Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูเข้าไม่ถึงกระบวนการสอนส่งผลนักเรียนเข้าไม่ถึงความรู้



ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า สมาคมสภาการศึกษาโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ พว. จัดโครงการอบรมการจัดประสบการเรียนรู้บูรณาการ เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและสากลเพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา นำยุทธศาสตร์ไปจัดทำแผนปฏิบัติการสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียน ให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้และเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET)โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนเอกชนเข้าร่วมกว่า 700 คน ที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ตนเห็นว่าหลักสูตรที่โรงเรียนใช้ในปัจจุบันเป็นหลักสูตรที่ได้มาตรฐานและสอด คล้องกับมาตรฐานสากลและการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีองค์ประกอบในเรื่อง เนื้อหา มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด กระบวนการมิติคุณภาพ แต่โรงเรียนส่วนใหญ่นำหลักสูตรในส่วนของเนื้อหาไปใช้เท่านั้น โดยไม่นำส่วนอื่นไปใช้เลย ทำให้ผู้เรียนไม่บรรลุมาตรฐานและตัวชี้วัด จึงส่งผลให้การวัดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ (O-NET) ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากข้อสอบ O-NETออกตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ฉะนั้นการที่ครูสอนโดยเน้นเนื้อหาให้เด็กท่องจำ ทำให้สิ่งที่หายไปคือกระบวนการ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิตและการบูรณาการ เมื่อครูเข้าไม่ถึงกระบวนการ ก็ทำให้เด็กเข้าไม่ถึงความรู้ ดังนั้น แก่นแท้ของการเรียนรู้จึงอยู่ที่กระบวนการที่ทำให้เด็กเกิดความรู้ความเข้า ใจทั้ง3 มิติได้แก่ การคิดวิเคราะห์ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมหลัก 12 ประการ ฉะนั้น เมื่อห้องเรียนไม่มีกระบวนการ เด็กก็ไม่สามารถเข้าถึงความรู้ในมิติเหล่านี้ได้

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีที่สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะดำเนินการสอบ O-NET โดยใช้ข้อสอบแบบอัตนัย นำร่องชั้น ป.6 วิชาภาษาไทย ซึ่งจะเริ่มในปีการศึกษา2559 นั้น ประเด็นสำคัญการออกข้อสอบอัตนัย ต้องอยู่ที่กระบวนการเพราะเด็กต้องนำสิ่งที่เข้าใจมาอธิบาย ไม่ใช่ใช้การท่องจำมาอธิบายที่ผ่านมาหลักสูตรการจัดการศึกษาไม่เคยบอกให้ครู สอนหนังสือ แต่ให้ครูนำเนื้อหาไปวิเคราะห์ร่วมกับตัวชี้วัด กระบวนการ มิติคุณภาพและมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อออกแบบวิธีเรียนและจัดกิจกรรมให้เด็กดังนั้น ครูต้องปรับวิธีการสอนโดยเอากระบวนการไปใส่ เพราะความรู้อยู่ที่กระบวนการ ถ้าไม่แก้ก็จะไม่มีทางสำเร็จ

"กระบวนการคือวิธีการสอนที่ดีที่สุด ฉะนั้น ยุทธศาสตร์ของโรงเรียนเอกชน ต้องเดินด้วยกระบวนการให้เข้มข้น ทั้งระบบต้องไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน ถือเป็นความโชคดีของโรงเรียนเอกชนที่มีความอิสระคล่องตัวในการบริหาร ซึ่งได้จัดการศึกษาโดยเน้นกระบวนการในห้องเรียนอยู่แล้ว"

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า การที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายปรับลดเวลาเรียนวิชาการในชั้นเรียนถึงเวลา 14.00 น. หลังจากนั้นให้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กให้เหมาะสมตามวัย จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับโรงเรียนเอกชน เพราะเด็กเริ่มมีหลักการจากกระบวนการเรียนรู้ จึงสามารถนำหลักการไปทำโครงการ ทำหลักสูตรท้องถิ่นหรือเรียนรู้ตามที่สนใจได้ แต่การที่ครูยังเข้าใจว่าจะต้องสอนเนื้อหาให้จบ การลดเวลาเรียนในห้องเรียนครูจะยิ่งเร่งรัดการสอนเนื้อหาให้จบซึ่งทำให้กด ดันเด็กมากขึ้น และสอนไม่จบเนื้อหาก็จะถูกผลักกลับไปที่ผู้ปกครอง ดังนั้น ปัญหาจะตามกลับมาอย่างแน่นอน เพราะครูกลัวว่าสอนไม่จบแล้วเด็กสอบ O-NET ไม่ได้ ทั้งที่ความจริง O-NET ไม่ได้ออกข้อสอบที่เนื้อหาแต่ออกที่หลักการและความคิดรวบยอดทั้งหมด--จบ--

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ


โพสเมื่อ : 17 ก.ย. 58   อ่าน 1220 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.เตรียมคัดเลือกโรงเรียนนิติบุคคล ใช้รูปแบบ 2 ระบบ
10 ต.ค. 55 | อ่าน 820 ครั้ง
สพฐ.เร่งสรุป ’ยุบ - ไม่ยุบ’ ร.ร.เล็ก
29 พ.ค. 56 | อ่าน 479 ครั้ง
สมัครม.1 เขต 2 กทม.ล้น เร่งเกลี่ยลงร.ร.คู่พัฒนา
03 เม.ย. 56 | อ่าน 458 ครั้ง
เก่งภาษาอังกฤษอย่ายึดไวยากรณ์เด็กไม่กล้าพูด
22 ธ.ค. 54 | อ่าน 17505 ครั้ง
เริ่มแล้วเออร์ลี่รอบใหม่ ครูเฮรับ 15 เท่า อายุ 50 ขึ้น - มีผล 1 ต.ค.หมื่นคนร่วมโครงการ
02 ก.ค. 55 | อ่าน 934 ครั้ง
เผยเทรนด์แอดมิสชั่นส์ปี?54 เน้นเลือกคณะที่จบแล้วมีงานทำ-มีอาชีพรองรับ
06 พ.ค. 54 | อ่าน 114346 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.