Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


จี้โละตั๋วผู้บริหารร.ร.แก้ครูทิ้งนักเรียน แห่เรียนป.โทบริหารศึกษา เปิดคนนอกนั่งผอ.เขตฯ



เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ โดยการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาจะไล่ตามขนาด ตั้งแต่โรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ตามลำดับ เปิดโอกาสให้ครูหรือศึกษานิเทศก์ที่มีประสบการณ์สอนมาไม่น้อยกว่า 10 ปี สมัครสอบคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่จะเป็นการเข้าสู่ตำแหน่งโดยการประเมินผลการทำงานและเลื่อนไปตามลำดับ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ ว่า ในภาพรวมตนเห็นด้วยกับการปรับปรุงหลักเกณ์การเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าวเพราะจะช่วยแก้ปัญหาผู้อำนวยการสถานศึกษาขาดประสบการณ์บริหารโรงเรียน แต่ที่กังวลคือระบบการประเมินการทำงาน และประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่จะเกิดการทุจริตเล่นพรรคเล่นพวก ดังนั้น จึงอยากให้ดูให้รอบคอบและระมัดระวัง โดยกระบวนการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ดูแลเพียงฝ่ายเดียว

“ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องคือ อยากเสนอให้ผู้ที่เข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาได้แล้วไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาอีก เช่นเดียวกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือวิชาชีพอื่นที่เข้าสู่ตำแหน่งบริหารได้โดยไม่มีใบอนุญาตฯทางการบริหาร เพราะทำให้เกิดความโกลาหล ครูที่ต้องการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาก็จะแห่มาเรียนหลักสูตรบริหารการศึกษา ซึ่งจะทำให้ไม่มีเวลาสอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีแนวคิดให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไต่ขึ้นมาจากผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่นั้น มองว่าอาจจะทำให้ได้คนที่ยึดติดกับระบบราชการเกินไปและทำให้การบริหารงานตามนโยบายเกิดความล่าช้า ไม่คล่องตัว ดังนั้น จึงอยากให้ปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท.และรองผู้อำนวยการ สพท. โดยอยากให้เปิดกว้างและยืดหยุ่นให้ผู้ที่มีประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งภาคราชการและเอกชนสามารถเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท.ได้ เพื่อให้ได้ผู้ที่มีความสามารถในเชิงบริหารมาดูแลเขตพื้นที่ฯ เชื่อว่าจะทำให้การทำงานตามนโยบายมีความคล่องตัวขึ้น

นายสุทธิพงษ์ โมราวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ใหม่ มีข้อดี คือจะทำให้มีระบบการคัดกรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์เข้ามาบริหารโรงเรียน ซึ่งระบบเดิมที่ใช้วิธีการสอบอย่างเดียวทำให้ 10 ปีที่ผ่านมาเราได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่เก่งวิชาการแต่ไม่มีประสบการณ์ ทำให้บริหารคนไม่ได้ ส่วนที่มีข้อกังวลว่าระบบการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่จะเกิดความไม่โปร่งใสเล่นพรรคเล่นพวกนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ประเมินจะต้องคัดกรองคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานอยู่แล้ว แม้จะมีระบบอุปถัมภ์อยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นการอุปถัมภ์ที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม ยอมรับว่าผู้ที่รู้จักกับผู้ประเมินอาจได้เปรียบบ้าง แต่สุดท้ายผู้ประเมินก็ต้องคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถ ไม่เช่นนั้นก็ทำงานไม่ได้

 

 

ขอบคุณที่มาจากมติชนออนไลน์ วันที่: 12 ก.ย. 59 เวลา: 14:47 น.


โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 59   อ่าน 381 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
วชช.เร่งพัฒนาหลักสูตร
18 ส.ค. 54 | อ่าน 15421 ครั้ง
ครม.ไฟเขียว งบฯ59 วงเงิน2.72 ล้านลบ. กระทรวงศึกษาติดอันดับงบสูงสุด5.2 แสนล.
29 เม.ย. 58 | อ่าน 324 ครั้ง
ศธ.เซ็นซื้อแท็บเล็ตแทนไอซีที
22 มิ.ย. 55 | อ่าน 972 ครั้ง
ประชาคมอาเซียนมหาวิทยาลัยไทยทำอะไรอยู่?
11 ต.ค. 54 | อ่าน 40965 ครั้ง
สกอ.จัด’วันสหกิจศึกษา’6มิ.ย.
27 พ.ค. 54 | อ่าน 93318 ครั้ง
น.ศ.’ม.มหามกุฏฯ’ร้องศธ.ทบทวนปลดบิ๊กศูนย์ชุมแพ
19 พ.ค. 54 | อ่าน 29548 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.