Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ผลการประชุม ก.ค.ศ. 11/2559 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559



เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ที่ 486/2559 ได้นำเสนอผลการประชุม ก.ค.ศ. 11/2559 เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2559 เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้


 ● เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานกรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

  • ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก
  • กำหนดสัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการคัดเลือก ร้อยละ 60 และการสอบแข่งขัน ร้อยละ 40
  • ตำแหน่งที่ใช้คัดเลือกต้องเป็นตำแหน่งว่างที่มีอัตราเงินเดือน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือในสถานศึกษา ที่อยู่ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนั้น ๆ ทั้งนี้ ตำแหน่งว่างดังกล่าวต้องเป็นตำแหน่งตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด
  • ผู้มีสิทธิ์สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้

- เป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ หรือเงินรายได้ของหน่วยงานการศึกษา ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับลักษณะงานของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในหน่วยงานการศึกษา สังกัด สพฐ. ตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างหรือเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย ซึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ได้

- มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามมาตรฐานตำแหน่งข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)

- มีประสบการณ์ในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกไม่น้อยกว่า 4 ปี

- มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกได้เพียงตำแหน่งเดียว และจังหวัดเดียว หากปรากฏว่าผู้สมัครคัดเลือกสมัครเกินกว่า 1 ตำแหน่ง หรือเกินกว่า 1 จังหวัด จะถูกตัดสิทธิ์การคัดเลือกทั้งหมด

  • ให้ สพฐ. เป็นผู้กำหนดวัน เวลา ที่คัดเลือก โดยให้ดำเนินการคัดเลือกพร้อมกัน
  • กำหนดให้ทดสอบ 3 ภาคคือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยให้สอบภาค ก และภาค ข ก่อน แล้วจึงให้ผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์เข้ารับการประเมิน ภาค ค
  • ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
  • ให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัครโดยไม่มีการขึ้นบัญชี กรณีมีผู้ผ่านการคัดเลือกไม่ครบตามตำแหน่งที่ประกาศให้บรรจุเท่าที่คัดเลือกได้
  • ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานการศึกษา ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงจะมีสิทธิ์ขอย้าย หรือขอโอน
  • กรณีตรวจสอบภายหลังพบว่าผู้ ได้รับการคัดเลือกรายใดเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด หากได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแล้ว จะถูกเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งทันที

● เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด/กรุงเทพมหานครโดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

  • ให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกโดยกำหนดวัน เวลาในการดำเนินการคัดเลือก และจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก
  • ให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรับสมัครคัดเลือก ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันรับสมัคร
  • ให้สำนักงาน กศน. รับสมัครคัดเลือกไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ โดยยื่นสมัครตามแบบหรือวิธีการที่ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
  • ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือก ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

- เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงาน กศน.

- มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

- ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ หรือ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ หรือ ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าศึกษานิเทศก์เชียวชาญ หรือ ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำว่าหัวหน้ากลุ่มหรือผู้อำนวยการกลุ่ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอันดับ คศ.3 หรือไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ

- มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา

- ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

  • ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือก ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

- เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงาน กศน.

- มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร

- ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด/กรุงเทพมหานคร มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของอันดับ คศ.4 หรือดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าวิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ

- มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา

- ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

  • ดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมิน 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนภาค ก และภาค ข แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนรวม สูงสุดจากมากไปหาน้อย
  • บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้มีอายุบัญชีไม่เกิน 1 ปี
  • ในกรณีผู้ได้รับการคัดเลือกรายใดถึงลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ได้รับการคัดเลือกรายนั้นไม่มารายงานตัว เพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือมารายงานตัวแต่ไม่เลือกหน่วยงานการศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง หรือแจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง กรณีใดกรณีหนึ่ง ให้เรียกตัวผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปมารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้งแทน

● เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือน ในกรณีที่ได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้น ตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองโดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

  • ต้องเป็นคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นต้องได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้น ภายหลังวันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นต้องเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ
  • คุณวุฒิที่ได้รับเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้นต้องเป็นคุณวุฒิในสาขาวิชาเดียวกันกับคุณวุฒิระดับปริญญาตรี และหรือระดับปริญญาโทที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้ง หรือเป็นคุณวุฒิที่ตรงกับสาขา หรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้นั้นได้ทำการสอน หรือเคยทำการสอนเป็นคุณวุฒิที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดโดยความเห็นขอบของ ก.ค.ศ.
  • ให้มีผลบังคับใช้กับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อภายหลังจากหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้ โดยไม่มีผลกระทบกับผู้ที่ได้เข้ารับการศึกษาและได้รับอนุมัติปริญญาก่อนวันประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการนี้

