Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปลดล็อกระบบเอื้อการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม




      

ปลดล็อกระบบเอื้อการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

          หากเด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน ก็ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ สสค.จึงมีจุดม่งหมายที่จะปฏิรูปการศึกษา เพื่อเพิ่ม คุณภาพ ด้านการศึกษา ให้เด็กกลุ่มที่ด้อยโอกาสกว่า 13.8 ล้านคน  ได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกับเด็กกลุ่มปกติ
          ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าว
          รัฐบาลจึงให้ความสำคัญการปฏิรูปประเทศไทย และนโยบายเร่งด่วนด้านการปฏิรูปการศึกษา เพื่อลดปัญหาความเหลื่ยมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทย โดยขับเคลื่อนผ่าน 2 โครงการหลัก คือ โครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ยกย่อง เชิดชู ครูสอนดี (ครูสอนดี) และโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะอาชีพ ให้เด็กเยาวชนด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน (เด็กด้อยโอกาส)
          ศ.ดร.กนก เล่าว่า การเรียนระบบปกติในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนได้ตามปกติ ทำให้โรงเรียนรับภาระหนัก สสค.จึงมีหน้าที่เข้าไปปลดล็อกระบบให้ยืดหยุ่นให้โอกาสเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (แอลดี) ได้รับความเสมอภาคเท่าเทียมกับเด็กปกติ เพื่อให้เด็กแอลดีกลับเข้าไปในระบบ เพราะเชื่อว่า การที่เด็กได้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนตามปกติจะเป็นการเตรียมพร้อมการเข้าสู่สังคมในอนาคตได้ต่อไป
          อันดับแรกต้องเข้าไปปลดล็อกระบบการศึกษาในปัจจุบันที่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบคุณภาพนักเรียนทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ปรากฏว่า ผลคะแนนบางโรงเรียนที่มีจำนวนเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (แอลดี) จำนวนมาก ทำให้โรงเรียนสอบไม่ผ่านมาตรฐาน แต่ผลไปตกกับเด็กแอลดีที่ต้องถูกไล่ออกจากระบบ ซึ่งมันไม่แฟร์สำหรับเด็ก ความจริงควรจะแยกการสอบออกต่างหาก แล้วจึงนำผลสอบนั้นมาเฉลี่ยกัน เมื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ในระบบได้ สสค.จะทำให้ระบบยั่งยืนได้โดยการสนับสนุนทุนในการว่าจ้างครูที่ทำหน้าที่ดีเข้ามาดูแลเด็ก สอนเฉพาะหลักสูตรที่เด็กได้ใช้จริง และสนับสนุนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างเต็มที่ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าว
          นอกจากพัฒนาเด็กที่ด้อยโอกาสแล้ว ยังรวมไปถึงประชาชนวัยแรงงานที่ต้องการพัฒนาทักษะอาชีพจำนวนประมาณ 13.8 ล้านคน ประกอบด้วย 16 กลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มเป้าหมายมีลักษณะเหลื่อมล้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กยากจน 3 ล้านคน เด็กพิการ 1.7 ล้านคน เด็กไร้สัญชาติ 3 แสนคน เด็กชนบทห่างไกล 1.6 แสนคน แม่วัยรุ่น 1 แสนคน เด็กเร่ร่อน 9 หมื่นคน เด็กในสถานพินิจฯ 6 หมื่นคน เด็ก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 หมื่นคน และประชาชนที่ด้อยโอกาส 8.8 ล้านคน เฉพาะที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ
          สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จะขับเคลื่อนใน 2 แนวทาง คือ 1.ร่วมทำงานกับหน่วยงานที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว โดยการสนับสนุนเครื่องมือทางการปฏิรูปศึกษา เรื่องทุนในการทำงานด้านการปฏิรูปการศึกษา 2.เข้าไปช่วยเหลือหน่วยงานที่ยังไม่พร้อม แต่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากให้การสนับสนุนแล้วจะติดตามผลการทำงาน โดยการเข้าไปวิจัยเชิงปฏิบัติ สรุปบทเรียน เพื่อนำมาพัฒนาระบบการศึกษาต่อไป
