Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


24ผอ.โรงเรียนอีสานแฉปลอมฝึกสอน เหยื่ออีกรายขอคืน5หมื่นเผยกู้เงินซื้อใบป.บัณฑิต




      

24ผอ.โรงเรียนอีสานแฉปลอมฝึกสอน เหยื่ออีกรายขอคืน5หมื่นเผยกู้เงินซื้อใบป.บัณฑิต

          คุรุสภาลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ตะลึง 24 ร.ร.ถูกแอบอ้างส่งเด็กลงไปฝึกสอน เหยื่อรายใหม่ให้ข้อมูลจ่าย5.5 หมื่น ซื้อ ป.บัณฑิตขอเงินคืน
          ความคืบหน้ากรณีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งถอนรากถอนโคนขบวนการซื้อขายปริญญา หลังผลการสอบเบื้องต้นพบว่า ข้อร้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูมีมูลนั้น
          เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่โรงแรมเจริญธานีจ.ขอนแก่น นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา พร้อมกรรมการคุรุสภาจังหวัดขอนแก่น 5 คน เปิดแถลงข่าวหลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกรณีกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น ขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ให้กับนักศึกษา โดยนายองค์กรกล่าวว่า จากที่ลงพื้นที่เพื่อสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนเรื่องการฝึกปฏิบัติการสอนของ  มหาวิทยาลัยต่างๆ ในปีการศึกษา 2553 จำนวน 55 โรงเรียน จาก 100 กว่าโรงเรียนพบว่ามี 24 โรงเรียนที่แจ้งว่าไม่มีนักศึกษาหลักสูตรป.บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าวมาฝึกปฏิบัติการสอนตามที่ได้แจ้งข้อมูลมายังคุรุสภาว่าได้ส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติการสอนในโรงเรียนเหล่านี้จำนวน 80 คน คุรุสภาจะไปตรวจสอบนักศึกษากลุ่มนี้ว่า ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือยัง หากออกไปแล้ว จะต้องเรียกมาให้ข้อมูลเพื่อกันไว้เป็นพยาน ก่อนจะเพิกถอนใบอนุญาต แต่หากไม่มาให้ข้อมูลจะถือว่าร่วมกันกระทำไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของคุรุสภา ต้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
          บางโรงเรียนก็พบว่ามหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าวแจ้งว่าส่งนักศึกษาไปฝึกสอนหนึ่งคน แต่กลับมีนักศึกษาฝึกสอน 6 คน จึงน่าแปลกใจว่านักศึกษาเพิ่มมาจากไหน โดยมีโรงเรียนหลายแห่งที่มีนักศึกษาส่วนเกินมา อาจเป็นไปได้ว่าคนที่ได้ ป.บัณฑิตไปแล้วอาจหาที่ฝึกสอนให้ถูกต้องส่วนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ทางมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้แจ้งว่าส่งนักศึกษาไปฝึกสอน 34 คน ทั้งที่มีนักเรียน 180 คนนั้น ผมจะเร่งตรวจสอบจะสอนกันอย่างไร เลขาธิการคุรุสภากล่าว และว่า ในวันที่ 21 เมษายน เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอจะเข้าพบเพื่อขอข้อมูล นอกจากนี้จะส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ใช้เป็นหลักฐานและจะขยายการตรวจสอบไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นการผ่าตัดระบบการผลิตครูหลักสูตร ป.บัณฑิตให้เกิดความเป็นธรรมทั้งประเทศ
          นายองค์กรกล่าวต่อว่า ได้รับหนังสือจากบัณฑิตคนหนึ่งที่นำมามอบให้ด้วยตัวเองโดยระบุว่า ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตัวแทนมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ที่อ้างว่าจะให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ที่จบปริญญาตรีทุกสาขา ที่ต้องการจะรับใบ ป.บัณฑิต โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าเรียนและสามารถนำไปเป็นหลักฐานการสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายค่าดำเนินการรายละ 55,000 บาท และจ่ายเงินค่ามัดจำล่วงหน้า 5,000 บาท ซึ่งได้โอนเงินค่ามัดจำในวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นก็โอนเงินที่เหลืออีก 50,000 บาท ในวันที่ 30 มีนาคม และต้นเดือนเมษายน ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ไปรับใบป.บัณฑิต ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใกล้ที่ตั้งมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว ทั้งนี้บัณฑิตคนนี้ได้ขอให้ช่วยเหลือเงินที่เสียไป เพราะหยิบยืมจากญาติพี่น้องเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน
