Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูไทยช็อก พบเด็กมัธยมติดไพ่-ไฮโล-หวยใต้ดิน งอมแงม ทัศนคติเล่นพนันแล้วรวย



ครูแม่ฮ่องสอนพบ เด็กมัธยมติดไพ่-ไฮโล-หวยใต้ดิน งอมแงม พร้อมความเชื่ออันตราย เล่นพนันแล้วรวย เมินติดพนันทำสมองเสื่อม ชี้เห็นภาพพ่อแม่เล่นพนันทำเด็กซึมซับ ด้านนักวิชาการ แนะล็อตเตอรี่-หวยชาเขียว ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านี้

 

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมพัฒนาประเด็นวิชาการ เรื่อง“แนวทางการพัฒนากลไกการลดผลกระทบจากการพนัน” ครั้งที่2 ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะการลดปัญหาการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ โดยมีตัวแทนจากท้องถิ่น สถานศึกษา และนักวิชาการเข้าร่วมเสวนา

 

นายเสกสรร เย็นสุหัส ครูที่ปรึกษาชมรมต้นกล้าเมืองแม่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จาการสำรวจปัญหาการพนันในหมู่นักเรียนชั้นม.1-ม.6 พบว่า เล่นพนันไพ่มาเป็นอันดับ1 รองลงมาเป็นไฮโล หวยใต้ดิน น้ำเต้าปูปลา และพนันบอลตามลำดับ และเมื่อสอบถามไปยังนักเรียนเกี่ยวกับ การส่งข้อความชิงรางวัล ลุ้นโชค เสี่ยงโชค ด้วยSMS นักเรียนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ไม่ถือเป็นเรื่องของการพนัน ซึ่งถือเป็นความเชื่อที่ผิด และที่น่าตกใจมากกว่านั้น ส่วนใหญ่เห็นว่าการพนันทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งถือเป็นความเชื่อที่ผิดและอันตรายอย่างมาก รวมทั้งน้อยคนที่จะเชื่อว่า การพนันเสมือนกับการติดสารเสพติด ทำให้สมองเสื่อม


“ปัญหาที่ทำให้เด็กติดพนัน ส่วนหนึ่งเกิดจากภาพชินตาจากพ่อแม่ที่เล่นการพนัน จากผลสำรวจคนในพื้นที่พบค่านิยมอันน่าตกใจที่ส่งเสริมให้ผู้เป็นพ่อทำงาน ส่วนแม่ตั้งวงเล่นไพ่ ไฮโล ตรงนี้ทำให้เด็กซึมซับ เห็นการพนันเป็นเรื่องปกติเมื่อโตขึ้น หากบวกสิ่งเร้า อย่างเพื่อนชวน ครูในโรงเรียนไม่เข้มงวด ก็จะยิ่งเป็นชวนเชื้อชั้นดี ให้เด็กเล่นพนันจนติดเพิ่มมากขึ้น”ที่ปรึกษาชมรมต้นกล้าเมืองแม่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าว

 

นายเสกสรร กล่าวต่อว่า การเข้าถึงการพนันในเยาวชนสมัยนี้ ไม่จำเป็น ต้องตั้งวงเล่นเหมือนกับสมัยก่อน จนเป็นที่สังเกต ยกตัวอย่างเช่น การเล่นไฮโล จะมีการโหลด APP ลูกเต๋าไฮโล ลงมือถือ เมื่ออยากได้เสีย ก็จะมีการเขย่าที่มือถือ แล้วจ่ายเงินกันตรงนั้น เลย หากไม่สังเกตก็จะไม่รู้ว่าเด็กกลุ่มนั้น กำลังเล่นการพนันกันอยู่ จะเห็นว่าเยาวชนสามารถเข้าถึงการพนันได้อย่างง่ายดาย หรืออีกกรณี ไปสำรวจตามงานศพของหมู่บ้าน จ้าวมือไฮโล จะจ่ายเงินให้เจ้าของงานศพ 10,000 บาทก่อนตั้งวง แต่เดิมตั้งสวดศพเพียง 3 คืน เดี๋ยวนี้อย่างต่ำต้อง 7 คืน เพื่อที่จะได้เล่นไฮโลกันนานขึ้น

 