● เห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรฐานวิทยฐานะ ด้านคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะครูชำนาญการ และคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯว17/2552และว10/2554ได้แก่

  • คุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ตามหลักเกณฑ์ ว17/2552

- ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี 4 ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโท และ 2 ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาเอก หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า และผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

- ทั้งนี้ วุฒิดังกล่าวต้องเป็นวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง และเป็นวุฒิในสาขาวิชาเดียวกับวุฒิระดับปริญญาตรีและหรือปริญญาโทที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว หรือเป็นวุฒิที่ตรงกับสาขาวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้ขอได้ทำการสอน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.

  • คุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ตามหลักเกณฑ์ ว10/2554

- ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี 2 ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโท และ 1 ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาเอก หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า และผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

- ทั้งนี้ วุฒิดังกล่าวต้องเป็นวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง และเป็นวุฒิในสาขาวิชาเดียวกับวุฒิระดับปริญญาตรีและหรือปริญญาโทที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว หรือเป็นวุฒิที่ตรงกับสาขาวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้ขอได้ทำการสอน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.

ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือน ในกรณีที่ได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้น


อนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่าง จากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพิ่มเติม

  • เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เพิ่มเติม 1 อัตราเป็นตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 สังกัด สพฐ.
  • เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เพิ่มเติม 3 อัตราเป็นตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร 1 อัตรา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 จำนวน 1 อัตรา และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 จำนวน 1 อัตรา

โดยให้จัดสรรในหน่วยงานการศึกษาที่มีกรอบอัตรากำลังไม่เกินกรอบอัตรากำลังหรือเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ คปร.กำหนด โดยเคร่งครัด และให้นำเสนอ ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาต่อไป


● เห็นชอบให้มีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในประเด็นหลักเกณฑ์การย้ายกรณีปกติ ในส่วนของคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอย้ายกล่าวคือ

  • ต้องดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้ายเพื่อให้มีระยะเวลาในการพัฒนาสถานศึกษาให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์
  • ไม่อยู่ในระหว่างลาศึกษาต่อเต็มเวลา
  • กรณีการย้ายสับเปลี่ยนนอกจากมีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 แล้ว ในวันที่ยื่นขอย้ายต้องเป็นผู้ที่มีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ครบเกษียณอายุราชการ

ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอย้ายที่ปรับปรุงใหม่นี้ ให้มีผลใช้บังคับสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จะยื่นคำร้องขอย้าย ประจำปี พ.ศ.2560 เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว347 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2559 มาใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 และได้อนุมัติตั้งนายไพบูลย์ อินทร์งาม ตำแหน่งนักวิชาการการเงินและบัญชี ระดับชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 เป็นกรรมการผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ใน ก.ค.ศ. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แทนนายชาญ คำภิระแปง

ดรุวรรณ บุญมาก, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ก.ค.ศ.: ถ่ายภาพ
28/11/2559

 

ขอบคุณที่มาจากเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559


โพสเมื่อ : 29 พ.ย. 59   อ่าน 379 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.ส่งทีมนักเรียนไทยแข่งหุ่นยนต์นานาชาติทดสอบฝีมือที่กุ้ยหลิน
11 ส.ค. 54 | อ่าน 131018 ครั้ง
เล็งปล่อยกู้กองทุนตั้งตัวได้ต.ค.
14 ส.ค. 55 | อ่าน 943 ครั้ง
ก.ค.ศ.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงกรอบระยะเวลาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.เพิ่มเติม
31 ต.ค. 59 | อ่าน 488 ครั้ง
คอลัมน์: เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์: พันธุ์เก่ากับพันธุ์ใหม่
20 ม.ค. 54 | อ่าน 10438 ครั้ง
ก.ค.ศ.เล็งแก้กม.เงินเดือนรับเกณฑ์คัดผอ.ร.ร.ใหม่ เลือกรับเงิน "ประจำตำแหน่ง-วิทยฐานะ" ทางเดียว
08 ก.ย. 59 | อ่าน 343 ครั้ง
’มศว’จัดเต็ม’ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ’ รวมองค์ความรู้ย้ำสถานภาพมหาวิทยาลัยเพื่
02 พ.ค. 55 | อ่าน 4021 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.