในวิทยาลัย เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารให้แก่นักศึกษาได้จริง
          ด้าน ลัดดาวัลย์ สุวรรณ นักศึกษาสาขาการตลาด จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก กล่าวเสริมถึงความรู้สึกที่ได้รับจากกิจกรรมว่า เป็นประสบการณ์ที่ ‘สุดขั้ว’
          จากที่เรียนด้านการตลาดมา เมื่อได้ลองทำในสิ่งที่แตกต่าง คือ เรียนรู้ด้านการเกษตร ก็รู้สึกประทับใจ เพราะวิชาด้านการเกษตรนับเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นประสบการณ์ที่นักศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น กิจกรรมการจัดสวนถาดแนวตั้ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับพื้นที่น้อย นอกจากนี้การที่เรียนสาขาการตลาดมา แล้วมาเรียนรู้การเกษตร ก็นำทักษะมาประกอบกัน เรื่องการวางแผน การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
          ลัดดาวัลย์ ทิ้งท้ายว่า เกษตรมีความสำคัญ หากนักศึกษาอาชีวศึกษาได้ลองมีโอกาสร่วมประสบการณ์ค่ายรูปแบบนี้ ย่อมนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตได้ และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลองทำในสิ่งที่อยู่เหนือจากหลักสูตรที่ตนเองเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

กรุงเทพฯ--22 เม.ย.--ASTVผู้จัดการออนไลน์



โพสเมื่อ : 22 เม.ย. 54   อ่าน 110372 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูและผู้บริหารสถานศึกษา
22 ก.ค. 58 | อ่าน 392 ครั้ง
เลขาธิการอาชีวะ พร้อมแจงดีเอสไอ "ครุภัณฑ์ ว.เทคนิค"
10 ม.ค. 57 | อ่าน 481 ครั้ง
ส่อเลิกจ้างครูเอกชนหลายพัน หลังเปิดเทอม7วันน.ร.แห่ออกครึ่งหมื่น รร.อีสานอ่วมสุดจ่อยุบ-จี้สช.ช่วยด่วน
07 มิ.ย. 61 | อ่าน 179 ครั้ง
บิ๊กตู่ ชี้ ไทยเป็นประเทศคนตกงานน้อยที่สุดในโลก จับอะไรได้ก็เป็นเงิน
09 พ.ค. 58 | อ่าน 265 ครั้ง
สกอ.ดูภาพรวมแจกแท็บเล็ต
16 ส.ค. 54 | อ่าน 42043 ครั้ง
ไทยต้องเร่งฟิตภาษา ถ้าไม่อยากรั้งท้าย กินบ๊วยกลุ่มอาเซียน
27 พ.ค. 58 | อ่าน 319 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.