Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูอนามัยประจำ ร.ร.น้อย ไม่ผ่านการอบรม ไม่มีประสบการณ์ ทำสุขภาพ นร.แย่



HITAP เผยผลวิจัยชี้งานอนามัยในโรงเรียนย่ำแย่ มีครูดูแลสุขภาพเด็กทั้ง ร.ร. แค่ 1 - 2 คน แถมไม่มีประสบการณ์ ไม่ผ่านการอบรม อ่านแปลความหมายการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่เป็น ขาดการสนับสนุนจาก รพ. อุปกรณ์ล้าสมัย หวั่นกระทบสุขภาพ นร. ระยะยาว แนะทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน ผลักดันครูประจำชั้นทุกคนทำงานอนามัย ดูแลโภชนาการเด็ก คัดกรองสายตา การฟัง พัฒนาการ ช่องปาก

นายดนัย ชินคำ นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) กล่าวถึงการประเมินการบริการอนามัยโรงเรียนระดับประถมศึกษาในปี 2557 - 2558 ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ว่า จากการวิจัยพบว่า ครูที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านอนามัยโรงเรียน มีเพียง 1 - 2 คนต่อโรงเรียน และเป็นครูที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ มักทำงานน้อยกว่า 2 ปี แต่ต้องดูแลสุขภาพนักเรียนทั้งโรงเรียน ทั้งที่ไม่เคยมีการเรียนการสอนในระบบการศึกษาของครูหรือผ่านการอบรมก่อนรับงานเป็นครูอนามัยของโรงเรียน อีกทั้งขาดระบบสนับสนุนจากโรงพยาบาล เครื่องมืออุปกรณ์ชำรุดล้าสมัย

“นอกจากนี้ ระบบข้อมูลและการรายงานผลสุขภาพเด็กมีหลากหลาย ซ้ำซ้อน บางแบบบันทึกไม่ได้รับการปรับปรุงมานาน ไม่มีการอบรมวิธีใช้เครื่องมือ ทำให้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพเด็ก แม้โรงเรียนจะมีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง แต่ไม่ได้นำข้อมูลมาแปรผลหรือใช้ประโยชน์ เนื่องจากไม่มีการอบรมครูเกี่ยวกับการอ่านและแปลความหมายของข้อมูลที่บันทึก ทำให้เด็กไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม พบว่าพื้นที่ที่ชุมชนกับโรงเรียนมีส่วนร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ส่งผลให้เด็กได้รับการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้น” นายดนัย กล่าว

นายดนัย กล่าวว่า งานวิจัยยังพบว่า นอกเหนือจากบริการในระดับบุคคล มาตรการในระดับโรงเรียนหรือระดับชาติ ได้แก่ เรื่องอาหารกลางวัน นมโรงเรียน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกโรงเรียน เช่น การจัดการขยะ การจัดการร้านค้า การโฆษณาขนมเด็ก ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ทั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนคือ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรมาร่วมกันหารือ ทำให้ครูประจำชั้นทุกคนเป็นครูอนามัยของนักเรียน จัดทำคู่มือมาตรฐานการดูแลสุขภาพที่ระบุบทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะเรื่องภาวะโภชนาการ โลหิตจาง ความผิดปกติทางสายตาและการได้ยิน และอนามัยในช่องปาก จัดให้มีระบบรายงานและติดตามเพียงระบบเดียวที่สามารถใช้ได้ทุกหน่วยงานของรัฐและผู้ปกครองเพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนและเป็นภาระการรายงาน รวมถึงจัดอบรมครูทั้งหมดให้มีความสามารถในการดูเด็กนักเรียนตามคู่มือมาตรฐานและใช้ประโยชน์จากระบบรายงานเพื่อติดตามความก้าวหน้าและค้นหาปัญหาเร่งด่วนเพื่อส่งต่อ 

 

ที่มาMGR Online วันที่ 10 มิถุนายน 2559


โพสเมื่อ : 14 มิ.ย. 59   อ่าน 385 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
อธิการฯสวนสุนันทาค้านผลิตครู6ปี แนะทางแก้มุ่งดึงคนเก่งเข้ามาเรียน
04 ธ.ค. 53 | อ่าน 28178 ครั้ง
ศธ.เดินหน้าเพิ่มข้อสอบอัตนัยภาษาไทย 30%
08 ส.ค. 59 | อ่าน 1498 ครั้ง
สกศ.ให้ 2 เม.ย.จัดงานหนังสือเด็ก
03 เม.ย. 55 | อ่าน 9818 ครั้ง
สำนักงาน ก.ค.ศ.: การดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
26 มิ.ย. 55 | อ่าน 1134 ครั้ง
นายกฯแนะศธ.เพิ่มคุณภาพเอกชน
27 ธ.ค. 54 | อ่าน 110442 ครั้ง
รมว.ศธ.ระบุ กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีพรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน
20 ก.พ. 54 | อ่าน 10871 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.