          ส่วนโครงการ ครูสอนดี หมายถึง ครูที่ไม่เพียงแต่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพยายามที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดของผู้เรียน ครูสอนดีเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างครูไทยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูงและอนาคตที่ดีของชาติ สังคมจึงควรเชิดชูยกย่องครูสอนดีที่มีอยู่แล้ว ตลอดจนร่วมกันส่งเสริมให้ครูทั้งมวลเป็นครูสอนดีกันมากขึ้น
          โครงการนี้มุ่งระดมความมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฟ้นหาครูสอนดีผ่านกลไก คณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดี และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งชุดใหญ่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีกรรมการระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น ประกอบด้วยภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ตามแผนปฏิรูปประเทศไทยปี 2554 เพื่ออนาคตไทยที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
          มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ทุก 1 ปีจะคัดเลือกครูสอนดี 2 หมื่นคน รวม 6 หมื่นคน หรือ 10 เปอร์เซ็นของครูทั้งหมด ครูที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนครูสอนดีทุนละ 1 หมื่นบาท ซึ่งพิจารณาจาก 3 ข้อ 1.ครูที่มีวิธีการสอนดี สามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจในบทเรียนได้ดี อดทน ตั้งใจสอน 2.ผลลัพธ์ของการสอนที่ดี เด็กที่จบการศึกษาแล้ว ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิต และ 3.การใช้ชีวิตของครูที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้พบเห็นได้
          คณะกรรมการแต่ละจังหวัดจะพิจารณารายชื่อครูสอนดีเสนอมายังคณะกรรมการชุดใหญ่ จากนั้น จะประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบล่วงหน้า 2 เดือน โดยระหว่าง 2 เดือน คณะกรรมการจะลงพื้นที่ตรวจสอบการสอนของครู หลังจากนั้นจะคัดเลือกจาก 2 หมื่นคน เหลือ 600 คน เพื่อมอบทุนต่ออีกทุนละ 5 แสนบาท เมื่อได้รับรางวัลแล้วให้เขียนแผนงานที่ตนเองใช้เป็นแนวทางของการเป็นครูสอนดี ไปสอนต่อให้ครูคนอื่น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปการศึกษาไปในทิศทางที่ดีต่อไป ศ.ดร.กนก กล่าว
          วันที่ 25 มีนาคมนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกครูสอนดี จะประชุมคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันระบบให้ลดความเหลื่อมล้ำระบบการศึกษาไทยร่วมกัน โดยระยะแรกจะนำร่องโครงการประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นทั่วประเทศ ต่อจากนี้ไปคนไทยต้องหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษา เพราะ การศึกษาเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของคนใดคนหนึ่ง ศ.ดร.กนก กล่าวทิ้งท้าย
          0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0

          ที่มา: http://www.komchadluek.net



โพสเมื่อ : 16 มี.ค. 54   อ่าน 8689 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
การคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการตามนโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" เพิ่มเติ่ม
21 ม.ค. 59 | อ่าน 395 ครั้ง
เปิดค่าย ลูกเสือโลกครั้งที่ 16 ฉลอง100 ปีกระตุ้นให้เรียนรู้เรื่องของการสร้างสรรค์
16 มี.ค. 54 | อ่าน 19575 ครั้ง
ครม.ไฟเขียว ศธ.ยกร่างกฎ ก.ค.ศ. เลื่อนเงินเดือนครูใหม่ ให้ได้ขึ้นตามผลงาน
06 ก.ย. 60 | อ่าน 974 ครั้ง
ชะลอ "เงินกู้ช.พ.ค.7" หลังเบี้ยวหนี้อื้อ
26 มิ.ย. 58 | อ่าน 216 ครั้ง
ศธ.ปรับวิธี-หลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ล้อมคอกปัญหาทุจริต
26 มี.ค. 56 | อ่าน 471 ครั้ง
ปี53 อุดมศึกษากู้เพิ่มได้อีก 2,900 คนเน้นสายวิทย์
18 ส.ค. 53 | อ่าน 10302 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.