          เลขาธิการคุรุสภากล่าวด้วยว่า ตนยังได้รับหนังสือชี้แจงจากนายสัมฤทธิ์ เพชรสังคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนผาน้อยวิทยาคม จ.เลย บอกว่า ถูกแอบอ้างว่าเป็นอาจารย์ผู้สอนนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ในรายวิชาการพัฒนาหลักสูตร เมื่อวันที่ 26-27 มิถุนายน 2553, วันที่ 3-4 กรกฎาคม 2553 และวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2553 จำนวน 2 ห้องเรียน ทั้งที่ไม่เคยไปสอนหรือบรรยายพิเศษตามวันเวลาดังกล่าว ซึ่งนายสัมฤทธิ์ได้ขอให้ตนดำเนินการตามกฎหมาย เพราะทำให้เสียชื่อเสียงในฐานะที่เป็นข้าราชการครู
          ด้านนายวีระศักดิ์ สาระผล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาก้านเหลือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 5 อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนไม่ได้รับนักศึกษามาฝึกสอนเลยแม้แต่คนเดียว แต่เมื่อสอบถามไปทางคุรุสภาได้รับแจ้งว่ามีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น แจ้งข้อมูลว่า ส่งนักศึกษามาฝึกสอน 4 คน จึงแปลกใจว่าทำไมมีชื่อนักศึกษามาฝึกสอนที่โรงเรียนถือว่าเป็นการแอบอ้าง ทั้งนี้โดยปกติทางมหาวิทยาลัยต้องทำหนังสือแจ้งมาและโรงเรียนต้องตั้งครูพี่เลี้ยงไปดูแลด้วย
          นายสำอางค์ ยั่งยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนคำใหญ่ สพป.ขอนแก่น เขต 5 จ.ขอนแก่น กล่าวว่า โรงเรียนไม่มีนักศึกษามาฝึกสอนในปีที่ผ่านมาแต่มีการระบุจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวว่า ส่งนักศึกษามาฝึกสอน 7 คน
          ขณะที่นายบัวเพชร จันทะนาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนกระเดา สพป.ขอนแก่น เขต 5 จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่โรงเรียนมีรายชื่อแจ้งว่าจะมีนักศึกษามาฝึกสอน 7 คน แต่มาจริงๆ แค่ 2 คนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ห้องกัลปพฤกษ์ 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) คณะกรรมการตรวจสอบที่แต่งตั้งโดย สกอ.ได้สอบปากคำผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกแอบอ้างชื่อว่า มีการส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติการสอน รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเอกชนที่ถูกกล่าวหาด้วย
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายองค์กรเดินทางไปพบกับนายบุญส่ง ทองเชื่อม ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามว่ามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ได้ส่งนักศึกษามาฝึกสอนในสถานศึกษาของ กศน.อำเภอเมืองขอนแก่น 21 คนจริงหรือไม่ ซึ่งนายบุญส่งระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่เคยส่งนักศึกษามาฝึกสอนเลย
          ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมืองจ.นครราชสีมา ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และนายกสมาคมมหาวิทยาลัยแห่งเอเชียและแปซิฟิกกล่าวว่า ข้อเท็จจริงยังไม่สามารถระบุได้ว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าวมีการกระทำผิดจริงหรือไม่  แต่ ทปอ.มีข้อมูลว่ามีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งทั้งเอกชนและในสังกัดของรัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดลักษณะนี้ หากพบการกระทำผิดจริงจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เริ่มตั้งแต่การสั่งปิดหลักสูตรที่มีการกระทำผิดชั่วคราวตั้งแต่ 1 ปีการศึกษาไปจนถึง 5 ปีการศึกษา หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นคำตอบให้สังคม
          อยากให้ สกอ.และหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาทุกหน่วยงาน ตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรแต่ละหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกและเป็นการสร้างมาตรฐานให้เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจแก่สังคม ทัดเทียมมาตรฐานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนานาประเทศเนื่องจากปี 2558 นี้ วงการอุดมศึกษาของไทยกำลังจะมีการประเมินมาตรฐานการศึกษาเพื่อเข้าสู่ระดับประชาคมอาเซียน ให้มีมาตรฐานเป็น1 เดียวกันในระดับภูมิภาค แต่หากยังคงปัญหาประเทศไทยอาจมีปัญหาในการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนได้ ดร.ประสาทกล่าว และว่าประชาคมอาเซียนได้ ดร.ประสาทกล่าว และว่าการประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยวันที่ 23 เมษายนนี้ จะบรรจุปัญหาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเข้าหารือเพื่อร่วมกันพิจารณาจุดยืน และมีมติการตอบโต้สถาบันที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ด้วยการให้ออกจากการเป็นสมาชิกของ ทปอ. รวมถึงภาคีเครือข่ายของ ทปอ.ที่มีอยู่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทปอ.ไม่ต้องการเห็นสถาบันการอุดมศึกษาเอารัดเอาเปรียบนักศึกษา หลอกลวงสังคม สร้างความเสื่อมเสียให้วงการการศึกษาของประเทศ
