Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


"หมอธี"กลบกระแสแตกแยกในศธ.



ย้ำทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษาให้ได้

"หมอธี" กลบกระแสข่าวลือเกิดการแตกแยกในศธ. "ศธภ.-ศธจ." ไม่เกิดประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษา ย้ำทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมสร้างสิ่งใหม่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้ พร้อมออกแบบตัวชี้วัดคุณภาพและเกณฑ์การประเมินตนเอง เชื่อเป็นตัวช่วยที่ทำให้สถานศึกษารู้สมรรถนะจุดอ่อนจุดแข็ง วอนโรงเรียนอย่าเชื่อว่ามีการรับจ้างประเมิน

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ - สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดโครงการประชุมพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวมอบนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคตอนหนึ่ง ว่า การปฏิรูปการศึกษาในระดับภูมิภาคด้วยการให้มี ศธภ.และ ศธจ.นั้นตนยอมรับว่าส่วนตัวมีความกังวล เนื่องจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเกิดความแตกแยกกันเองใน ศธ. ระหว่างสำนักงานปลัด.ศธ. กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)อีกทั้งการมี ศธภ.และ ศธจ.อาจไม่เกิดประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาแต่เมื่อเดินหน้าเรื่องดังกล่าวมาถึงจุดนี้แล้ว ตนเชื่อว่า ศธภ.และ ศธจ.จะร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีคุณภาพ ดังนั้นตนจึงมีความคาดหวังว่า ศธภ.และ ศธจ.จะต้องสร้างสิ่งใหม่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการศึกษาให้ได้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.จะออกแบบตัวชี้วัดคุณภาพและเกณฑ์การประเมินตนเองให้กับ ศธภ.และ ศธจ.ด้วย เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ทราบถึงสมรรถนะจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และอีกบทบาทหน้าที่ของ ศธภ.และ ศธจ. คือ จะต้องติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบ พร้อมกับส่งเสริมงานวิชาการ รวมถึงการจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 และการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ ศธ.ได้เสนอร่างกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.... ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้ว และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อผ่านการรับฟังความคิดเห็นก็จะนำเข้าสู่ ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ 61 และขอย้ำว่าเกณฑ์ประเมินคุณภาพรูปแบบใหม่ ขอให้ฟังนโยบายจากส่วนกลางและ สมศ.เท่านั้น อย่าไปหลงเชื่อว่ามีการรับจ้างประเมิน

โดยแนวทางการประเมินคุณภาพภายในรูปแบบใหม่ สถานศึกษาจะเป็นผู้กำหนด และไม่มีการลงไปประเมินซ้ำซ้อน จาก ศธ. และจะไม่มีการกำหนดตัวชี้วัดอะไรทั้งสิ้น จะใช้มาตรฐานเดียวกัน คือ เมื่อสถานศึกษาประเมินตนเองแล้วก็จะส่งผลการประเมินมายังคณะกรรมการที่จะลงไปตรวจสอบ นี่คือหลักการในเบื้องต้น โดย ศธ.จะเป็นผู้สนับสนุนและกำกับติดตามเท่านั้น ซึ่งการประเมินจะมีคณะกรรมการจาก 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ สมศ., ศธภ.และ ผอ.โรงเรียนที่เป็นอิสระ ซึ่งผลประเมินนอกจากจะเป็นกัลยาณมิตรแล้ว ยังจะทำให้เกิดการกำกับเกิดขึ้นได้ จะไม่มีการสั่งให้ครูใช้เวลานั่งทำตัวชี้วัดแบบเยอะๆ เหมือนที่ผ่านมา

"นอกจากนี้จะมีการปรับหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยให้มีหน่วยงานกลางออกข้อสอบ เช่นเดียวกับการสอบข้าราชการพลเรือนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 เพื่อเริ่มใช้ในการคัดเลือกครูผู้ช่วยในปี 2561 ด้วย"รมว.ศธ.กล่าว.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจากไทยโพสต์ วันที่ 15 มิถุนายน 2560


โพสเมื่อ : 15 มิ.ย. 60   อ่าน 236 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ครูต้องรู้! จะยื่นขอประเมินวิทยฐานะ "ตามเกณฑ์ PA" ได้เมื่อใด
26 พ.ค. 58 | อ่าน 330 ครั้ง
อาชีวะยกพวก! ’จับมือสามัคคี’
19 พ.ย. 53 | อ่าน 12453 ครั้ง
’อาจารย์มอ.’ได้รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี54
05 ส.ค. 54 | อ่าน 35762 ครั้ง
เพิ่มสิทธิประโยชน์สร้างขวัญพนักงานอุดมฯ
22 พ.ย. 59 | อ่าน 180 ครั้ง
ส.ค.ศ.ท.ส่งสเปกนักศึกษาครูมืออาชีพเรียนจบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยสพฐ.-สอศ.
19 มี.ค. 56 | อ่าน 755 ครั้ง
จี้เปิดทางด่วนเป็นครูอาชีวะ
30 ก.ค. 57 | อ่าน 636 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.