Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


พระเทพฯห่วงเด็กด้อยโอกาสทรงชี้ครูเป็นกลไกสำคัญการศึกษา




      

พระเทพฯห่วงเด็กด้อยโอกาสทรงชี้ครูเป็นกลไกสำคัญการศึกษา

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงเด็กด้อยโอกาส ทรงชี้การศึกษาครูเป็นกลไกสำคัญ อ.จุฬาฯเผยเด็กไทยเผชิญ 3 โรค แถมขาดโอกาสการศึกษา
          เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงบรรยายเรื่อง 30 ปี การพัฒนาเด็กและเยาวชน:ร่วมกันสร้างโอกาสที่ดีกว่า ในการประชุมวิชาการเรื่องทางสู่โอกาสที่ดีกว่า เนื่องในโอกาสสามทศวรรษการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า
          ทุกคนคงรู้จัก ไชลด์ เซ็นเตอร์ หรือการศึกษาที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ใน จ.ตาก ได้ให้ตำรวจตระเวนชายแดนร่วมกับ กศน. สพฐ. และ ตชด. จัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กในพื้นที่ห่างไกล โดยดูที่ศักยภาพของเด็กว่าจะไปที่ไหนต่อได้ตามความสนใจ เช่น อุดมศึกษา สายอาชีวะ ซึ่งเรียกว่าเอาคนเป็นศูนย์กลาง มองคนทุกคนมีความหมายสำหรับรัฐ ทั้งนี้ การทำงานด้านการศึกษาครูถือเป็นกลไกที่สำคัญที่ต้องมีความเข้าใจ และต้องทำงานร่วมกับหลากหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงเกษตรฯ ประมง และองค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะเด็กและชุมชนถือเป็นหัวใจที่สำคัญ
          ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคที่น่าเป็นห่วงสำหรับเด็กไทย ได้แก่ 1.โรคความรักตีบตัน ขาดความรักจากที่บ้าน ทำให้อยู่ในสภาพเด็กกำพร้าเทียม พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแล โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานและคนทำงานในเมือง ปัญหาครอบครัวแตกแยกผลักให้เด็กออกมาหาความรักนอกบ้าน ซึ่งเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์เร็วและปัญหาแม่วัยรุ่น 2.โรคศักดิ์ศรีบกพร่องจากการกดดันของพ่อแม่ จึงต้องหาศักดิ์ศรี การยอมรับแบบผิดๆ จากนอกบ้าน เช่น ตั้งแก๊งซิ่ง และ 3.โรคสำลักเสรีภาพที่ถูกเลี้ยงดูจากการตามใจของพ่อแม่ ทำให้เด็กขาดวินัยและพบปัญหาการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งมีโรงเรียน 30% ที่ไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งมีเด็กด้อยโอกาสการศึกษา 2 ล้านคน เด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 5 ล้านคน
          นายควาง โจ คิม ผอ.องค์การยูเนสโก สำนักงานประจำภูมิภาคด้านการศึกษา ภาคพื้นเอเชียและแปซิก กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤติโลก ส่งผลต่อการศึกษาของเด็ก ได้แก่ 1.ต้นทุนการเรียนที่สูงขึ้นจนผู้เรียนไม่มีกำลังจ่าย 2.อัตราการหยุดเรียนสูงขึ้นเพราะต้องช่วยผู้ปกครองหารายได้ 3.เด็กเสี่ยงออกจากระบบการศึกษาเพื่อลดรายจ่ายครอบครัวและเพิ่มรายได้จากการขายแรงงาน 4.เด็กมีโอกาสได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเพื่อลดรายจ่ายครอบครัว จะต้องปฏิรูปการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ และเพิ่มโอกาสการศึกษาให้เท่าเทียมกัน

          ที่มา: http://www.komchadluek.net



โพสเมื่อ : 01 เม.ย. 54   อ่าน 39384 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
วันสุดท้าย O-Net ไม่มีรายงานทุจริต "สัมพันธ์" ไม่เชื่อกระทู้แฉ! บอกข้อสอบป.6
02 ก.พ. 58 | อ่าน 264 ครั้ง
ตั้งศูนย์เฝ้าระวังรับน้องใหม่
22 มิ.ย. 54 | อ่าน 92947 ครั้ง
ทปอ.มรภ.เร่งส่งข้อมูล’ป.บัณฑิต’ให้สกอ.สอบ
24 พ.ค. 54 | อ่าน 23509 ครั้ง
สมาคมลูกจ้างส่วนราชการฯ ยื่นปฏิรูปโอนย้ายเป็นขรก.-ปรับบำเหน็จใหม่
14 พ.ย. 57 | อ่าน 514 ครั้ง
“อนุบาลศรีสะเกษ” นำนร.เกี่ยวข้าวแบบโบราณ อนุรักษ์“ลงแขก”- หนุนอาหารกลางวัน
19 พ.ย. 53 | อ่าน 15319 ครั้ง
ฟันธง!! งบซื้อครุภัณฑ์ ม.ต้น 279 ล.ล็อกสเปค-มีใบแทรกระหว่างทาง
14 ก.ค. 61 | อ่าน 123 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.