Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


นายกฯตู่ สั่ง กระทรวง ศธ. จัดทำ กลุ่มวิชาใหม่ขึ้นสอนเด็ก “เสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ”



นายกฯตู่ สั่ง กระทรวง ศธ. จัดทำ กลุ่มวิชาใหม่ขึ้นสอนเด็ก “เสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ” กระตุ้นเด็กเยาวชนมีสำนึก หน้าที่พลเมืองและสิทธิ สร้างเสริมประเทศเข้มแข็ง คตช. เตรียมขอเงินสลากกินแบ่ง ตั้งกองทุนป้องกันทุจริต พร้อมบังคับใช้พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก 21 ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 12.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.) แถลงผลการประชุม คตช. ว่า นอกจากโครงการโตไปไม่โกงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มีความประสงค์จะให้มีวิชาใหม่ นั่นคือกลุ่มวิชาเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ เพื่อให้เด็ก เยาวชน มีความสำนึก ตระหนักรู้ถึงหน้าที่พลเมืองและสิทธิ สร้างเสริมให้ประเทศมีความเข้มแข็ง โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับไปพิจารณาหาแนวทางเพื่อดำเนินการ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีแนวคิดที่จะตั้งกองทุนขึ้นมา โดยจะของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งภาคเอกชน ทั้งนี้เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตสามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณ

ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการปปท. ในฐานะเลขานุการด้านการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กล่าวว่า วันนี้ได้แสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา 3 เรื่อง

1.การยกระดับใช้มาตรการในการปกครองและวินัย เพราะเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการทุจริต ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาแต่ละส่วนราชการโดยกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ว่า หากผู้บังคับบัญชาไม่ใช้อำนาจทางวินัยนี้ ถือว่าผู้บังคับบัญชากระทำความผิด ที่ผ่านมาซึ่งมีการใช้มาตรา 44 ถือเป็นการกระตุ้นให้มีการใช้อำนาจทางวินัยนี้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืนจึงต้องผลักดันให้กระบวนการตามปกติเดินหน้า ไปได้ โดยจากนี้ไปการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เมื่อพบกระทำความผิดจะแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ ขอให้ดำเนินการตามอำนาจปกครองและวินัย หากแจ้งไปแล้วไม่ดำเนินการก็จะเสนอนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการจัดการ

2.ให้ใช้มาตรการทางด้านภาษีเป็นเครื่องมือการตรวจสอบเชิงรุกสำหรับผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตโดยจากนี้ไปศอตช.จะใช้มาตรการทางภาษีนี้กับผู้ กระทำความผิดที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือแม้แต่ภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วน ร่วม ซึ่งไม่ดำเนินการทางภาษีให้ถูกต้องโดยวิธีการคือ

1) เสนอให้ศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ใช้อำนาจ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา103/7 โดยผู้ประกอบการต้องแสดงบัญชีรับจ่ายหลังจากมีการเซ็นสัญญากับภาครัฐ

2) เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกกล่าวหากระทำความผิดเกี่ยวกับทุจริต หากตรวจสอบและพบว่ามีทรัพย์สินมากกว่าปกติและไม่ได้เสียภาษีก็จะเข้าไป ดำเนินการ

3) ดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกกับผู้ค้าที่ทำการค้ากับส่วนราชการ เช่น หน่วยงานรัฐซื้อเครื่องออกกำลังกายโดยซื้อในราคาถูก แต่ขายให้กับรัฐในราคาที่แพงกว่าหลายเท่า โดยเราจะตรวจสอบว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ส่วนโทษนั้นจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

3. กระตุ้นผลักดันกลไกการบังคับใช้ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก การพิจารณาการอนุญาตของราชการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 กรกฏาคมนี้ หากผู้ประกอบการภาคเอกชนหรือประชาชนต้องการขออนุมัติเรื่องใดๆจากภาครัฐ โดยไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายหรือคู่มือกำหนดก็ขอให้ร้องเรียน เพราะศอตช.จะเข้าไปติดตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้ ขณะเดียวกันกระทรงยุติธรรมอาจจะขอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับปปท.เพื่อให้มีความ ยั่งยืนมากขึ้น โดยนำมาตรการหลายๆเรื่องเข้าไปบรรจุด้วยซึ่งคาดว่าจะมีการแก้ไขในเร็วๆนี้

ด้านนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 กรกฏาคม โดยทุกหน่วยงานจะมีการทำคู่มือสำหรับประชาชนว่าในการติดต่อหน่วยราชการนั้น มีกี่ขั้นตอน และใช้เวลากี่วันเพื่อให้ประชาชนทราบ และหน่วยราชการได้ทำงานตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยมีหลายหมื่นหน่วยงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 21 กรกฏาคม ซึ่งพ.ร.บ.ดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความสะดวกโดยไม่ต้องจ่ายเงินใต้ โต๊ะเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้รัฐบาลจะมีการออกพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างแทนพ.ร.บ.ระเบียบพัสดุ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในปีนี้ ซึ่งกำหมายฉบับนี้จะครอบคลุมถึงภาครัฐทุกหน่วยงานส่งผลให้การจัดซื้อจัดจ้าง มีความโปร่งใสมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตที่ เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าไม้ การหลีกเลี่ยงภาษี และการซื้อขายตำแหน่งของข้าราชการ

ด้านนางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์(องค์การมหาชน) กล่าวว่า ทางสำนักงานฯ จะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้องมูลข่าวสารของราชการ(สขร.)และคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการหรือ ก.พ.ร. กระทรวงการคลัง โดยจะร่วมกันดูว่าข้อมูลที่เปิดเผยเพื่อความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตควร มีข้อมูลชุดใดบ้างที่สามารถเปิดเผยได้รวมทั้งวิธีการดำเนินการเพื่อให้ ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 14 ก.ค.2558


โพสเมื่อ : 14 ก.ค. 58   อ่าน 1787 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
บูรพาเดินหน้ายุทธศาสตร์ ม.วิจัย
19 ต.ค. 55 | อ่าน 1050 ครั้ง
มรภ.สงขลา-นิวซีแลนด์สานต่อป.เอก เปิดวงวิชาการความร่วมมือด้านพัฒนาอาจารย์
08 พ.ย. 56 | อ่าน 431 ครั้ง
ก.คลังมั่นใจแผนกองทุนอาหารเด็ก ศธ.เร่งถกกรรมการอนุมัติ-พัฒนาทุน 6 พันล้าน
19 ต.ค. 55 | อ่าน 568 ครั้ง
มสด.สร้างมาตรฐานแท็กซี่พัฒนาอาชีพกลุ่มอาเซียน
21 ก.ค. 57 | อ่าน 200 ครั้ง
"ณรงค์"เร่งดันวิชาชีพครูสู่วิชาชีพชั้นสูง
09 ม.ค. 58 | อ่าน 258 ครั้ง
แท็บเล็ตจำนวน 55,000 เครื่องถึงมือเด็กชั้น ป.1 ใน 8 จังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
20 ก.ค. 55 | อ่าน 983 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.