Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


‘หมออุดม’ชี้ระบบทีแคสดี100% เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับไป ‘เอ็นทรานซ์-แอดมิสชั่นส์’ อย่างเดิม



เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำสถานศึกษาต้องเร่งพัฒนาคน การจะปฏิรูปการศึกษาสิ่งสำคัญที่สุดคือความชัดเจน เช่น มีข่าวการสอบคัดเลือกเด็กอนุบาล ประถมศึกษาปีที่ 1 การสอบภาษาอังกฤษเด็ก ป.3 ต้องไปพิจารณาใคร่ครวญดูว่า ทำแล้วเกิดประโยชน์อะไรหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มกับที่ทำและเสียประโยชน์ ทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อน ก็ยกเลิกไป หาวิธีการอื่น ว่า สิ่งที่นายกฯ พูดถือว่าถูกต้อง การจัดการศึกษาทั้งระบบจะต้องสอดคล้องกัน ที่ผ่านมาการศึกษาของบ้านเรายังมาไม่ถูกทาง การให้เด็กสอบเข้า ป.1 สอบภาษาอังกฤษป.3 หรือให้เด็กกวดวิชามากเกินไป ต้องกลับไปมองถึงหลักการของการจัดการศึกษาจริง ๆ ว่าเป็นอย่างไร เราต้องการอะไร และอนาคตการเรียนการสอน จะต้องไม่เน้นวิชาการ แต่ควรเน้นทักษะและสมรรถนะ เพราะเนื้อหาวิชาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขณะที่ปัญหาสำคัญ คือ ครูส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักคิดที่ถูกต้องของความเป็นครู ดังนั้นอาจจะต้องมีการปรับทัศนคติของครูทั้งประเทศ ว่า อนาคตการเรียนในห้องเรียนต้อง ลดลง ศธ.ต้องปรับบทบาท ไม่ได้เป็นเจ้าของการจัดการศึกษา แต่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ตั้งแต่รัฐบาล ที่จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลโรงเรียน และมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นก็ต้องเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลโรงเรียนด้วย ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องมองภาพใหญ่ให้ได้ก่อนว่า ทิศทางการเรียนการสอนของโลกในอนาคต ควรจะเป็นอย่างไร

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ด้วยระบบทีแคสนั้น เท่าที่ฟัง นายกฯ ชื่นชมว่า เป็นระบบที่มีหลักการดีสามารถแก้ปัญหา ให้เด็กอยู่ในห้องเรียน จนจบหลักสูตร ลดปัญหาการวิ่งรอกสอบ ซึ่งระบบเดิมผู้ปกครองบางรายต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน แต่ระบบทีแคส ค่าใช้จ่ายในการสมัครมากสุดไม่เกิน 6-7 พันบาท และที่สำคัญไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงเอง ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ถือเป็นครั้งแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่เปิดคะแนนให้เด็กได้เห็น ข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนี้ทางทปอ. จะต้องไปปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น ซึ่งตนได้พูดคุย กับ ทปอ. และได้มีข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เบื้องต้น จะต้องแยกกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ออกมาเพราะเห็นแล้วว่า ทำให้เกิดปัญหาการกั๊กที่นั่ง และปรับให้แจ้งคะแนนเฉพาะตัวเด็ก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาร้องเรียน ส่วนที่กังวลว่าการแจ้งคะแนนเฉพาะเด็กจะไม่โปร่งใสเป็นธรรมนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่จริง เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ระบบเอนทรานซ์ ไม่เคยมีการแจ้งคะแนนมาก่อน รวมถึงจะต้องกระชับเวลาการรับสมัครแต่ละรอบให้สั้นลง โดยทั้ง 5 รอบไม่ ควรเกิน 2 เดือน

“ปัญหาเกิดขึ้นไม่ถึง 10% แต่เป็นเพราะข้อผิดพลาดที่เกิดจากการสื่อสารผ่านโซเชียล ทำให้เรื่องต่าง ๆ กระจายไปอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่า ทีแคสเป็นระบบที่ดี 100% แก้ปัญหาที่เกิดจากระบบเอนทรานซ์ และ การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์เดิม ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะกลับไปใช้ระบบเดิม แต่เราต้องปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น “นพ.อุดมกล่าว

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจากมติชนออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน 2561


โพสเมื่อ : 14 มิ.ย. 61   อ่าน 110 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ศธ.เตรียมยกเครื่องระบบผลิตครู
06 ก.พ. 58 | อ่าน 342 ครั้ง
สอศ. จัดประกวดสิ่งประดิษฐ์เด็กอาชีวะ หวังต่อยอดเชิงพาณิชย์-จดสิทธิบัตรได้
08 พ.ค. 60 | อ่าน 167 ครั้ง
ชงสมศ.หยุดประเมิน 3 ปีปรับรูปแบบให้เหมาะสม
17 ธ.ค. 57 | อ่าน 394 ครั้ง
สพม.39 ผุด ’STOP TEEN MOM’
01 ส.ค. 57 | อ่าน 970 ครั้ง
ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 693 การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำเขตตรวจราชการ
02 ก.พ. 60 | อ่าน 370 ครั้ง
รับสมัครครูศูนย์เรียนชุมชน
16 มิ.ย. 57 | อ่าน 262 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.