Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ก.พ.งัดกฎเหล็กฟันหน่วยงานรัฐเพิกเฉยมติ ก.พ.ค.




      

ก.พ.งัดกฎเหล็กฟันหน่วยงานรัฐเพิกเฉยมติ ก.พ.ค.

          หมายเหตุ - หลังจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ (ซี 9) จำนวน 41 คน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ มท.ยังไม่ได้ดำเนินการ และอ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือที่นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ลงนามหนังสือในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนเกษียณราชการ ที่ได้แจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และจังหวัด มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินการกรณี ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัย หรือก.พ.มีมติให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้
          แนวทางการดำเนินการกรณี ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัยหรือ ก.พ.มีมติให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
          ในกรณีที่ ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัย หรือ ก.พ.มีมติให้ส่วนราชการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีผลทำให้ข้าราชการผู้นั้นต้องกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมย้อนหลังไปในวันที่คำสั่งเดิมมีผลใช้บังคับให้ดำเนินการตามแนวทาง ดังนี้
          1.ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 สั่งแต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
          2.กรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมได้ ถ้ามีตำแหน่งอื่นในประเภทและระดับเดียวกัน ซึ่งข้าราชการผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งว่างอยู่ ให้แต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งที่ว่างดังกล่าว
          3.กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นในประเภทและระดับเดียวกันกับตำแหน่งเดิมได้ให้ อ.ก.พ.กระทรวงเป็นผู้พิจารณากำหนดตำแหน่งเพื่อแต่งตั้งข้าราชการผู้นั้น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
          3.1 ให้กำหนดเป็นตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งโดยให้กำหนดเลขที่ตำแหน่งเป็นเลขที่ตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน และใส่ (ฉ) ไว้ท้ายเลขที่ตำแหน่ง และมีเงื่อนไขว่ากำหนดเพื่อแต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นเป็นการเฉพาะราย ดังนี้
          3.1.1 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ
          3.1.2 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ
          3.1.3 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูงให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ
          3.1.4 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโสแล้วแต่กรณี
          3.1.5 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับใด ให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการระดับนั้น
          3.1.6 กรณีตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับใด ให้กำหนดเป็นตำแหน่งประเภททั่วไประดับนั้น
          3.2 ให้ยุบเลิกตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย (ฉ) นี้ เมื่อข้าราชการผู้นั้นพ้นไป
          4.หากภายหลังปรากฏว่าตำแหน่งเดิมตาม 1 หรือตำแหน่งอื่นในประเภทและระดับเดียวกันซึ่งข้าราชการผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งว่างลง ให้แต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นซึ่งยังดำรงตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย (ฉ) ไปดำรงตำแหน่งดังกล่าวในโอกาสแรกโดยพลัน แต่หากตำแหน่งข้างต้นว่างลงพร้อมกัน ก็ให้แต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งเดิมเป็นลำดับแรก
          5.กรณีการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตาม 2, 3 และ 4 ไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนดสำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้น
          6.เมื่อส่วนราชการได้แต่งตั้งข้าราชการผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย(ฉ) ตาม3.1 แล้ว ส่วนราชการอาจสรรหาบุคคลมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย (ฉ) นั้นได้ แต่ทั้งนี้ให้แต่งตั้งผู้ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ไม่ก่อนวันที่ยุบ
          เลิกตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย (ฉ) นั้นเพื่อควบคุมไม่ให้กรอบอัตรากำลังข้าราชการและงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคคลเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม
          7.การให้ได้รับเงินเดือน สิทธิและประโยชน์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการรับเงินเดือนสิทธิและประโยชน์ของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งตามเดิมหรือตำแหน่งอื่นในประเภทเดียวกันและระดับเดียวกัน เพราะเหตุที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
          ที่กำหนดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 โดยอนุโลม
          ทั้งนี้ ตำแหน่งที่กำหนดเป็นการเฉพาะราย (ฉ) ที่เป็นตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ไม่ถือเป็นตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง
          8.การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไม่กระทบถึงการงานหรือการใดที่บุคคลได้กระทำไป รวมถึงเรื่องของเงินเดือนหรือประโยชน์อื่นใดที่บุคคลได้รับ หรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการในระหว่างที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ตามนัยมาตรา 19 และมาตรา51 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ.2539 และตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 โดยอนุโลม
          9.ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดตามหนังสือนี้ได้ ให้เสนอ ก.พ.พิจารณาเป็นรายๆ ไป

          --มติชน ฉบับวันที่ 18 ต.ค. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 18 ต.ค. 53   อ่าน 9075 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุมคุณภาพอาหารรอบร.ร.
04 ต.ค. 54 | อ่าน 47017 ครั้ง
เปิดช่องครูยื่นไกล่เกลี่ยหนี้ ยึดแบบหนี้กยศ./เกษตรกร
20 พ.ย. 58 | อ่าน 470 ครั้ง
มช.รับ240ล.พัฒนา6กลุ่มงานวิจัยเน้นสังคมภาคเหนือ-ขยับศักยภาพสู่สากล
06 ม.ค. 54 | อ่าน 7884 ครั้ง
เสนอตั้งอนุก.ค.ศ.สพฐ.เคลียร์ปัญหาแต่งตั้ง-โยกย้ายผอ.ร.ร.พรีเมียม
10 มิ.ย. 56 | อ่าน 504 ครั้ง
สกสค.แก้ไขหนี้ครูวิกฤติพันคนแรกเริ่มพ.ค.นี้
08 พ.ค. 60 | อ่าน 349 ครั้ง
รมว.ศึกษา ร้องปฏิรูปการศึกษา หลังไล่3ผู้บริหารรามคำแหง
11 ก.พ. 54 | อ่าน 12401 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.