Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


Thinking School พัฒนากระบวนการเรียนการสอน




      

ถอดรหัส Thinking School พัฒนากระบวนการเรียนการสอน

          Thinking School หรือโรงเรียนที่เน้นพัฒนาทักาะการคิดให้กับเด็ก
          เป็นอีกรูปแบบของกระบวนการเรียนการสอนในปัจจุบัน ที่ได้รับความสนใจจากโรงเรียนชั้นนำในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว
          เพราะเป็นวิธีการที่สอนให้เด็กค้นหาคำตอบด้วยการกลั่นกรองความคิดที่หลากหลาย ก่อนจะได้มาซึ่งคำตอบที่อาจไม่ใช่เพียงคำตอบเดียวหรือฟันธงว่าถูกหรือผิด เพราะคำตอบที่เด็กคิดมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น จึงเป็นแรงจูงใจให้เด็กพัฒนาทักษะความคิดอย่างต่อเนื่อง
          สำหรับประเทศไทยโรงเรียนอำนวยศิลป์ ได้นำแนวทางการจัดการศึกษาในแบบ Thinking School มาปรับใช้เป็นครั้งแรก ด้วยเห็นว่าจะเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญของการสอนดังกล่าวคือ ครู ทางโรงเรียนจึงจัดส่งคณะครูไปเข้ารับการอบรมถึงโรงเรียนคิงส์หรือ King's School เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จในการสอนแบบ Thinking School
          ทีมการศึกษา มีโอกาสร่วมคณะนำทีมโดย นางสาวเพชรชุดา เกษประยูร ประธานบริหารโรงเรียนอำนวยศิลป์ เดินทางไปเยี่ยมชมกระบวนการเรียนการสอน ตลอดจนเยี่ยมคณะครู 15 คน ซึ่งเข้าอบรมเป็นรุ่นที่ 2 ด้วย
          นางสาวเพชรชุดา ฉายภาพถึงพัฒนาการโรงเรียนอำนวยศิลป์ว่า ดว้ยภาวะการแข่งขันในการบริการการศึกษาที่สูงขึ้น ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของเด็กให้เพิ่มมากขึ้น โรงเรียนจึงมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เมื่อปี 2539 จากนั้นในปีการศึกษา 2549 ก็เดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ข้อใหญ่ที่เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยมักส่งลูกหลานไปเรียนยังต่างประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อทิศทางอนาคตของประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อทิศทางอนาคตของประเทศ ด้วยโครงการโรงเรียนอำนวยศิลป์มาตรฐานสากล เป็นแผนระยะ 10 ปี (ปีการศึกษา 2549-2558)
          กระบวนการปฏิรูปนั้น มีทั้งการพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพ ที่สำคัญคือ การพัฒนาครูฟันเฟืองสำคัญที่จะบ่มเพาะนักเรียนไปสู่เป้าหมายดยเฉพาะการส่งครูไปศึกษาดูงานตามโครงการ Thai School of Excellence ล่าสุด ยังสนับสนุนงบประมาณพัฒนาวิชาชีพครูตามโครงการ The Thinking School ซึ่งนอกจากเชิญวิทยากรจากต่างประเทศมาจัดอบรมสัมมนาที่โรงเรียนแล้ว ยังส่งผู้บริหารและครูไปศึกษาดูงาน รวมทั้งลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนคิงส์ในปี 2552-2554
          สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการให้เด็กได้เรียนรู้ตามศักยภาพและความต้องการมากกว่ายัดเยียด Thinking School จะสร้างเด็กให้มีศักยภาพเพื่อต่อสู้โลกแห่งการแข่งขันในอนาคต สิ่งสำคัญของกระบวนการคือยังคงสอนเนื้อหาตามหลักสูตร แต่ที่ เพิ่มขึ้นคือ การนำความรู้เหล่านั้นไปใช้โดยผ่านการคิดอย่างสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ และคิดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง 1 ปีที่เราดำเนินการมา เห็นได้ชัดว่าเด็กกล้าแสดงออกอละถามมากขึ้นกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น นอกจากนี้เรายังมุ่งหวังว่าหากได้ผลในระดับมาตรฐานที่น่าพอใจ ก็อยากจะแชร์องค์ความรู้ไปยังสถานศึกษาอื่นๆ ที่สนใจต่อไป นางเพชรชุดา ย้ำถึงข้อดี
