Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


"หนี้ครู" : คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน



มติชนรายวัน
วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

 


ว่ากันเรื่องของ "หนี้ครู" จัดเป็นมหากาพย์ฉบับยาวที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะจบลงที่ไหน

ตั้งแต่ ระดับหัวกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไหนแต่ไร ผ่านทั้งรัฐมนตรีว่าการและปลัดมามากมาย ปัญหาหนี้ของครูที่หลายนโยบายล้วนสรรหาเพื่อมาปลดหนี้ให้ สุดท้ายไปไม่ถึงไหน

ที่ว่าไปไม่ถึงไหน ไม่ได้หมายว่าไม่มีความพยายามจะแก้ปัญหา แต่มีความพยายามจะแก้แล้วอย่างจริงจัง แนวคิดมากมายระดมสมองออกมา ทั้งรูปของนโยบาย โดยเฉพาะการไปต่อรองกับเจ้าของหนี้ที่เป็นธนาคารรัฐ

สุด ท้ายแล้วไม่ได้ทำให้ภาพรวมของการเป็นหนี้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีอยู่ การแก้ปัญหาก็คาราคาซัง

ไม่ว่าครูเก่าที่พอกหนี้ ส่วนครูใหม่ที่มีเหตุผลจำเป็นและไม่จำเป็นก็กระโดดเข้ามาเป็นหนี้

ครู หลายคนให้สัมภาษณ์ในข่าวยืนยันว่าจำเป็นต้องกู้หนี้ด้วยเหตุผลหลากหลาย ตั้งแต่กู้ไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กู้เพื่อสร้างบ้าน กู้เพื่อค่าเทอมลูกหลาน กู้เพื่อใช้หนี้ กู้เพื่อผ่อนรถและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ขึ้นชื่อว่ากู้แล้วก็ตกอยู่ในสถานะ "ลูกหนี้" ทันที

คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับวินัยของ "ลูกหนี้" จะทำได้ดีแค่ไหน

ส่วนที่กู้ไปแล้วเป็นลูกหนี้ที่ดีก็ยังมีอยู่ ผ่อนจ่ายตรงตามนัดหมายตลอด แต่ไม่ค่อยมีใครแสดงตัวให้เห็น

เมื่อได้ย้อนกลับไปอ่านข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับหนี้ครู บางประเด็นก็เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ต่างกัน

"มติ ชน" ฉบับวันที่ 6 ต.ค.2542 สมัย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีศึกษาธิการ เผยตอนหนึ่งว่า "คณะที่ปรึกษากำลังหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งครูกว่า 90% ของทั้งระบบมีภาระหนี้สินประมาณ 180,000 ล้านบาท จะไม่ยอมให้ครูมีหนี้เพิ่มถึง 2-3 แสนล้านบาทแน่"

ข่าวนี้ผ่านมาแล้วถึง 16 ปี หนี้ของครูทั้งประเทศเป็นตัวเลขกลมๆ ในวันนี้ก็ไม่ต่างจากวันนั้น

"มติ ชน" ฉบับวันที่ 12 ธ.ค.2550 วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่าทำหนังสือแก้ปัญหาหนี้ครูออกมา 5 หมื่นเล่ม แล้วแจกจ่ายไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ภายในจะมีกรณีศึกษาที่ไม่รู้มาก่อน ยกตัวอย่างให้เห็นว่าที่เคยเกิดขึ้นมามีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ทำให้ครูที่มีปัญหาคล้ายกันไม่เข้าไปอยู่ในกับดักเดียวกัน และครูที่ยังไม่เป็นหนี้เมื่อเห็นถึงปัญหาแล้วจะไม่อยากเข้ามา

ตอน ท้ายข่าวยังระบุ หนังสือเล่มนี้มีคำถามยอดฮิตที่มักจะได้รับปรึกษาอยู่เป็นประจำจากครู เช่น ถามว่าผ่อนจักรยานยนต์ รถยนต์ โทรทัศน์ ขาดส่งไปแล้วจะทำอย่างไร หรือบ้านถูกฟ้องจะต้องทำอย่างไร

นั่นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ถึงขั้นทำคัมภีร์ออกมาช่วยเป็นเครื่องเคียง แต่ทุกอย่างก็ยังวนเวียนกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

วันนี้ หลายคนกำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจะช่วยครูปลดหนี้หรือลดหนี้ลงมาอย่างไร แต่ไม่มีใครไปตอกย้ำการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คนของหน่วยงานพยายามไปเจรจากับแบงก์รัฐที่ปล่อยกู้ให้ช่วยลดราวาศอก ทั้งยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย ต่อรองกันอย่างนี้ ไม่ว่ายุคไหนๆ มันก็ยากที่แบงก์เจ้าของหนี้จะยอมผ่อนปรนให้

อย่าลืมว่า ครูอีกมากที่จ่ายหนี้แบงก์ตรงเวลา ไม่เคยผัดผ่อนหนี้ บริหารหนี้ตามวินัยการเงินของตนเอง หากจะไปลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้อื่นๆ จะกลายเป็นความไม่เป็นธรรมของลูกหนี้กลุ่มนี้เช่นกัน

ทำไมไม่มีใคร ไปถามครูที่จ่ายหนี้ตรงเวลาว่าทำอย่างไร ทำไมไม่เอามาตั้งโจทย์หาคำตอบกันบ้าง บางคนหนี้ใกล้หมดก็ยังกู้เงินก้อนใหม่ แล้วก็บริหารหนี้อย่างตรงไปตรงมา น่าจะเป็นแบบอย่างที่ควรหยิบออกมาพูดเสียงดังๆ ให้เท่าๆ กัน

หรือจะลองทำคัมภีร์อีกสักเล่ม ทำเป็นแบบสำรวจไปถามครูที่ทำหน้าที่ "ลูกหนี้" ที่ดี ทำได้อย่างไร ในเมื่อเป็นครูเหมือนๆ กัน

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558


โพสเมื่อ : 18 พ.ย. 58   อ่าน 327 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สอนค่านิยมหลักเด็กไทยต้องให้ปฏิบัติจริง
21 ก.ค. 57 | อ่าน 550 ครั้ง
สพฐ.ยืนยันไม่ทอดทิ้งครูใต้
11 มิ.ย. 55 | อ่าน 896 ครั้ง
แนวทางการผ่อนคลายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
10 ส.ค. 58 | อ่าน 493 ครั้ง
“สุเทพ” ฮึ่มอาชีวะเอกชนฉ้อโกงขับออกนอกระบบ
13 ก.พ. 61 | อ่าน 904 ครั้ง
ครม.เห็นชอบปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 4 ให้พนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ
21 ก.ค. 58 | อ่าน 920 ครั้ง
ปลื้มคะแนนโอเน็ต ป.6 และ ม.3 สูงกว่าปี 53
27 เม.ย. 55 | อ่าน 3130 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.