Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรฯ จ่อยื่น ศธ.ขอคืนสิทธิบริหาร ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน



มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์ ศธ.สัปดาห์หน้า ขอคืนสิทธิบริหารจัดการ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน เพื่อให้การดำเนินงานทุกด้านเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามระเบียบข้อบังคับบริหารหน่วยงานและสถาบันสภาคริสตจักรฯ

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.62 นายวิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และกรรมการมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในวันที่ 28 พ.ย.62 เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดบานปลายจากการที่มีคำสั่งปลด-ไล่ออก นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ และ นายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี เนื่องจากดำเนินงานผิดขั้นตอนโดยเฉพาะในขั้นตอนการอนุมัติ เบิกจ่ายเงินจำนวน 70 ล้านบาท ในโครงการซื้อกิจการและที่ดินโดยรอบโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา จ.บึงกาฬ

เมื่อคณะกรรมการควบคุมจาก สช.เข้ามาดูแลการดำเนินงานของโรงเรียน จึงทำให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนไม่สามารถกำกับและตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินได้ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภายในโรงเรียนและในโครงการต่างๆ ที่ได้มีการชะลอไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบรายละเอียด อันเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับโรงเรียนในอนาคต

ดังนั้นเพื่อทำให้การดำเนินงานทุกด้านเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส มูลนิธิฯ จึงขอใช้สิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยจะยื่นหนังสืออุทธรณ์ภายในสัปดาห์หน้า ต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามความในมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 เพื่อขอคืนสิทธิในการบริหารจัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และเร่งจัดการปัญหาต่างๆ ให้คลี่คลายโดยเร็ว โดยคำนึงถึงประโยชน์ของโรงเรียนและนักเรียนเป็นสำคัญ

หลังจากคณะกรรมการควบคุมจาก สช.เริ่มดำเนินงาน ทางมูลนิธิฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ส่งตัวแทนจากมูลนิธิฯ เข้าพบ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) และ นายเรวัติ ฉ่ำเฉลิม ประธานกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เพื่อชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ในการกำกับดูแลการบริหารจัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รวมทั้งชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่เกิดจากการดำเนินงานผิดขั้นตอน ในกรณีซื้อกิจการและที่ดินโดยรอบโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา จนกลายเป็นสถานการณ์ที่สร้างความไม่เข้าใจต่อหลายฝ่ายทั้งฝ่ายบริหารโรงเรียน สมาคมศิษย์เก่า สมาคมครูและผู้ปกครอง และตัวนักเรียนเอง 

กรณีที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เข้าซื้อกิจการและที่ดินโดยรอบโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา นายวิศาล กล่าวว่า เป็นโครงการที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โดยคณะกรรมการบริหารโรงเรียน (กบร.) รับเรื่องจากคณะกรรมการบริหารภายใน (กบน.) และนำเสนอเรื่องขออนุมัติโครงการฯในช่วงปลายพฤศจิกายน 2561 และในสัปดาห์ถัดมาคือต้นเดือนธันวาคม 2561 คณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการได้ พร้อมอนุมัติงบประมาณ 70 ล้านบาท สำหรับการซื้อโรงเรียน และ 30 ล้านบาทสำหรับซื้อที่ดินโดยรอบโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา แต่มีเงื่อนไขแนบท้ายในหนังสืออนุมัตินั้นว่า "โดยให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย และระเบียบข้อบังคับการบริหารหน่วยงานและสถาบันของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ. 2009"

ในระหว่างนั้น มูลนิธิฯ มีความคาดหวังว่าจะได้รับเอกสารที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติมจากโรงเรียน ในเรื่องการวิเคราะห์เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน (Project Feasibility Study) การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของกิจการนั้น (Due Diligence) ได้แก่ สถานะการเงิน กฎหมายและการดำเนินงาน และการประเมินความคุ้มค่า เพื่อประกอบการอนุมัติในท้ายที่สุด จนเวลาล่วงเลยมาจนถึง 18 ม.ค.62 มูลนิธิฯ จึงพบว่าการซื้อกิจการโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว แต่มูลนิธิฯ กลับไม่ได้รับเอกสารที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติมจาก กบร.และไม่เคยได้รับหนังสือขออนุมัติการเบิกจ่ายเงินจำนวน 70 ล้านบาทในการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น การกระทำในส่วนนี้จึงถือเป็นการทำผิดขั้นตอน หลักเกณฑ์ การจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2016 และระเบียบข้อบังคับการบริหารหน่วยงานและสถาบันของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ.2009 ที่กำหนดให้การเบิกจ่ายเงินจำนวนที่มากกว่า 3 ล้านบาท จะต้องทำหนังสือขออนุมัติจำนวนเงินจากมูลนิธิฯ ก่อนจึงจะดำเนินการเบิกจ่ายได้ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนเป็นไปอย่างโปร่งใส

"เงินของโรงเรียนมีสิทธิใช้เพื่อพัฒนากิจการของโรงเรียน เพื่อประโยชน์ของนักเรียน หน้าที่ของมูลนิธิฯ เป็นเพียงการกำกับดูแลความเหมาะสมในการใช้เงิน ความถูกต้องในการจ่ายเงิน และการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบตามขั้นตอนที่ถูกต้องเท่านั้น เมื่อพบว่ามีการทำผิดขั้นตอน และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อโรงเรียนจึงต้องดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อมีการศึกษาตรวจสอบแล้ว ผู้กระทำผิดก็ได้ยอมรับในข้อผิดพลาดนั้น ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากเจตนาไม่บริสุทธิ์ ที่ผ่านมาคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เปิดโอกาสให้มีการพูดคุยหารือเป็นการภายในเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา แต่ไม่บรรลุผล จึงต้องมีมติให้ลงโทษทางวินัยตามความผิดที่ได้กระทำ จุดยืนของมูลนิธิฯต่อ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในฐานะผู้รับใบอนุญาตนั้น ย่อมอยากเห็นโรงเรียนก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อยากเห็นบุคลากรของโรงเรียนมีความสุขในการทำงานและผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพให้กับสังคม ผมอยากให้มั่นใจว่าโครงการต่างๆ ที่ได้เล็งเห็นว่ามีประโยชน์และริเริ่มไปแล้วนั้น เราจะผลักดันให้ดำเนินการต่อไป พร้อมจัดการให้ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องด้วย" นายวิศาล กล่าว.

ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ


โพสเมื่อ : 20 ธ.ค. 62   อ่าน 317 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สถาบันกศน.ภาคใต้ สานต่อนโยบายการศึกษา เปิดศูนย์เทียบโอนความรู้อิสลามศึกษาเต็มพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษเ
08 ก.พ. 54 | อ่าน 9941 ครั้ง
สนผ.เร่งแผนร.ร.ขนาดเล็ก
01 พ.ย. 55 | อ่าน 1067 ครั้ง
ปลูกจิต นศ.มีงานทำใช้หนี้คืน ม.รัฐ ดันกู้เงินกรอ.-ผ่อนผันค่าเทอม
26 ก.พ. 57 | อ่าน 662 ครั้ง
แนวคิด Constructionism สร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนาปัญญา
26 ก.พ. 59 | อ่าน 706 ครั้ง
คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: ความคืบหน้าของกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่
17 ธ.ค. 55 | อ่าน 810 ครั้ง
ก.ค.ศ.ยืดขอรับการประเมิน เลื่อนวิทยฐานะถึง 14 มิ.ย.นี้
03 มิ.ย. 56 | อ่าน 574 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.