          หันมาทางด้านผู้สนับสนุนแนวคิด Thinking School คนสำคัญ ครูใหญ่โรงเรียนคิงส์ นายโทนี ซิสซันส์ ให้ข้อคิดว่า เป็นความรับผิดชอบ ของโรงเรียนที่ต้องพัฒนาเด็กให้สามารถอยู่บนโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และทุกวิชาสามารถใช้กระบวนการคิดได้ทั้งสิ้น กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่มาทดแทนสิ่งที่ดำเนินการมา แต่เป็นการเสริมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          ขณะที่ นายเดฟ แมคอีแวน ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนคิงส์ ผู้ริเริ่มนำ Thinking School มาปรับใช้ในโรงเรียนคิงส์เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา กล่าวเสริมว่า จากเดิมที่ครูพูด เด็กฟัง แต่ Thinking School เน้นให้เด็กคิดสร้างสรรค์(critical) และคิดแบบสะท้อนกลับ reflec tive) และกลไกสำคัญที่นำไปสู่เป้าหมายที่ว่าอย่างมีประสิทธิภาพคือ ครู ที่ต้องคิดวิเคราะห์ และมีมุมมองที่หลากหลายในการนำเสนอบทเรียน ยอมรับว่าเป็นความท้าทายที่ต้องปรับพฤติกรรมการสอนของครูให้มีกระบวนการดังกล่าว แต่ผลสำคัญที่ได้คือครูเองก็มีพัฒนาการ มีแรงจูงใจในการสอน ขณะที่นักเรียนก็มีแรงจูงใจในการเรียน โดยฌฉพาะการมีส่วนร่วมในการเรียน
          กลับมาที่เสียงสะท้อนจากครูโรงเรียนอำนวยศิลป์ซึ่งผ่านการอบรม Thinking School จากโรงเรียนคิงส์บ้าง นายสมาน ถาวรรัตนาวณิช ครูคณิตศาสตร์ ป.6 บอกว่า ได้เห็นบทบาทครูที่ไม่ใช่ทำหน้าที่สอนความรู้อย่างเดียว แต่ต้องสอนทักษะให้เด็กรู้จักประยุกต์ใช้ ตัวอย่างใรงเรียนคิงส์ จะเห็นว่า ครูและศิษย์ไม่มีการแยกแยะสถานะว่าฉันคือครูเธอคือศิษย์ นักเรียนทุกคนจึงเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายได้อย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันครูเองก็เรียนรู้จากเด็กด้วยซ้ำ ดังนั้น การตั้งคำถามให้เด็กคิดวิเคราะห์ เป็นกระบวนการที่น่าสนนใจและเป็นโจทย์ใหญ่ที่ครูต้องทำการบ้านอย่างหนัก
          เช่นเดียวกับ น.ส.วารุณี พูลสวัสดิ์ ครูคณิตศาสตร์ ป.4 เล่าว่า เราต้องการให้เด็กมีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการดำรงอยู่บนโลกอนาคต แต่ระบบการศึกษาไทยยังมีเป้าหมายเพียงแค่การสอบเข้าโรงเรียนดังๆ หรือสอบแอดมิชชั่นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่บั่นทอนความคิดของเด็ก
          ทีมข่าวการศึกษา เห็นด้วยเต็มร้อยกับระบบการศึกษาไทยที่จะมุ่งสร้างเด็กให้รู้จักคิด มากกว่าการให้เด็กเดินตามกรอบที่ครูสอน และวัดประมินผลเพียงแค่การกากบาทเลือกข้อใดถูกที่สุดเท่านั้น ซ้ำร้ายผลลัพธ์การวัดผลของเด็กในวิชาชีพต่างๆ ยังถูกชี้ชัดด้วยคะแนนที่ ตกต่ำ และสุดท้ายก็กลับไปโทษและซ้ำเติมเฉพาะ ตัวเด็ก ทั้งที่แท้จริงแล้วคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กระบวนการเรียนการสอน รวมทั้ง ครู ผู้ถ่ายทอดความรู้ แย่
          และเรามองว่านั้นเป็นหนึ่งในจุดบอดของระบบการศึกษาไทยที่ถึงเวลาต้องสังคายนาใหญ่กันเสียที      
          คงไม่มีใครอยากเห็นงบประมาณที่ทุ่มเทไปเพื่อปฏิรูปการศึกษาสักที่ครั้ง สุดท้ายผลลัพธ์ ก็เป็นความสูญเปล่าซ้ำรอยเดิม.

          --ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 24 ส.ค. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 25 ส.ค. 53   อ่าน 11835 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยหลักเกณฑ์ สาขาวิชาเอก และเขตพื้นที่การศึกษา 112 เขตเปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ.
19 ส.ค. 58 | อ่าน 493 ครั้ง
ไหว้ครู
21 มิ.ย. 54 | อ่าน 168054 ครั้ง
แฉผอ.เชียงใหม่ทิ้งร.ร.กันดารอื้อ 23สถานศึกษาขาดผู้บริหาร
10 พ.ย. 58 | อ่าน 301 ครั้ง
ทปอ.ศึกษาน้ำหนักGAT-PAT
13 ม.ค. 54 | อ่าน 9373 ครั้ง
ศธ.ลุยเพิ่มจัดซื้อครุภัณฑ์ 2 ผอ.หิ้วข้อมูลแจงปัดโกง
16 พ.ย. 55 | อ่าน 712 ครั้ง
สกสค. ยันเงิน 2.1 พันล้าน ไม่หาย!
07 เม.ย. 58 | อ่าน 435 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.