          นายอัษฎางค์ แสวงการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) กล่าวกรณีที่เลขาธิการคุรุสภาออกมากล่าวหาพร้อมเปิดเผยใบเสร็จรับเงินที่บัณฑิตอ้างว่าได้จ่ายเงิน 50,000 บาทเพื่อซื้อใบ ป.บัณฑิต ว่า ต้องดูก่อนว่าคนที่เซ็นเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยหรือไม่ ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ผู้ที่เซ็นรับเงินจะต้องรับผิดชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ สกอ. และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสภา มอส.ในวันที่ 25 เมษายนนี้
          นายอัษฎางค์กล่าวว่า กรณีที่คุรุสภาลงพื้นที่ตรวจสอบการฝึกปฏิบัติการสอนของนักศึกษาในโรงเรียนหลายแห่ง ซึ่งผู้บริหารโรงเรียน รวมทั้งผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ยืนยันว่าไม่มีนักศึกษามาฝึกปฏิบัติการสอนจริงนั้น เรื่องนี้หากผู้บริหารโรงเรียนยืนยันว่านักศึกษาไม่ได้ไปฝึกสอนจริง ก็แสดงว่านักศึกษาไม่ได้ไปฝึกสอนขัดแย้งกับหลักฐานที่ยื่นต่อมหาวิทยาลัย แสดงว่านักศึกษาเหล่านั้นขาดการฝึกปฏิบัติการสอน จะต้องไปฝึกสอนใหม่ให้ครบตามหลักสูตร ส่วนที่ตนเซ็นชื่อรับรองเอกสารของนักศึกษาเหล่านั้นเพราะมีการเสนอมาตามลำดับขั้นตอน ตั้งแต่คณะกรรมการผู้ควบคุมการสอน กรรมการอนุมัติการสอน เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ได้สอบถามกลับไปแล้วและกำลังรอคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่อยู่
          ด้านนายสมเกียรติ แพทย์คุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาภาค 4 และกรรมการสภา มอส.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสภา มอส. กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสภา มอส. ได้เชิญพยานบัณฑิต 1 ใน 4 คนที่อ้างว่าเป็นผู้ซื้อใบ ป.บัณฑิตมาชี้แจงข้อมูลทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะเชิญบัณฑิตที่เหลืออีก 3 คนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 21 เมษายนนี้ ส่วนอธิการบดี เจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบ กรรมการอนุมัติการสอบ และผู้เกี่ยวข้องภายในมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการ
          ประสานเพื่อเชิญมาให้ข้อมูลเช่นกัน และคาดว่าเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันยังต้องรอหลักฐานเอกสารต่างๆ จากอธิการบดีในวันที่ 25 เมษายน เพื่อนำมาสรุปและเสนอให้สภามอส.พิจารณา โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์จะทราบผลสอบที่ชัดเจนว่ามีการซื้อขายตามที่กล่าวหาหรือไม่
          ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ผมอยากถามทางคุรุสภาว่ามีเหตุผลอะไรถึงออกมาให้ข่าวทุกวัน เพราะตามปกติในขั้นตอนของการสอบสวนจะต้องปิดเป็นความลับเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและป้องกันไม่ให้พยานหนี ไม่เช่นนั้นก็จะกระทบกับผู้ถูกกล่าวหา ทำให้ได้รับความเสียหาย แม้ว่าจะไม่มีความผิดจริงก็ตาม จึงอยากให้ทางคุรุสภาเอาหลักฐานมาชี้แจงให้ชัดเจนก่อนที่จะด่วนสรุป นายสมเกียรติกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 21 เม.ย. 54   อ่าน 41474 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สวทช.ปลื้มผลงานเกิดการลงทุน 14,000 ล้านบาท
24 มิ.ย. 62 | อ่าน 172 ครั้ง
สกอ.เล็งถก กก.แก้เทียบวุฒิ’ม.ตปท.’
01 ก.พ. 55 | อ่าน 72882 ครั้ง
ประกาศผลสอบครู กทม. 1/2559 สอบผ่าน 1,456 คน บรรจุรอบแรก 533 อัตรา เริ่มรายงานตัว 16 พ.ค.2559 นี้
12 พ.ค. 59 | อ่าน 1165 ครั้ง
คู่มือและหลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.-รองผอ.สถานศึกษา 2558
16 มี.ค. 58 | อ่าน 668 ครั้ง
ทวงถามทุน"ครูพันธุ์ใหม่"ส่อลอกคราบเปลี่ยนชื่อแซ่
14 ธ.ค. 54 | อ่าน 54173 ครั้ง
มรภ.จอมบึงตามรอยขอม-ทวารวดี
13 ธ.ค. 54 | อ่าน 14777 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.