Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ก.ค.ศ.ไฟเขียวพัฒนาบุคลากรการศึกษา เฟ้นมาแล้วทำงานได้ทันที



รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนการแต่งตั้ง ซึ่งกรอบดังกล่าวจะใช้กับผู้ที่จะเปลี่ยนสายงานไปเป็นศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ซึ่งจะทำให้กรอบการพัฒนาตำแหน่งเหล่านี้มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น โดยยึดกรอบแนวคิดใหญ่ คือ ต้องการพัฒนา บุคคลให้มีความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก และเมื่อผ่านการคัดเลือกได้แล้ววันแรกของการทำงานจะต้องสามารถทำงานได้ทันที โดยที่ไม่มี การไปอบรมพัฒนาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนๆอีกต่อไป ดังนั้นใครที่ต้องการจะเปลี่ยนสายงานจะต้องเข้ารับการพัฒนาตัวเองก่อนตามกรอบสมรรถนะที่ ก.ค.ศ.กำหนด

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์อัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 นับรวมกว่า 18 ปีแล้ว และมีอยู่มิติเดียวคือการกำหนดอัตรากำลังครู 1 คนต่อเด็ก 20 คน โดยเป็นการกำหนดอัตรากำลังเชิงปริมาณเพียงด้านเดียวเท่านั้น ดังนั้นที่ประชุมจึงปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่ให้เป็นหลักเกณฑ์ที่มีมิติทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยใช้ฐานการคิดจากโรงเรียนเป็นตัวตั้ง เช่น ในโรงเรียน 1 แห่งควรจะมีอัตรากำลังครูจำนวนกี่คนและให้แยกเป็นครูประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงครูจะต้องมีความรู้วิชาเอกอะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งเกณฑ์อัตรากำลังใหม่นี้ จะทำให้ครูเราถูกปรับลงเหลือประมาณ 8,000 อัตรา แต่เมื่อเหลือจำนวนเท่านี้จะทำให้การกระจายตัวของครูดีขึ้น โดยที่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า 120 คน จะมีครูผู้สอนอย่างน้อย 5 คนในโรงเรียน ทั้งนี้ การปรับหลักเกณฑ์อัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษานี้จะไปเชื่อมโยงกับการผลิตครูของมหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้น ต่อจากนี้ไปการผลิตครูในอนาคตจะเป็นไปตามความต้องการมากขึ้น


“ที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2) ซึ่งเป็นครูสายปฏิบัติการที่ยังไม่จบปริญญาตรีแต่ได้ทำงานและระหว่างการทำงานไปพัฒนาตัวเองจนได้วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งเราได้ทำหลักเกณฑ์ใหม่ขึ้น โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งเชิงวิชาการได้ โดยจะกันสัดส่วนไว้ที่ 50 : 50 แบ่งเป็นใช้ในการคัดเลือกและเปิดสอบแข่งขันทั่วไป” รศ.ดร.ประวิตกล่าว.


ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ


โพสเมื่อ : 30 พ.ย. 63   อ่าน 246 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชี้เด็กเสี่ยงติดยายอดพุ่งหลักหมื่น ศธ.จี้มาตรการ ’4 ต้อง 2 ไม่’ - ไล่ออกครูทำผิดเอง
25 ก.ค. 55 | อ่าน 1368 ครั้ง
กยศ.เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบยอดหนี้ได้ปลอดภัย
23 ก.ค. 61 | อ่าน 511 ครั้ง
ร่างกฎกระทรวงสถาบันอาชีวะลุ้นครม.อนุมัติเปิดรับนศ.ทันที
24 เม.ย. 55 | อ่าน 1460 ครั้ง
"พิษณุ" ฝากแก้ปัญหาองค์การค้า-ปรับราคาตำรา
09 ต.ค. 60 | อ่าน 946 ครั้ง
ชงเข้ามหา’ลัยราคาเดียว
28 ม.ค. 54 | อ่าน 10277 ครั้ง
คุรุสภาเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วม "งานประชุมวิชาการของคุรุสภา" ประจำปี 2561
06 ส.ค. 61 | อ่าน 1538 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ เว็บโรงเรียนสำเร็จรูป | รับทำเว็บโรงเรียน | รับทำเว็บไซต์ 2010.