นางนวลฉวี บุญจันทร์ รองนายกฯอบต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จากผลสำรวจการเล่นพนันในท้องถิ่นพบว่า ชาวบ้านมักเล่นห้วยใต้ดินมาเป็นอันดับ1 ความถี่ของการเล่นเป็นครั้งคราว อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่จำไม่ได้ว่าเสียหรือได้ แต่ส่วนใหญ่จะเสียมากกว่า ตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไปจนถึง 500 บาท เฉลี่ยสัดส่วนชายหญิงที่เล่นมีเท่ากัน สิ่งที่น่าตกใจ คนที่เล่นหวยอายุ 12-15 ปี มีสัดส่วนถึง 21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ที่มีเยาวชนหันมาเล่นหวยใต้ดินกันมากขึ้น หากรวมเงินที่เสียไปจากหวยใต้ดินเฉลี่ยทั้งหมู่บ้าน ประมาณ 85 ครัวเรือน จะมีมากกว่า 15 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นเม็ดเงินจำนวนมากที่เสียไปกับการพนัน

 

นายรณวิทย์ สิมะเสถียร อุปนายกสมาคมวิทยุและสื่อ เพื่อเด็กและเยาวชน(สสดย.)กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการตีความ ในส่วนของนิยามเรื่องการพนัน อย่างในต่างประเทศทั่วโลก การพนันจะมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างประกอบด้วย 1.การวางเดิมพัน การแทง 2.การเสี่ยงโชค และ3.เงินรางวัล ถ้ากิจกรรมใดเข้าข่าย 2 องค์ประกอบนี้ถือว่า เป็นการพนัน แต่ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดคำนิยามตรงนี้ใส่ไว้ในกฎหมาย


“ยกตัวอย่างเช่นกรณี การส่งเสริมการขายด้วยวิธีการเสี่ยงโชค แม้ไม่มีการระบุชัดว่าเป็นการพนัน แต่การโฆษณาเพื่อให้ซื้อสินค้า เพื่อจับรางวัล ที่มีมูลค่ามากกว่าราคาสินค้านั้น ถือว่าเป็นการกระตุ้นในส่วนของพฤติกรรมการเสี่ยงโชคหรือไม่ ไม่เท่านั้นยังพบการบางรายการยังพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดที่กระทรวง มหาดไทยกำหนดไว้ เช่น การแจ้งรายละเอียดโฆษณาการเสี่ยงโชค การจัดกิจกรรมให้อยู่ในช่วงเวลา และเงื่อนไขที่ขออนุญาต ที่ต้องชัดเจน เพื่อเป็นการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค”นายรณวิทย์กล่าว


นายรณวิทย์ กล่าวอีกว่าการรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการถือเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างกรณีของ ล็อตเตอรี่ ที่ล่าสุดมีการออกเลข 3 ตัวหน้า ตรงนี้ถือเป็นการกระตุ้นมากไปหรือไม่ อย่างในต่างประเทศเมื่อมีการออกการเสี่ยงโชคในส่วนนี้มาแล้ว เงินส่วนหนึ่งเขาจะให้กลับคืนสู่สังคม ผ่านการวิจัยด้านผลกระทบ การบำบัดรักษาการติดพนันหรือออกคำเตือนบนสลาก เป็นต้น จึงอยากให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมให้มากๆ เมื่อมีรายได้จากสังคมแล้ว ก็ควรต้องมีความรับผิดชอบ ส่งคืนต่อสังคมด้วย 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 20 กันยายน 2558


โพสเมื่อ : 21 ก.ย. 58   อ่าน 259 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
แนะเด็กคิดให้ดีก่อนเลือกเรียนหมอ
27 ก.ค. 58 | อ่าน 387 ครั้ง
“ชินวรณ์” ลั่นปี 54 ขันน็อตขยายห้องเรียนสกัดรับนร.เกินพิกัด
09 พ.ย. 53 | อ่าน 10661 ครั้ง
สพป.ตากมอบ’แท็บเล็ต’ให้ป.1
15 ส.ค. 55 | อ่าน 931 ครั้ง
อนุมัติปฏิทินแอดมิชชั่นปีการศึกษา 58
25 ส.ค. 57 | อ่าน 435 ครั้ง
’ชาญณรงค์’ ข้องใจ ’ทีดีอาร์ไอ’ จี้ยุบ ย้ำ ’ศึกษาไทย’ ต้องอาศัยสม
20 ก.พ. 55 | อ่าน 68996 ครั้ง
โครงการ UNDO กบข. / แบบฟอร์มขอกลับไปใช้สิทธิบำนาญแบบเดิม
08 ธ.ค. 57 | อ่าน 923 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.