Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


2 เมษายน เทอดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญชาวอาชีวศึกษา




      

2 เมษายน เทอดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญชาวอาชีวศึกษา

          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาแต่ทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงเรียนรู้งานด้านการพัฒนาจากการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารและห่างไกลทั่วประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของประชาชน และทรงทราบปัญหาในด้านต่างๆ ทำให้ทรงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนที่ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
          โดยทรงเริ่มงานพัฒนาในปี พ.ศ. 2523 โดยทดลองทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 3 โรงเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดอาหารและพัฒนาภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร หลังจากนั้นทรงขยายงานพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จนเกิดโครงการพัฒนาตามพระราชดำริขึ้นอีกหลายโครงการ
          ในการดำเนินโครงการพัฒนาตามพระราชดำริในถิ่นทุรกันดารของพระองค์ทรงเน้นหลักในการอนุรักษ์วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น แบ่งการพัฒนาได้ 6 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านงานนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ และทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาด้านการพัฒนาอาชีพ ด้านการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ ด้านพระราชทานพระราชานุเคราะห์ และด้านความร่วมมือระดับนานาชาติ
          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการเพื่อสนองพระราชปณิธานใน 5 ด้านหลัก ดังนี้
          1. ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน
          พระองค์ทรงดำเนินการ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในปี พ.ศ.2523 เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดปีการศึกษา โดยใช้ผลผลิตการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหารโดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน พระองค์ได้พระราชทานเงินสิ่งของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเกษตร และอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ
          ในส่วนของ สอศ. ระยะแรกได้ร่วมดำเนินการโดยใช้ชื่อว่า โครงการอาหารกลางวัน จากนั้นในปี พ.ศ. 2546 ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืนร่วมกันโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมงและวิทยาลัยการอาชีพจำนวน48 แห่งได้เข้าไปดูแลโรงเรียนในสังกัด สพฐ. อย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ เช่นให้การสนับสนุน ทางวิชาการ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช เป็นต้น ในปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วม จำนวน 1,450 โรง ทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีอาหารกลางวันบริโภคอย่างเพียงพอทุกคน
          นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดำเนิน โครงการฝึกอาชีพในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สอศ. ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการศึกษาด้านอาชีพตระหนักถึงปัญหาและเล็งเห็นความสำคัญของการฝึกทักษะอาชีพพัฒนาสู่ชุมชนจึงรับสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยในปี พ.ศ. 2553 ได้ร่วมฝึกอบรมและพัฒนาครูที่สอนอาชีพในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 185 โรง ดำเนินการโดยสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 140 แห่ง
          2. ด้านการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
          พระองค์ทรงตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเด็กไทย เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานของพระองค์ สอศ. ได้ดำเนินงานใน 3 โครงการ คือ
          1. โครงการนำเนื้อหาการสอน e-Learning หลักสูตรอาชีวศึกษา ใส่ในระบบeDLTV โดยได้นำเนื้อหาของการศึกษาวิชาชีพทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)ของวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวลที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์และเนื้อหาที่เป็น e-Learning ของครูในสถานศึกษาสังกัด สอศ. มาใส่ในระบบeDLTV ของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัด สอศ. ทั่วประเทศใช้เป็นสื่อเสริมในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มทักษะความชำนาญให้แก่นักเรียนนักศึกษาในสาขาวิชาที่สถานศึกษาบางแห่งยังขาดแคลนครู หรือให้นักเรียนนักศึกษาใช้สืบค้น ค้นคว้า หรือเรียนทบทวนบทเรียน
          ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2553 มีเนื้อหาการสอน e-Learning ที่เกี่ยวกับการสอนวิชาชีพที่หลากหลาย สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ On-line ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือนำไปใช้เป็นแบบ Off-line สำหรับระบบเครือข่ายภายใน (LAN)และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Stand alone) จำนวน 1,356 ตอน และได้ฝึกอบรมผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา 414 แห่ง
          2. โครงการซ่อมบำรุงและพัฒนาบุคลากรซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เบื้องต้น เป็นโครงการที่สนับสนุนให้มีการนำคอมพิวเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ สอศ.ได้ดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรของโรงเรียนหรือหน่วยงานในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ให้มีความรู้และทักษะในการดูแล บำรุงรักษา จัดสภาพแวดล้อมและซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เบื้องต้น ให้มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด
          3. องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นความปลาบปลื้มปีติของชาว อกท. ที่พระองค์ทรงรับ อกท.ไว้ในพระราชูปถัมภ์ฯนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงให้ความสนพระทัยกิจกรรม อกท.มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ อกท.ระดับชาติครั้งแรกในงานประชุมวิชาการ อกท.ระดับชาติ ครั้งที่ 11 และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 พระองค์ได้เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด การประชุมวิชาการ อกท. ในพระบรมราชูปถัมภ์ครั้งที่ 32 และงานยมหิน ถิ่นแพร่ อาชีวะเกษตรแฟร์ 54 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินและทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆด้วยความสนพระทัย ตรัสถาม ทรงให้กำลังใจ และทรงให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาและอาชีพ
          การจัดงานในครั้งนี้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ และวิทยาลัยประมงสังกัด สอศ. ได้นำเสนอสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชดำริด้านการเกษตรจัดแสดงในรูปของเมือง 4 เมือง ได้แก่ เมืองเทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และพลังงานทดแทนเมืองอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เมืองสัตวศาสตร์ และเมืองสมุนไพร
          3. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่ที่ทรงพบว่าประชาชนมีความยากจนมาก ประสบปัญหาพื้นที่เสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาพื้นที่การเกษตร การปรับรูปแปลงนา การพัฒนาทางสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในเบื้องต้น โดย สอศ. ได้ดำเนินโครงการตามแนวทางพระราชดำริ ดังนี้
          1. การพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีและวิทยาลัยประมงที่ได้จัดการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรมและประมงได้เข้าไปส่งเสริมและขยายผลการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยรอบสถานศึกษา โดยในปี พ.ศ. 2553 มีสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 50 แห่ง
          2. การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช:สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน พระองค์ทรงสืบสานงานด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2535 ทรงก่อตั้งโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และได้จัดสร้างธนาคารพืชพันธุ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2536 สำหรับเก็บพันธุกรรมพืชที่เป็นเนื้อเยื่อสารพันธุกรรม (DNA) และเมล็ดพันธุ์
          สอศ. ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในกลุ่มเยาวชนจึงได้ดำเนินการโครงการจัดอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนขึ้นโดยในปี พ.ศ. 2553 มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการจัดอนุรักษ์พันธุ์พืชในสถานศึกษาจำนวน 225 แห่ง
          3. โครงการซ่อมบำรุงรักษาระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สอศ.ได้ร่วมดำเนินการโครงการนำร่องการบริหารระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานศึกษาและศูนย์ การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริโดย สอศ.ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการปฏิบัติการซ่อมบำรุงรักษา การฝึกปฏิบัติการแนะนำการใช้งาน การให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาเบื้องต้นให้แก่ครูของสถานศึกษา ห้องเรียนสาขา หรือศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไทยภูเขา ที่เป็นผู้ใช้งานและดูแลระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
          4. ด้านการพัฒนาอาชีพ
          พระองค์ทรงดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมอาชีพแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ด้วยการดำเนินการ การพัฒนากลุ่มอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารรวมกันเป็นกลุ่มอาชีพผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของกลุ่มขึ้นมาเพื่อนำไปจำหน่ายซึ่งจะทำให้ครอบครัวของประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้
          ในส่วนของ สอศ.ได้สนองพระราชดำริโดยร่วมกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำ โครงการวิทยุเพื่อการศึกษาและพัฒนาอาชีพ R-Radio Network เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจข่าวสารโครงการพระราชดำริ โดย สอศ.ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเวลาออกอากาศร้อยละ30 ของผังรายการ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย จ.สุโขทัย และได้ทูลเกล้าฯ ถวาย สถานีวิทยุฯ R-Radio Network จำนวน2 แห่ง คือสถานีวิทยุฯ R-Radio Network ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จ.น่าน และสถานีวิทยุฯR-Radio Network โรงเรียนบ้านเกาะสาหร่าย ชัยพัฒนา จ.สตูล เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา พัฒนาอาชีพชุมชน และเป็นช่องทางสื่อสารของชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกล การผลิตสื่อ และการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ
          5. ความร่วมมือระดับนานาชาติ
          พระองค์พระราชทานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และกลุ่มประเทศเอเชีย ในการพระราชทานความร่วมมือระดับนานาชาตินี้ พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศเหล่านั้น ให้มีสุขภาพดี มีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
          สอศ.ได้ดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริใน โครงการโรงเรียนพระราชทานวิทยาลัยกำปงเฌอเตียล สหราชอาณาจักรกัมพูชา ที่พระองค์ทรงสร้างและพระราชทานเป็นของขวัญแก่ประชาชนชาวกัมพูชา เพื่อตอบแทนน้ำใจไมตรี รวมทั้งแสดงถึงความสัมพันธ์และความเป็นมิตรที่ดีต่อกันของประชาชนทั้งสองประเทศ วิทยาลัยแห่งนี้เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เปิดสอนทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดวิทยาลัยกำปงเฌอเตียลแห่งนี้เมื่อวันที่ 10  พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
          ปัจจุบันวิทยาลัยกัมปงเฌอเตียลมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,541 คน จัดการศึกษาทั้งสายสามัญ เกรด 7-12 ใน 27 ห้องเรียน สายอาชีวศึกษา จำนวน4 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการไฟฟ้า สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชากสิกรรมและสาขาปศุสัตว์ ใน 13 ห้องเรียน  โดย สอศ.มีหน้าที่รับผิดชอบในการสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนในสายวิชาชีพของวิทยาลัยกำปงเฌอเตียล นับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร ครู ผู้บริหาร การจัดการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ สื่อ ครุภัณฑ์ ฐานข้อมูลนักเรียน ทุนพระราชทานแก่ครูและนักเรียน กิจกรรมด้านคุณภาพในการศึกษาดูงาน ฯลฯ

          เนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
          เวียนมาบรรจบครบ 56 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554
          สอศ. ขอน้อมเกล้าฯ ถวายชัยมงคล
          ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
          สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของชาวอาชีวศึกษาตลอดกาลนาน

          --มติชน ฉบับวันที่ 2 เม.ย. 2554 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 01 เม.ย. 54   อ่าน 35597 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชงคสช.รื้อแอดมิชชั่นใหม่
21 ก.ค. 57 | อ่าน 378 ครั้ง
สั่งสพฐ.ส่งข้อมูลโต้ กวพ.อ. ยกเลิกแท็บเล็ตโซน 3 ตามกม.
30 ต.ค. 56 | อ่าน 399 ครั้ง
นวัตกรรมอุปกรณ์จดจำ (MeM) ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตา
04 ส.ค. 58 | อ่าน 417 ครั้ง
เล็งปลดล็อกคนพื้นที่สอนเด็กดอย - ชายขอบ แก้ปัญหาครูย้ายถิ่น
14 มี.ค. 57 | อ่าน 383 ครั้ง
จี้คุรุสภาผ่อนปรนเกณฑ์ให้ตั๋วครูต่างชาติ
28 พ.ย. 57 | อ่าน 352 ครั้ง
EGA TOT กศน. ม.พะเยา ร่วมจับมือพลิกวงการการศึกษาครั้งใหญ่
27 ส.ค. 57 | อ่าน 503 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.